‘หอยนางรม’ สปีดโค้งท้าย ส่งน้ำปลาผงหนุนเป้าพันล้าน
“น้ำปลาพิไชย” เพิ่มสปีดครึ่งหลังปี’68 เปิดตัวนวัตกรรม “น้ำปลาผงลดโซเดียม” ครั้งแรกของโลก เจาะกลุ่มเฮลตี้-นักท่องเที่ยว พร้อมอัดงบฯลงทุน 30-40 ล้านบาท ขยายไลน์ผลิต-ส่งออก ตั้งเป้าดันรายได้แตะ 1,000 ล้านในปี 2570 ก้าวขึ้นติด Top 4 แบรนด์น้ำปลาชั้นนำของไทย
นายพันธ์ชนะ รัตนประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำปลาพิไชย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำปลาแท้ตราหอยนางรม เปิดเผยว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยและโลกเผชิญความผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ค่าแรงและต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศและมาตรการกีดกันทางการค้าของต่างชาติ แต่ธุรกิจอาหารและเครื่องปรุงรสยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “น้ำปลา” เครื่องปรุงประจำครัวไทยที่ยังคงมีความต้องการบริโภคสูงอย่างต่อเนื่อง
โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า คนไทยมีการบริโภคน้ำปลาเฉลี่ย 15 มิลลิลิตรต่อวัน หรือคิดเป็น 5-6 ลิตรต่อคนต่อปี ทำให้ตลาดน้ำปลามีมูลค่าสูงกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งแม้จะมีการแข่งขันสูงจากทั้งผู้เล่นรายเดิมและคู่แข่งรายใหม่ รวมถึงซอสและเครื่องปรุงรสประเภทอื่น ๆ ที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด แต่ภาพรวมครึ่งแรกของปี 2568 ตลาดน้ำปลาไทยยังเติบโตได้ราว 5% โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากช่องทางโมเดิร์นเทรดที่เติบโต 11% ขณะที่ช่องทางดั้งเดิมยังหดตัวต่อเนื่องราว 3%
ขณะที่ด้านตลาดต่างประเทศ แม้ไทยยังครองสถานะผู้ส่งออกน้ำปลาที่สำคัญในตลาดโลก แต่การเติบโตกลับชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนจากครึ่งแรกของปี 2568 การส่งออกน้ำปลาไทยขยายตัวเพียง 1.3% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่เคยโต 7-8% สาเหตุสำคัญมาจากมาตรการกีดกันการค้าของบางประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่มีการปรับอัตราภาษีนำเข้าใหม่จนทำให้คู่ค้าชะลอคำสั่งซื้อ แต่ปัจจุบันหลังจากที่มีการกำหนดอัตราภาษีอย่างเป็นทางการ ก็เริ่มทำให้คู่ค้ากลับมาสั่งซื้อตามปกติแล้ว
เปิดตัว “น้ำปลาผง” นวัตกรรมใหม่
นายพันธ์ชนะกล่าวต่อว่า โดยในปี 2568 เพื่อต่อยอดความสำเร็จจาก “น้ำปลาหอยนางรมสูตรไลท์” ที่เปิดตัวมากว่า 3 ปีและเติบโตต่อเนื่องทุกปี ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “น้ำปลาผงตราหอยนางรม สูตรลดโซเดียม ชนิดซอง” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่น้ำปลาผงถูกพัฒนาเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป
โดยเบื้องต้นจะเน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ นักท่องเที่ยว และผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยจะกระจายสินค้าไปตามช่องทางโมเดิร์นเทรดและออนไลน์เป็นหลัก จากก่อนหน้านี้ บริษัทได้ผลิตและจำหน่ายน้ำปลาผงให้กับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม (B2B) มานานกว่า 30 ปี ซึ่งในปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 40 ล้านบาท โดยคาดว่าหลังจากเปิดตัวน้ำปลาผงชนิดซองแล้ว จะส่งผลให้มียอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้แตะ 100 ล้านบาทได้ในปี 2569
ทุ่มงบฯลงทุนเพิ่มกำลังผลิต
นอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว บริษัทยังได้ขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสหลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลาไลท์แบบซองที่เตรียมนำเข้าโรงพยาบาลเพื่อเจาะกลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งเบื้องต้นมีแผนนำร่องที่ รพ.บำรุงราษฎร์เป็นที่แรก ขณะเดียวกันในปี 2569 บริษัทก็มีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 2-3 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นจะเน้นไปที่กลุ่มเด็กที่สามารถรับประทานได้
โดยในปี 2568-2569 บริษัทได้ทุ่มงบฯลงทุนราว 30-40 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นจะมีการติดตั้งเครื่องจักรไลน์ผลิตน้ำปลาพริกเพิ่มเติม จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 20 เครื่อง และจะมีการติดตั้งเครื่องจักรไลน์ผลิตน้ำจิ้มซีฟู้ดใหม่ในเดือนกันยายนนี้ เพื่อรองรับแผนการส่งออก “น้ำจิ้มซีฟู้ด หอยนางรม” ไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และฟิลิปปินส์ ควบคู่ไปกับการติดตั้งเครื่องจักรสำหรับไลน์ผลิตสินค้าใหม่ และการลงทุนในบ่อหมักปลาเพิ่มเติม หลังจากที่ไม่ได้ลงทุนมานาน เนื่องจากเห็นอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น โดยปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 5,000 บ่อ
อัดแน่นกลยุทธ์การตลาด
ขณะที่แผนการทำการตลาด หลัก ๆ จะเน้นทำกลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งและสร้างประสบการณ์แบรนด์ครบวงจร ผ่านความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ เชฟชื่อดัง เพื่อสื่อสารแบรนด์ไปยังกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Y ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและรักความสะดวกสบาย โดยจะใช้งบฯการตลาดอยู่ที่ประมาณ 25 กว่าล้านบาท
ควบคู่ไปกับการจัดแคมเปญใหญ่ “ลดยกแบรนด์” เพื่อลดราคาน้ำปลาตราหอยนางรมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในราคาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพื่อเป็นทั้งการกระตุ้นกำลังซื้อและช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ตั้งเป้าติด Top 4 ปี 2570
อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มเห็นสัญญาณกำลังซื้ออ่อนแรงลงจากผลกระทบเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านภาษีและกีดกันการค้า แต่เชื่อว่าน้ำปลายังเป็นสินค้าจำเป็นที่ทุกครัวเรือนต้องใช้ โดยสิ้นปี 2568 คาดว่าบริษัทจะมีรายได้แตะ 680 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 20% อย่างแน่นอน
ส่วนเป้าหมายในอนาคต บริษัทตั้งเป้าว่าภายในปี 2570 จะผลักดันรายได้รวมแตะ 1,000 ล้านบาท พร้อมก้าวขึ้นเป็น Top 4 แบรนด์น้ำปลาชั้นนำของไทย โดยกำหนดสัดส่วนรายได้ 70% จากตลาดในประเทศ และ 30% จากการส่งออกไปยังตลาดเป้าหมาย เช่น อินโดนีเซีย แคนาดา ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
“สิ่งที่เราทำในวันนี้ไม่ใช่เพียงการขายน้ำปลา แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมการบริโภคใหม่ ๆ ให้คนไทยและคนทั่วโลกได้รู้จักน้ำปลาในรูปแบบที่สะดวก สุขภาพดี และมีคุณภาพสูงกว่าเดิม”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘หอยนางรม’ สปีดโค้งท้าย ส่งน้ำปลาผงหนุนเป้าพันล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net