ส่องพฤติกรรมการใช้เงินและหนี้สินของคนรุ่นใหม่
ผลการศึกษาทางจิตวิทยาชั้นนำระดับโลกหลายต่อหลายชิ้นแสดงให้เห็นตรงกันว่า “อารมณ์” มีผลต่อพฤติกรรมของคนมากกว่าที่เราคิด โดยพบว่าคนเรามักใช้อารมณ์ในการตัดสินใจมากถึง 80-85% และใช้ตรรกะในการตัดสินใจเพียง 15-20% เท่านั้น
สอดคล้องกับการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่เจน Y ปลายๆ ต่อเนื่องไปจนถึงเจน Z และมิลเลนเนียล (Millennials) จากหลายๆ แหล่ง ที่ส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับ “การใช้จ่ายซื้อสินค้าตามอารมณ์” หรือ Emotional Spending มากกว่าเน้นการเก็บออมเพื่อวัยเกษียณ แม้ว่าทุกวันนี้เราเจอกับเศรษฐกิจที่ซบเซาและไม่แน่นอน
เนื่องจาก “คนในรุ่นนี้” มีแนวทางการใช้ชีวิตแบบอยู่กับปัจจุบัน “You Only Live Once” เกิดมาครั้งเดียว ใช้ชีวิตให้คุ้ม และ “การให้รางวัลกับตัวเอง” หลังจากการทำงานที่หนัก และยิ่งต้องเผชิญกับเศรษฐกิจที่ตกต่ำมายาวนานหลายปี ทำให้การใช้เงินเพื่อซื้อความสุขระยะสั้นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
เมื่อ “เครียด” เมื่อ “เหนื่อย” หรือ “วิตกกังวล” ก็ต้องหาอะไรฮีลใจตัวเอง เช่น การชอปปิ้งสักนิด “อันนี้โลกออนไลน์เขาฮิต” หรือ “ของมันต้องมี” หนังดีก็ต้องดู คอนเสิร์ตดังพลาดไม่ได้ กินของอร่อยๆ นั่งชิลล์เช็คอินคาเฟ่เก๋ๆ นอกจากนั้น การลงทุนหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการท่องเที่ยวก็เป็นอีกเทรนด์ที่มาแรง
และนอกเหนือจากการใช้จ่ายเพราะ “อารมณ์จะพาไปแล้ว” ผลของโลกการเงินยุคใหม่ที่ทำให้คนไทยคุ้นเคยกับเทคโนโลยีที่ช่วยให้โอนง่าย โอนไว ทั้งตัดบัตรเครดิต จ่ายผ่าน e-wallet, QR payment แอปพลิเคชันชอปปิ้งออนไลน์ ยังเป็นตัวช่วยจัดการทุกการใช้จ่ายให้คล่องแคล่วมากขึ้น
แค่กดๆ คลิกๆ ไม่กี่ที เงินถูกตัดจากบัญชี ของมาส่งถึงบ้าน แถมวันนี้ยังมีบริการ Pay Later หรือช้อปก่อนจ่ายทีหลัง ช่วยสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่นิยมสั่งของกิน ของใช้ ชอปปิ้งออนไลน์ให้จ่ายเงินง่ายมากขึ้น
เมื่อไม่นานมานี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทย (จำกัด) มหาชน ได้นำเสนอข้อมูล “เทรนด์การบริโภคของคนรุ่นใหม่ (เจน Z) ในจีน” ซึ่งพบว่าพฤติกรรมการบริโภคของหนุ่มสาวชาวจีนรุ่นใหม่จะเน้นการใช้จ่ายกับสินค้าที่ให้ความสุขของตัวเองประจำวัน หรือ "Emotional Spending” และให้คุณค่ากับประสบการณ์มากกว่าการซื้อสินค้าขนาดใหญ่ เช่น อสังหาริมทรัพย์
สะท้อนได้จากราคาหุ้นและผลประกอบการบริษัทที่อยู่ในกลุ่ม Emotional Spending เช่น ชานมไข่มุก Art toy ร้าน Pop Mart และเครื่องสำอางหรูสัญชาติจีน ที่กำลังเป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ในจีน และกำลังเติบโตได้ดี เป็นตัวช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงในขณะนี้ สวนทางกับยอดค้าปลีกโดยรวมของจีนที่ชะลอตัวลงจากการลดการซื้อสินค้าอย่างรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์
สำหรับประเทศไทยเอง การสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทย ผ่านการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ในครึ่งปีแรกของปี 2568 บัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เทรนด์ใช้จ่ายตามอารมณ์มาแรงขึ้น โดยพฤติกรรมของกลุ่มเจน Z และมิลเลนเนียล กำลังเปลี่ยนจากการซื้อสิ่งของ มาเป็นการลงทุนกับประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตน และสร้างความทรงจำที่มีคุณค่าทางใจมากขึ้น
สะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Emotional Value หรือการใช้จ่ายเพื่อซื้อความรู้สึกและความทรงจำ แทนการครอบครองสิ่งของ เห็นได้จากพฤติกรรมการใช้จ่ายหมวดแหล่งท่องเที่ยว (Attraction) เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่นิทรรศการคาแรกเตอร์เฉพาะกลุ่ม รวมทั้งสินค้า และประสบการณ์แบบแฟนดอมได้รับความนิยมสูง
“ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดบันเทิงช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-กรกฎาคม 2568) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 40% ในขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่โรงภาพยนตร์ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2568 เพิ่มขึ้นถึง 60% และมียอดการแลกคะแนน KTC FOREVER ในหมวดโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้น 50% แสดงถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์ด้านความบันเทิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
