ไพน์เวลท์โซลูชั่นคัดมาย่างดี กองทุนหุ้น-ตราสารหนี้เข้าตา
#ไพน์เวลท์โซลูชั่น #ทันหุ้น บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น เขียนโผยกองทุนเด่นของแต่ละ บลจ. คัดให้สำหรับการวางแผนจัดพอร์๖ในช่วงที่เหลือของปี ผ่าน 2 กลยุท์แบบ Conservativeและ Growthสร้างโอกาสพร้อมรับมือตลาดผันผวน
นายปิยะทัศน์ พาโสมนัสสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทในเครือของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด กล่าวว่าจากมุมมองการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งมีทั้งโอกาส และความเสี่ยง ทำให้ตลาดลงทุนมีความผันผวน บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จึงยังคงแนะนำกระจายพอร์ตลงทุน กับ 2 แผน สำหรับนักลงทุนทั่วไปที่เน้นพอร์ตคอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) และอีกแผนสำหรับพอร์ตมุ่งการเติบโต (Growth)
พอร์ตที่บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น วางแผนจะเน้นถึงการลงทุนในระยะยาวเป็นหลัก โดยสำหรับนักลงทุนที่ค่อนข้างระมัดระวัง เน้นพอร์ตแบบคอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) มุ่ง ควบคุมความผันผวนระหว่างการลงทุนให้ต่ำโดยกระจายการลงทุนใน โดยลงทุนในตราสารหนี้ 70% หุ้น 25% และสินทรัพย์ทางเลือก 5% ของพอร์ตรวม
* ตราสารหนี้ลดความผันผวน
สำหรับกองทุนแนะนำ คือ กองทุนตราสารหนี้ในประเทศ เลือกกอนทุน ES-CASH กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐมากกว่า 50% ของพอร์ตการลงทุนในขณะที่ส่วนที่เหลือของพอร์ตแม้จะลงทุนตราสารหนี้ภาคเอกชนแต่จะเน้นที่มีอันดับเรทติ้งที่ระดับ AA และ A โดยมี Yield to Maturityหรือ อัตราผลตอบแทนเมื่อถือจนครบกำหนดอายุ ของพอร์ตราว 1.73%
กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศกองทุน UGIS-N เป็นกองทุนตราสารหนี้ลงทุนในกองทุนหลักอย่าง PIMCO GIS Income Fund ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูงระยะกลาง (Duration ประมาณ 5 ปี) มีจุดเด่นที่สามารถลดหรือเพิ่มได้ตามความเหมาะสม และสามารถที่จะเล่นทั้งขา Long และ Short บน Duration ต่างๆ สำหรับอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของกองทุนนี้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 4% – 6% บนสมมุติฐานที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะลดดอกเบี้ยลง 2-3 ครั้ง
กองทุนหุ้นโลก แนะนำกองทุน KKP GNP เป็นกองทุนหุ้นโลกที่ลงทุนใน Feeder Fund อย่าง Capital Group New Perspective Fund จุดเด่นของกองทุนนี้คือการเลือกหุ้นที่มีคุณภาพสูงและเน้นการกระจายการลงทุนโดยหุ้น Top 10 Holding ของพอร์ตการลงทุนมีสัดส่วนรวมกันเพียง 24.3% และมีหุ้นในพอร์ตทั้งหมดมากกว่า 270 บริษัท มีความผันผวนระหว่างการลงทุนที่ไม่สูง
*แนะกองทุนหุ้นสหรัฐ
