ลุ้นรถไฟเชื่อม 3 สนามบินเกิดปีนี้ ซาวเสียงขยาย EEC ปราจีนฯ จบสิงหาคม
เลขาฯ EEC ยันสัญญารถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ผ่านอัยการ ส่งกลับ ร.ฟ.ท.แล้ว ตอนนี้รอคู่สัญญา “ร.ฟ.ท.-เอเชีย เอรา วัน” ตรวจสอบ ถ้าไม่มีเพิ่มเติม คาดส่งให้บอร์ด EEC นำเข้า ครม.พร้อมลุยได้ภายในปีนี้ ส่วนเรื่องขยายพื้นที่ปราจีนบุรี รอซาวเสียงครั้งสุดท้ายสิ้น ส.ค.นี้ จากนั้นร่างกฤษฎีกาใช้เวลาอีก 1 ปี ด้าน “เอกนัฏ” เร่ง พ.ร.บ.จัดการกากฯ หวังดึงดูดอุตฯสีเขียวเข้า EEC
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่ทางสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ฉบับแก้ไข และส่งกลับมายัง การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) แล้ว ในระหว่างนี้จึงอยู่ในช่วงของการประชุมภายในระหว่างคู่สัญญาทั้ง 2 ราย คือ ร.ฟ.ท. และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด บริษัทลูกในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ในกรณีที่เอกชนไม่มีข้อเพิ่มเติมสิ่งอื่นในสัญญาใหม่ คาดว่า ร.ฟ.ท. จะสามารถส่งมาที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ. หรือบอร์ด EEC) ช่วงต้นเดือนกันยายน 2568 และจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงเดือนตุลาคม และเข้าสู่กระบวนการลงนามสัญญาฉบับใหม่ที่แก้ไขแล้ว
“ตามกระบวนการ ทาง ร.ฟ.ท.ต้องคุยกับทางเอกชนก่อน ก็ต้องดูว่าร่างที่อัยการสูงสุดตรวจส่งกลับมาแล้ว ทางเอกชนคู่สัญญาโอเคหรือไม่ อย่างไร ถ้ามีอะไรที่ยังต้องการปรับอยู่ ก็ต้องส่งเรื่องกลับที่ไปอัยการอีกรอบหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีอะไรแล้ว จากนั้นก็ส่งมาที่ EEC เพื่อเสนอเข้า ครม.ได้เลย และเป็นปกติที่อัยการจะมีความคิดเห็นกลับมา แต่ไม่ใช่การห้ามว่าไม่ทำอะไร เพียงแต่ให้ทางเอกชนคำนึงถึงประเด็นที่อัยการแสดงความคิดเห็นด้วย ตอนนี้มันเป็นเรื่องภายในระหว่างคู่สัญญาที่จะต้องคุยกันว่าสัญญาที่แก้มา สามารถดำเนินการเซ็นสัญญาได้หรือไม่ ส่วนจะติดปัญหาอะไรไหม ผมตอบแทนไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของเอกชนที่ต้องตัดสินใจ”
นายจุฬากล่าวว่า นอกจากนี้ แผนการขยายพื้นที่ EEC ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี ขณะนี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่แล้วหลายครั้ง และเตรียมที่จะรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้ายภายในเดือนสิงหาคมนี้ จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลสรุปเป็นรายงาน และนำเข้าบอร์ด EEC หากเห็นชอบก็จะเข้าสู่การออกพระราชกฤษฎีกาให้ขยายเขต จะใช้เวลาประมาณ 1 ปีจึงจะแล้วเสร็จ
สำหรับเป้าหมายการลงทุนในพื้นที่ EEC ซึ่งตั้งเป้าไว้ที่ 100,000 ล้านบาทต่อปี ยังไม่รวมจังหวัดปราจีนบุรี และต่อเมื่อประกาศพื้นที่ปราจีนบุรีเป็น EEC แล้ว ปีนี้หรือปี 2569 ตัวเลขการลงทุนก็ยังไม่ขยับเป้า เนื่องจากในระยะแรกจะต้องมีการเคลียร์พื้นที่ เตรียมการลงทุน พร้อมกับลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบน้ำ-ไฟฟ้า กำหนดผังเมือง และพัฒนาส่วนที่ยังขาดอยู่ จนกว่าทุกอย่างพร้อม จึงจะเห็นการลงทุนที่มีทั้งภาคอุตสาหกรรมจากนักลงทุน และกิจกรรมอื่น ๆ ตามมา