สอดคล้องกับ “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” หรือบัตรเครดิตในเครือกรุงศรีฯ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ นอกเหนือจากการใช้บัตรเครดิตเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ รวมทั้งการใช้จ่ายในปั๊มน้ำมันแล้ว การใช้จ่ายที่ติด 1 ใน 5 ของการใช้จ่ายสูงสุดคือ การช้อปปิ้งออนไลน์ ขณะที่การใช้จ่ายผ่านบัตรสูงสุด 5 อันดับแรก เรียงตามอัตราการเติบโต พบว่า มีการใช้จ่ายผ่านแอปเดลิเวอรีอยู่ในอันดับ 2 โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชัน อันดับ 3 และอันดับที่ 4 คือตัวแทนท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ง่าย จ่ายคล่อง แต่รายได้ไม่คล่องตาม “หนี้สิน” ก็จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า กลุ่มคนเริ่มทำงาน หรือกลุ่มอายุ 22-29 ปี ประมาณ 50% มีหนี้สินเป็นของตัวเอง และ 1 ใน 4 ของคนที่เป็นหนี้เหล่านี้ กำลังประสบปัญหาการชำระหนี้ได้ยากลำบาก
ซึ่งเหตุผลอาจจะมาจากคนกลุ่มนี้อาจไม่มีความรู้ด้านการจัดการรายได้ ไม่มีข้อมูลที่เพียงพอในการควบคุมการใช้จ่าย หรือขาดความสามารถในการจัดการทางการเงิน
สอดคล้องกับศูนย์วิจัยเศรษฐกิจธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ttb analytics ที่ได้ทำรายงานสำรวจวินัยทางการเงิน และพฤติกรรมการก่อหนี้ของคนไทย ซึ่งระบุว่า คนที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน และเริ่มต้นก่อหนี้จากสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นอันดับแรก ๆ จะมีแนวโน้มที่จะผิดนัดชำระหนี้มากกว่า เทียบกับลูกหนี้ที่กู้สินเชื่อประเภทอื่นเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ ยังพบว่า หากลูกหนี้ที่มีพฤติกรรมชำระค่างวดสินเชื่อส่วนบุคคลล่าช้า หรือเริ่มผิดนัดชำระหนี้ ยังจะมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้อื่นๆ ตามมา โดยมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 4 เท่า และความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้สินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายในระยะเวลา 2 - 3 เดือน
จากกรณีเหล่านี้ ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่บางส่วนในโลก ที่เริ่มเข็ดกับผลของการใช้จ่ายตามอารมณ์ ที่ซื้อสินค้ามากองไว้ แต่ไม่รู้ว่าจะใช้เมื่อไร หรือบางรายเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวตั้งแต่ยังหนุ่มสาว ที่เริ่มหันไปสู่เทรนด์การใช้จ่ายแบบใหม่กว่า ที่เรียกว่า Loud Budgeting ซึ่งเป็นการประกาศให้คนรู้ว่า “ฉันประหยัด ไม่ตามใคร ไม่ต้องมีของทุกอย่างที่คนอื่นมี แต่จะมีเฉพาะของที่จำเป็นและต้องการเท่านั้น จะไม่ซื้อของตามกระแสสังคม”
นอกจากนี้ คนที่จะหันมาทาง Loud Budgeting ยังต้องการวางแผนทางการเงินและการลงทุน มีเป้าหมายทางการเงินชัดเจน ให้ความสำคัญกับการเก็บออมเงิน เพื่อความมั่นคงในอนาคต หรือรวยทีหลังดังกว่า เรียกว่าสวนกระแส Emotional Spending แบบหันหลังกลับทิศ
“พฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไป จึงสะท้อนทั้งการใช้ชีวิตและค่านิยม” และทำให้คิดต่อไปว่า เมื่อประเทศไทยของเรากำลังเผชิญหน้ากับปัญหา “หนี้ครัวเรือนสูง” และภาคทางการ ทั้งกระทรวงการคลัง และ ธปท.เห็นตรงกันว่าต้องหาหนทาง “แก้หนี้ครัวเรือนให้ได้อย่างยั่งยืน” โดยด่วนนั้น
“การมองภาพของชีวิตคนไทยให้ครบวงจร ทั้งตั้งแต่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต รายได้ ทัศนคติในการใช้จ่าย ไปจนถึงเหตุผลในการก่อหนี้ น่าจะช่วยให้ออกมาตรการแก้ปัญหา มาจากความเข้าใจการเดินทางการดำเนินชีวิตของคนไทย การเป็นหนี้ และการเบี้ยวหนี้ที่ชัดเจนมากขึ้น”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องพฤติกรรมการใช้เงินและหนี้สินของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ถึงเศรษฐกิจซบเซา แต่ตลาด Luxury ยังโต เพราะ "กลุ่มรายได้สูง" ยังพร้อมเปย์แต่หนี้เสียน้อยกว่า
- “หมดใจทำงาน ไม่ผิดแต่ลาออกแบบไร้แผน เสี่ยงพัง!” Gen Z กับบทเรียน “Meaningful Work”ทำยังไงให้รอด
- รู้จักสัญญาณ “Friendflation” ติดสังคม จนการเงินติดลบ
- Gen Z ไม่รองานประจำ! เปลี่ยนความชอบ ให้เป็นรายได้ ผู้นำเทรนด์ในยุคที่เศรษฐกิจ-การเมืองไทย ชะลอตัว
- Gen Z ให้ "กรุงเทพฯ" เป็นเมืองที่ดีที่สุดเพราะค่าครองชีพถูก แต่คนไทยมองต่างเพราะของยังแพง
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath