รัฐทุ่ม‘6พันล้าน’ชดเชยดอกเบี้ย‘ชาวไร่อ้อย’ ยกระดับจัดการแหล่งน้ำ-เครื่องจักรเกษตร
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2568 มีมติอนุมัติโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยสำหรับบริหารจัดการแหล่งน้ำและซื้อเครื่องจักรการเกษตรในไร่อ้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ปี 2568 - 2570
โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตร หรือสถาบันชาวไร่อ้อย หรือกลุ่มบุคคล หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน วงเงินปีละ 2,000 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568-2570) ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอ
ชำระคืนเงินกู้สูงสุดไม่เกิน8ปี
สำหรับการกำหนดระยะเวลาการชำระเงินคืนเงินกู้เสร็จสิ้นตามโครงการฯ โดยแยกตามวัตถุประสงค์การกู้เงิน หากกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งโดยการพัฒนาแหล่งน้ำและพัฒนาระบบการให้น้ำและเพื่อปรับพื้นที่ปลูกอ้อย กำหนดชำระคืนเงินกู้เสร็จสิ้นไม่เกิน 6 ปี และหากกู้เงินเพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร กำหนดชำระคืนเงินกู้เสร็จสิ้นไม่เกิน 8 ปี
ทั้งนี้ การขอชดเชยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต้องขอรับการชดเชยจากภาครัฐ ให้ ธ.ก.ส. ดำเนินการตามความเห็นของสำนักงบประมาณ (สงป.) โดยให้กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
“สำนักงบประมาณเห็นสมควรให้คงอัตราการชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต้องขอรับการชดเชยจากภาครัฐเช่นเดียวกับโครงการฯ ปี 2565 – 2567 ที่ผ่านมา”
ชดเชยดอกเบี้ยเกษตรกร3%-กลุ่ม2%
โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามโครงการฯ สำหรับเกษตรกรรายคน รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส. แทนผู้กู้ในอัตรา 3% ต่อปี
ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามโครงการฯ สำหรับกลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตร หรือสถาบันชาวไร่อ้อย หรือกลุ่มบุคคล หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส. แทนผู้กู้ในอัตรา 2% ต่อปี อย่างไรก็ตาม หากจัดซื้อเครื่องจักรการเกษตร ประเภทรถบรรทุกและพ่วงบรรทุก รวมทั้งอากาศยานไร้คนขับ รัฐบาลไม่ต้องชดเชยดอกเบี้ย ซึ่ง ธ.ก.ส. จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นเหมาะสมและภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามขั้นตอนต่อไป เบื้องต้น ที่ประชุมครม.อนุมัติกรอบวงเงินฯ เพื่อชดเชยดอกเบี้ยตามโครงการฯ ปี 2568-2570 ให้กับ ธ.ก.ส. จำนวน 945 ล้านบาท
ส่วนวัตถุประสงค์โครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยให้สอดคล้องเป้าหมายปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ ,การจัดหาแหล่งน้ำ การจัดหาอุปกรณ์การบริหารจัดการน้ำในไร่อ้อยให้เพียงพอในการปลูกอ้อย,หาแหล่งน้ำสำรองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเมื่อเกิดภัยแล้ง,ส่งเสริมการตัดอ้อยลดปัญหาการเผาอ้อยและฝุ่น PM2.5,ทดแทนการขาดแคลนแรงงาน,รองรับนโยบาย BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เช็คลิสต์คุณสมบัติผู้กู้ทุกรูปแบบ
ด้านคุณสมบัติผู้ขอกู้ ประกอบด้วย กรณีผู้กู้เป็นภาคเกษตรกรนั้นจะ ต้องเป็นเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่จดทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อยกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หรือคู่สมรสของเกษตรกรชาวไร่อ้อย ,ต้องเป็นเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เป็นคู่สัญญากับโรงงานน้ำตาลและให้การรับรอง รวมถึงชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยผ่านหัวหน้าโควตาที่เป็นคู่สัญญาของโรงงานน้ำตาล ,ต้องมีพื้นที่ปลูกอ้อยและมีปริมาณอ้อยที่ส่งเข้าโรงงานน้ำตาลตามที่โรงงานรับรอง และ เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ ด้วยความสมัครใจและยินยอมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ
ส่วนกรณีผู้กู้เป็นกลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตร หรือสถาบันชาวไร่อ้อย หรือกลุ่มบุคคล หรือวิสาหกิจชุมชนจะต้องเป็นคู่สัญญาที่โรงงานน้ำตาตาลให้การรับรอง ,ต้องมีพื้นที่ส่งเสริมปลูกอ้อยและหรือปริมาณอ้อยที่ส่งเข้าหีบตามที่โรงงานน้ำตาลให้การรับรอง ,ต้องได้รับความเห็นชอบการเข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ โดยคณะกรรมการดำเนินการของสถาบันของผู้ขอกู้และต้องมีรายงานการประชุมของคณะกรรมการดังกล่าวประกอบการพิจารณา ,ต้องมีประสบการณ์และความชำนาญเกี่ยวกับธุรกิจอ้อยและน้ำตาล ,ต้องมีผลการดำเนินงานดีไม่มีข้อบกพร่องในการดำเนินงานที่เป็นสาระสำคัญ และปัจจุบันยังดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ,กรณีเป็นสหกรณ์การเกษตร วงเงินกู้ต้องไม่เกินวงเงินที่นายทะเบียนสหกรณ์การเกษตรเห็นชอบ ,เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ ด้วยความสมัครใจ และยินยอมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ ,มีสถานประกอบการหรืออยู่ในพื้นที่ส่งเสริมการปลูกอ้อยของโรงงานน้ำตาลผู้ค้ำประกันประโยชน์ที่จะได้รับ
เปิดโมเดลโครงการระยะ1-2
รายงานระบุถึงโครงการชดเชยดอกเบี้ยที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้ โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ได้สนับสนุนสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจรมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ได้แก่โครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ ปี 2559-2561 (ระยะที่ 1) ตามที่ครม.มีมติ 5 ก.ค.2559
โครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ ปี 2562-2564 (ระยะที่ 2) ตามที่ครม.มีมติ 11 มิ.ย.2562 และโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ ปี 2565-2567 ตามที่ครม.มีมติ 30 พ.ค. 2565 โดยโครงการดังกล่าวเป็นการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันชาวไร่อ้อย กลุ่มบุคคล และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งรัฐชดเชยดอกเบี้ยบางส่วนให้ ธ.ก.ส. และมีโรงน้ำตาลเป็นผู้ค้ำประกัน
เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำในไร่อ้อย (เช่น การขุดบ่อสระกักเก็บน้ำ การสร้างระบบส่งน้ำ เป็นต้น) และการปรับพื้นที่เพาะปลูกอ้อยเป็นแปลงใหญ่ให้เหมาะสมกับเครื่องจักรกลการเกษตร และ การจัดซื้อเครื่องจักรกลทางการเกษตร (เช่น รถตัดอ้อย รถแทรกเตอร์ และรถบรรทุกอ้อย เป็นต้น)
“ เพื่อให้การดำเนินการโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง อก. (สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย) ได้มีหนังสือไปยัง ธ.ก.ส. พร้อมรายละเอียดด้านงบประมาณในการดำเนินโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ ปี 2568-2570 (ระยะที่ 4) ซึ่งธ.ก.ส. แจ้งว่ามีสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอในการดำเนินโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ ดังกล่าว”
ดังนัั้น คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายในการประชุมครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2568 ได้มีมติเห็นชอบโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ ปี 2568-2570และครม.มีมติอนุมัติดังกล่าว