“ที่เรารับฟังมา ก็มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ความเห็นมีหลากหลาย ถ้าถามในมุมของกลุ่ม NGO เขาก็จะค้านเรื่องที่ว่ามันมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การมี EEC ทำให้มลพิษเพิ่มขึ้น ก็จะมีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเพราะเขาก็เห็นจากในพื้นที่มันมีพวกโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เขาก็เลยกังวล ส่วนมุมมองนักลงทุนอย่างหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด เขาก็เชื่อว่ามันมีโอกาสเพราะมันมีการลงทุน มีภาคการผลิต มีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ ยิ่งมี EEC ลงไปจะยิ่งมีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น ถ้าปล่อย ๆ ไปมันจะเหมือนจังหวัดสมุทรสาคร”
ส่วนความคืบหน้าในส่วนของสิทธิประโยชน์ EEC ยังไม่ได้นำเสนอเข้า ครม. แต่ได้เสนอให้บอร์ด EEC รับทราบว่า กำหนดอย่างไรไว้บ้าง และการให้สิทธิประโยชน์ EEC จะให้เป็นเฉพาะรายตามที่ได้เจรจากับนักลงทุน ไม่ได้มีประกาศเป็นมาตรการสิทธิประโยชน์ทั้งแพ็กเกจตายตัว แต่จะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน คาดว่าภายในเดือนกันยายนหรือช่วงเดือนตุลาคมนี้จะเห็นสิทธิประโยชน์ EEC ที่ชัดเจนขึ้นว่าจะให้อะไรกับนักลงทุนบ้าง
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาในหัวข้อพิเศษ “เขตเศรษฐกิจพิเศษกลไกการพลิกอนาคตประเทศไทย” ในงาน EEC Expo 2025 ว่า แม้ว่าขณะนี้ทั่วโลกจะต้องเผชิญกับหลายวิกฤต ทั้งภาษีการค้าจากสหรัฐ หรือแม้แต่ภาษีสิ่งแวดล้อม CBAM การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี แต่หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศไทยไม่เคยเสียเปรียบ ด้วยมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อม น้ำ ไฟฟ้า และควรใช้จังหวะนี้ในการพัฒนาและส่งเสริมภาคการผลิตอุตสาหกรรมในประเทศ
“เราควรเอาความท้าทายมาเป็นโอกาสปรับปรุงตัว ใช้พื้นที่ EEC ดึงการลงทุนเข้ามา ตอนนี้เรามี EV ดาต้าเซ็นเตอร์ PCB ทุกอย่างมันตามเข้ามา ต่อไปถ้า พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม ฉบับแรกของประเทศไทย มันจะดึงการลงทุนพวกกลุ่ม Circular BCG เข้ามาอีกมาก นี่คือโอกาสของเรา อย่าลืมเรากินบุญเก่ามา 30-50 ปี มันก็หมด วันนี้เราถูกทรัมป์บังคับเร่งให้ทำเรื่อง RVC (Regional Value Content) หรือเรื่อง Local Content มันกลายเป็นโอกาสดีที่อุตสาหกรรมไทยกลับมาสร้างมูลค่าในระบบอุตสาหกรรมเราเอง ถ้าไม่มีทรัมป์เราก็ไม่ปรับตัว จากนี้เราจะเจอกับข้อบังคับอีกหลายเรื่อง เราเองก็ต้องคิดปรับตัว และพฤติกรรมของผู้บริโภคเขาจะไม่มองแค่เรื่องสินค้า แต่เขาจะมองไปถึงวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ว่ามันกระทบสิ่งแวดล้อมหรือไม่”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลุ้นรถไฟเชื่อม 3 สนามบินเกิดปีนี้ ซาวเสียงขยาย EEC ปราจีนฯ จบสิงหาคม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net