โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทันหุ้น – บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,240-1,253 จุด ในช่วงเช้า แล้วอาจมีทิศทางชัดเจนในช่วงบ่ายโดยเฉพาะหลังบ่าย 3 เป็นต้นไปที่จะมีการการตัดสินคดีคลิปเสียงนายกฯ ซึ่งเรามองว่า หากออกมาในเชิงบวกและไม่ส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล เราคาดดัชนีมีโอกาสไต่ระดับขึ้นทดสอบ High เดิมบริเวณ 1280 จุด หรือมากกว่าได้อีกครั้ง จากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่จะต่อเนื่อง ส่งผลให้เศรษฐกิจไม่สะดุด แต่หากออกมาเป็นลบซึ่งนายกฯ และรัฐมนตรีจะต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เราประเมินดัชนีมีโอกาสย่อตัวในระยะสั้นสู่ระดับ 1,230+- จุด

ต้องติดตามแนวโน้มการเลือกนายกฯ คนใหม่ว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ หากได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็วเหมือนปีก่อน เราเชื่อว่าดัชนีจะพลิกกลับมาฟื้นตัว แต่หากไม่สามารถรวมเสียงเลือกนายกฯ ได้ง่าย มีแนวโน้มลากยาวและเสี่ยงเกิดสุญญากาศทางการเมืองหรือแย่สุดคือยุบสภา

โดยคาดดัชนีจะปรับตัวลงสู่ระดับ 1,200 จุดหรือต่ำกว่า ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยทั้งกนง.และ Fed ยังอยู่ในทิศทางขาลงจากเศรษฐกิจที่โตชะลอ ภาพรวมเรายังมองหุ้นสินค้าจำเป็นและได้อานิสงส์จากดอกเบี้ยที่ต่ำลง เช่น ไฟแนนซ์ โรงไฟฟ้า เทคโนโลยี ค้าปลีก REIT เป็นต้น จะปรับตัวได้ดีกว่าตลาด ส่วนปัจจัยต่างประเทศมีประเด็นโฟกัสหลัก คือ ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ที่จะประกาศค่ำคืนนี้

กลยุทธ์ : เลือกลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มกำไร 2H25 ที่ยังแข็งแรงท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอ
หุ้นเด่นเดือน ส.ค. : BDMS, CPALL, CPN, MTC, SCGP
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CENTEL, CPALL, KBANK, MTC, NSL, OSP, STECON

หุ้นเด่นวันนี้ : BCH
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 17.20 บาท
• แนวโน้มการเติบโตใน 2H25 คาดดีขึ้นจากคนไข้ไทยจากกลุ่มประกันสุขภาพ ศูนย์เฉพาะทาง (ศัลยกรรมพลาสติก ดูแลรูปร่าง) และการดำเนินงานที่ดีขึ้นของรพ.เกษมราษฎร์ศรีบุรินทร์และปทุมธานี นอกจากนี้ รายได้ประกันสังคมจะรับเงินค่าโรคซับซ้อนที่ 12,000 บาทใน 4Q25 (4Q24 ได้รับ 8,000 บาท)
• คนไข้ต่างชาติจะเติบโตจากกลุ่มตะวันออกกลาง และมี upside จากคูเวต ส่วนรพ.ที่เวียงจันทร์ได้อานิสงส์จากคนไข้ยุโรปมากขึ้น เราคาดกำไรปีนี้ +24% ปัจจุบันหุ้นเทรด P/E 22x (-1.5 SD)
• แนวรับ 12.50 บาท แนวต้าน 13.60//14.50 บาท

ด้าน บล.ดาโอ คาดว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ ทิศทางตลาดจะไปขึ้นกับผลการตัดสินคำร้องของนายกฯ ในภาคบ่าย ตลาดต่างประเทศ เริ่มมีการขายทำกำไรให้เห็นในหลายๆ ตลาด ส่วนหุ้น Tech ยังน่าจะมีผลกระทบมาจาก outlook ธุรกิจ AI ของ NVIDIA ที่เริ่มชะลอตัวลง