กองทุนหุ้นสหรัฐ อิงดัชนี NASDAQ เลือกลงทุนในกองทุน ES-NDQPIN-A ซึ่งลงทุนใน Feeder Fund อย่าง JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV – Nasdaq Equity Premium Income Active UCITS ETF สำหรับกองทุนนี้มี Universe การลงทุนคือหุ้นโดยส่วนใหญ่ (มากกว่า 70%) ของดัชนี Nasdaq 100 ควบคู่การกับการขาย Short Call Option บนดัชนี ซึ่งทำให้ผลตอบแทนกองทุนมาจาก 3 ส่วน 1. ผลตอบแทนจากเงินปันผลของหุ้น 2. ผลตอบแทนจาก Premium ที่ได้จากการขาย Call Option (มี Expected Distribution Rate ประมาณ 9-11%) และ 3 ผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น
กองทุนหุ้นยุโรป ONE-EUROEQ เป็นกองทุน Feeder Fund ที่ลงทุนในกองทุนหลักอย่าง Eleva European Selection Fund สำหรับกองทุนนี้เน้นการคัดเลือกหุ้น (Selective and bottom-up) ของบริษัทจดทะเบียนยุโรปที่มีแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่าตลาดในภาพรวม ปัจจุบันเน้นลงทุนในหุ้นยุโรปขนาดใหญ่ โดยตลาดหุ้นยุโรปในอีกหนึ่งตลาดที่ถือเป็น DM Alternative สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนออกจากหุ้นสหรัฐฯ
กองทุนหุ้นอินเดีย ES-INDAE เป็นกองทุน Feeder Fund ที่ลงทุนในกองทุนหลักอย่าง Goldman Sachs India Equity Portfolio สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนนี้เน้นการลงทุนในหุ้น All Cap อย่างไรก็ตามในส่วนของการหา Alpha ของพอร์ตโดยรวมผู้จัดการกองทุนจะมองหาหุ้นที่มี Potential สูงในกลุ่ม Mid-Small Cap. เพิ่มเติมทำให้กองทุนนี้มีความแตกต่างจากกองทุนอื่นๆ ในตลาดแต่ยังเน้นการคัดสรรหุ้นที่มีคุณภาพและมีธรรมาภิบาลสูงซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย
สุดท้ายแนะนำลงทุนในกองทุนสินทรัพย์ทางเลือกประเภททองคำอย่างกองทุน SCBGOLDH ซึ่งลงทุนใน Feeder Fund อย่าง SPDR Gold Trust ซึ่งสะท้อนราคาทองคำแท่งและมีความใกล้เคียงกับราคา Gold Spot ส่วนวัตถุประสงค์ในการลงทุนในทองคำแน่นอนว่าเป็นการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์อื่นๆ (ความเสี่ยงในเชิงภูมิรัฐศาสตร์)
จัดพอร์ตให้ Growth
ส่วน นักลงทุนที่เน้น พอร์ตเติบโต (Growth) พอร์ตแผนนี้ บล. ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น เน้นสร้างผลตอบแทนที่สูงพร้อมกับการกระจายการลงทุน โดยลงทุนในตราสารหนี้ 20% หุ้น 70% และสินทรัพย์ทางเลือก 10% ของพอร์ตโดยรวม
นอกจากการปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นแล้ว สำหรับพอร์ตการลงทุนนี้จะมีการลงทุนในกองทุนหุ้นจีน, เกาหลีใต้และเวียดนาม ส่วนอื่นๆ จะมีความคล้ายกับพอร์ต Conservative
สำหรับกองทุนหุ้นจีนเลือกกองทุน MEGA10AICHINA-A กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange; HKEX) ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นความเป็นผู้นำในด้านตราสินค้า (Brand Value) ในกลุ่ม TOP/BEST CHINESE
กองทุนหุ้นเกาหลีใต้เลือกกองทุน SCBKEQTG เป็นกองทุนประเภท Equity Exchange Traded Fund (Equity ETF) ซึ่งบริหารและจัดการโดย BlackRock Fund Advisors (BFA) มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนของประเทศเกาหลีใต้ สร้างผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี MSCI Korea 25/50 และกองทุนหุ้นเวียดนามเลือกกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลัก ในประเทศเวียดนามที่มีศักยภาพการเติบโต