เศรษฐกิจไทยเดือน ก.ค. 68 แผ่ว ‘ธปท.’ ชี้การเมืองกระทบไม่มาก
'ธปท.' เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ค. 68 ชะลอตัวลง จากภาคบริการท่องเที่ยว-การผลิตภาคอุตสาหกรรม-การลงทุนภาคเอกชนแผ่ว พร้อมจับตาผลกระทบภาษีสหรัฐฯ-สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้การเมืองกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
29 ส.ค. 2568 - นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค. 2568 ขยายตัวชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ทั้งจากภาคบริการที่ลดลงตามกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยว และการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงจากปัจจัยชั่วคราว ขณะที่การส่งออกขยายตัวได้ 9.7% โดยการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เช่น อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ด้านการนำเข้าขยายตัว 4.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ขยายตัวลดลงจากเดือนก่อน ในทุกหมวดสินค้า จากสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค หมวดเชื้อเพลิง เป็นต้น
ด้านการบริโภคภาคเอกชนทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นจากทุกองค์ประกอบ ทั้งยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงต่อเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมือง นโยบายการค้าโลก เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า และสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
ส่วนการลงทุนภาคเอกชนลดลงจากเดือนก่อหน้า จากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิที่ปรับลดลงจากหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน สำหรับหมวดยานพาหนะทรงตัว โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งและรถบรรทุกปรับเพิ่มขึ้น
สำหรับภาคการท่องเที่ยวต่างชาติ พบว่า นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนตามการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน รวมถึงนักท่องเที่ยวจีที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนมาก ขณะที่นักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม กัมพูชา ลาว ลดลงต่อเนื่อง จากความกังวลต่อสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนก.ค.อยู่ที่ ติดลบ 0.7% ติดลบเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ติดลบ 0.25% จากอัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสดลดลงตามราคาผลิตไม้และเนื้อสัตว์ที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.84% ชะลอลงจากผลฐานสูงของราคาอาหารสำเร็จรูปในปีก่อนและราคาของใช้ส่วนตัวที่ลดลงจากการทำโปรโมชั่น
“กิจกรรมในภาคบริการลดลงจากภาคการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ สอดคล้องกับรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ปรับลดลง ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นและการหยุดผลิตรถยนต์ชั่วคราวเพื่อปรับกระบวนการผลิต ด้านการลงทุนภาคเอกชนลดลงจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ส่วนการบริโภคภาคเอกชนทรงตัว แต่แนวโน้มข้างหน้ายังถูกกดดันจาดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลง” นางสาวชญาวดี กล่าว
นางสาวชญาวดี กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มชะลอลงจากการส่งออกสินค้าจากผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐฯ และภาคท่องเที่ยวที่การแข่งขันในภูมิภาครุนแรงขึ้น ด้านการบริโภค ขยายตัวชะลอลงตามแนวโน้มรายได้และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ทั้งนี้ ในระยะข้างหน้ายังต้องติดตาม ผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐฯ พัฒนาการภาคการท่องเที่ยว และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และผลกระทบต่อการค้าและการท่องเที่ยวบริเวณชายแดน
ด้านปัจจัยทางการเมือง โดยเฉพาะการตัดสินคดีคลิปเสียงของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายฮุน เซน มองว่า ความต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขึ้นอยู่กับนโยบายและมาตรการที่วางไว้ว่าจะต่อเนื่องหรือไม่ เนื่องจากงบประมาณประจำปี 2569 ได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว หากกิจกรรมต่าง ๆ ดำเนินการไปได้ ผลกระทบอาจไม่ได้มากนัก แต่เรื่องความเชื่อมั่นอาจจะส่งผลกระทบบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ คือ เรื่องของความชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมา คนอาจชะลอการตัดสินใจในการลงทุนได้
“ภาพวันนี้ ธปท. ยังมองว่า เศรษฐกิจยังคงเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ แต่หากมีอะไรที่เกินกว่านั้น ก็จะเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามในระยะข้างหน้า ดังนั้นตราบใดที่กิจกรรม มาตรการและนโยบายต่าง ๆ ยังเดินหน้าต่อไปได้ ก็คิดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะไม่ได้เยอะ แต่อาจมีกระทบบ้างต่อความเชื่อมั่น”นางสาวชญาวดี กล่าว