ปัจจัยต่างประเทศ

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดี (GDP 2q(s) 3.3% และตัวเลขเคลมการว่างงานที่ลดลง และกรรมการ Fed (Christopher Waller) ออกมาสนับสนุนการลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 17 ก.ย.นี้ กดให้ Bond Yield 10 ปีของสหรัฐฯปรับตัวลงมาที่ 4.20% แต่ตลาดก็มีความกังวลในเรื่องความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับ Fed กดให้ดอลล่าร์อ่อนค่าลง (Dollar Index เช้านี้ 97.9 จุด) หนุนราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น (เช้านี้ $3414 เหรียญ)
  • กระแสเงินทุน: Fund Flow ตลาดหุ้นเอเซียยังถูกขายต่อ เกือบทุกตลาด(ยกเว้นไทย) จากความกังวลในเรื่อง การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-อินเดีย นักลงทุนลดความเสี่ยงลงในตลาดทั่วโลก … อย่างไรก็ตาม ดอลล่าร์ที่อ่อนค่า ทำให้ค่าเงิน EM แข็งค่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราอาจเห็น Flow ไหลกลับเข้าตลาดเอเซีย อีกครั้ง
  • ราคาหุ้น Nvidia (NVDA) ที่ปรับตัวลงหลังรายงานกำไร (ราคาหุ้นปิดที่ $180.17/-0.76%) มีผลต่อหุ้นกลุ่ม Tech ไปเมื่อวานนี้ อาจมีผลต่อราคาหุ้น Tech ในวันนี้ แต่คาดว่าจะน้อยลง
  • ตลาดหุ้นจีน ยังมีความน่าสนใจอยู่ต่อไป เงินหยวนแข็งค่าสุดในรอบ 9 เดือน ล่าสุด 7.13 หยวน/ดอลล่าร์ จะทำให้กำลังซื้อสูงขึ้น เจรจาการค้าได้ง่ายขึ้น ขณะที่ ดัชนี CSI 300 ปรับตัวขึ้น 1.8% หลังจากร่วงลงมาสองวันติดต่อกัน

ปัจจัยในประเทศ :

  • การเมือง : ศาล รธน. กำลังตัดสินคดีคลิปเสียงนายกฯ วันนี้ 15.00 น. คาดว่าคำตัดสินออกในทางบวก แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ดัชนีฯ จะไม่ได้ตอบรับรุนแรง เนื่องจากนักลงทุนรับรู้เรื่องนี้ในระดับหนึ่งแล้ว คาดดัชนีฯ บวก/ลบ ไม่เกิน 20 จุด
  • สัปดาห์หน้า หุ้นธนาคารทยอยขึ้น ”XD” จะเริ่มเห็นการขายทำกำไรหุ้นกลุ่มนี้ในวันที่ขึ้น “XD” โดยธนาคารที่ประกาศ Interim แล้ว ได้แก่ SCB เงินปันผล 2.00 บาท/หุ้น โดยจะ XD 2 ก.ย. 68 (ปี ’67 จ่ายที่ 2.00 บาท/หุ้น), KBANK เงินปันผล 2.00 บาท/หุ้น โดยจะ XD 10 ก.ย. 68 (ปี ’67 จ่ายที่ 1.50 บาท/หุ้น), KKP เงินปันผล 1.50 บาท/หุ้น โดยจะ XD 10 ก.ย. 68 (ปี ’67 จ่ายที่ 1.25 บาท/หุ้น) ทั้งนี้ Interim ปีก่อน (2567) ของธนาคารอื่นๆ BBL@2.00, TTB@0.065 ขณะที่ KTB จะไม่เจอผลกระทบนี้ เพราะจ่ายเงินปันผลปีละครั้ง
  • ไทยคาดว่าสหรัฐฯ จะกำหนดเกณฑ์สัดส่วนมูลค่าวัตถุดิบภายในภูมิภาค (Regional Value Content – RVC) ไว้ที่ระดับ 50% จาก 40% ในปัจจุบัน ภายใต้ข้อตกลงทางภาษีฉบับใหม่ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้า (transshipment) …และคาดว่าจะสูญเสียรายได้ประมาณ 8 พันล้านบาทต่อปี (จากที่ได้รับ 2 หมื่นล้านบาท) จากการลดภาษีนำเข้าสินค้าประมาณ 10,000 รายการจากสหรัฐฯ ………การกำหนด RVC สูงขึ้น อาจทำให้สินค้าบางประเภท (รถ EV) อาจต้องย้ายส่วนประกอบสำคัญ มายังไทย(หรือประเทศในภูมิภาคนี้) การจบข้อตกลงได้เป็นบวก แต่อาจมีสินค้าบางประเทศที่จะถูกแข่งขันจากสหรัฐฯ ที่พูดถึงมาก คือ เนื้อหมู
  • Event วันนี้ : การตัดสินคดีคลิปเสียงนายกฯ 15.00 น., Thailand Focus 2025, JP-Retail Sales YoY เดือน ก.ค. (คาดการณ์ 1.58%, ก่อนหน้า 2.00%), BoT : Thai’s Economic Monthly Report เดือน ก.ค., US- PCE Price Index YoY เดือน ก.ค. (คาดการณ์ 2.63%, ก่อนหน้า 2.60%)

Technical : BCH, KAMART

ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET วันนี้ที่ 1,240 แนวต้าน 1,260 คาดดัชนีทรงตัวระหว่างรอศาล รธน.วินิจฉัยคดีคลิปเสียงนายก ฯ ในวันศุกร์นี้ แนะนำทยอยซื้อ GULF,GPSC,BGRIM,ADVANC ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง และการลงทุนในธุรกิจ Data Center /กลุ่มท่องเที่ยว , รพ. CENTEL,ERW,BH,BCH คาดรายได้มีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วง High Season

COCOCO* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 8.25 บาท) แนวโน้มกำไร 3Q68 คาดฟื้นตัว QoQ ได้ต่อจากการเข้าสู่ช่วง high season ของธุรกิจที่เป็นช่วงหน้าร้อนของยุโรปและสหรัฐฯ ตลาดส่งออกน้ำมะพร้าวขยายตัวได้ดี และแนวโน้ม margin น่าจะฟื้นตัวจากต้นทุนมะพร้าวที่ปรับลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี รวมถึงการทยอยปรับเพิ่มราคาขาย 5-10% ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 68 ที่ราว 7-8 พันล้านบาท และปี 69 ที่ 1 หมื่นล้านบาท หนุนจากการออกสินค้าใหม่ ขณะที่การไปผลิตกะทิที่ฟิลิปปินส์ 1Q69 จะช่วยให้ต้นทุนของธุรกิจนี้ลดลง ตลาดคาดการณ์กำไรปี 68-69 ที่ 519 ล้านบาท -24%YoY และ 835 ล้านบาท +61%YoY

BH (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 211.00 บาท) กำไรสุทธิ 2Q68 อยู่ที่ 1,858 ลบ. (-4%YoY, +7% QoQ ) โดย กดดันจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ยังอ่อนตัวลง -7%YoY (แต่มีพัฒนาการเชิงบวกขึ้นบ้างจาก 1Q68 ที่ -10%YoY ส่วนนึงเพราะรอมฎอนปีนี้ที่อยู่ในช่วง 28ก.พ.-29มี.ค.68 ) ด้านการดำเนินงานในช่วง 3Q68 คาดว่าจะ +QoQ ได้ตามฤดูกาล ส่วน YoY แม้อาจกดดันจากรายได้ผู้ป่วยกัมพูชา แต่คาดว่ารายได้ยังจะสามารถ +low single digit%YoY ได้ จาก 1.กลุ่มตะวันออกกลางซึ่งคาดว่าจะมีพัฒนาการดีต่อเนื่อง และ 2.การปรับราคาบริการขึ้นในช่วงต้นปีนี้ ปัจจุบัน เราคาดกำไรสุทธิ ปี68 และ ปี69 ของ BH ที่7,460 ลบ.(-4%YoY) และ 7,901 ลบ.(+6%YoY) ตามลำดับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก ทันหุ้น

ไพน์เวลท์โซลูชั่นคัดมาย่างดี กองทุนหุ้น-ตราสารหนี้เข้าตา

16 นาทีที่แล้ว

บลจ.อีสท์สปริงออกเทอมฟันด์เน้นรักษาเงินต้นแจกยิลด์1.15%

19 นาทีที่แล้ว

BCH มุมมองโบรก หลังประชุมนักวิเคราะห์

35 นาทีที่แล้ว

21Shares ยื่นขอ SEI ETF จุดประกายการแข่งขันกับ Canary Capital

38 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความหุ้น การลงทุนอื่น ๆ

'พิชัย' ชั่งใจขึ้น VAT หลังหมดมาตรการ ก.ย. 68 นี้ ลุ้น RVC ต่ำกว่า 50%

ประชาชาติธุรกิจ

วันนี้ลุ้นระทึก! แพทองธาร รอดหรือไม่? หุ้นไทยจะกระทบแค่ไหน?

Share2Trade

เวสต์เทกซัส 64.60 ดอลลาร์สหรัฐฯ /บาร์เรล เบรนท์ 68.62 ดอลลาร์สหรัฐฯ /บาร์เรล

กรุงเทพธุรกิจ

“โนเบิล” คว้า 100 เต็ม AGM Checklist ปี 2568 สะท้อนมาตรฐานธรรมาภิบาลระดับ “ดีเยี่ยม”

Share2Trade

21Shares ยื่นขอ SEI ETF จุดประกายการแข่งขันกับ Canary Capital

ทันหุ้น

การเมืองป่วนการลงทุน! โบรกฯ คาดอีก 3-6 เดือนยุบสภา ไม่สนผลคลิปหลุดเสียงนายกฯ

Share2Trade

BCH ผู้ป่วยแน่นดันงบครึ่งหลัง ทั้งปีรายได้เติบโต 5-10%

หุ้นวิชั่น

ราคาน้ำมันดิบพุ่งต่อเนื่อง รัสเซีย–ยูเครนปะทุ อินเดียถูกสหรัฐฯ บีบ

Businesstoday

ข่าวและบทความยอดนิยม

Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...