"Money Dysmorphia" ภาวะของคนที่เก็บเงินจนเครียด จะใช้จ่ายก็รู้สึกผิด - มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ
เคยรู้สึกว่าหาเงินมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ หรือมีเงินมากมายแต่กลับไม่กล้าซื้อของชิ้นเล็กๆ ที่อยากได้?
นี่อาจเป็นความรู้สึกเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนว่าเราอาจกำลังเผชิญกับ “Money Dysmorphia” อยู่ก็เป็นได้
เก็บเงินจนเครียด มีจริงเหรอ?
Money Dysmorphia หรือ ภาวะเก็บเงินจนเครียด เกิดจากการที่เรารู้สึกว่า การเงินของเรายังไม่มั่นคงมากพอ และมุ่งมั่นที่จะหารายได้เพิ่มเติมเงินเข้ากระเป๋าอย่างเดียว จนลืมเติมความสุขให้กับตัวเอง
สะท้อนจากผลสำรวจ"Mind Money Connection" ของ Jenius Bank เปิดเผยว่า 41% ของกลุ่ม Millennials มีประสบการณ์ภาวะเครียดจากเรื่องเงิน แม้สถานะปัจจุบันอาจไม่ได้กดดันมากขนาดนั้น หากหมกมุ่นกับเรื่องการเงินมากเกินไป อาจบีบให้เรารู้สึกว่าต้องหาเงินต่อไปเรื่อย ๆ จนยากที่จะมีสุขภาพกาย - ใจดีได้
สาเหตุของภาวะนี้อาจผสมผสานมาจากหลายปัจจัยที่ทำให้รู้สึกถึงความไม่มั่นคงทางการเงิน เช่น มีรายได้น้อยกว่าที่คาดหวังไว, เรียนจบมาพร้อมหนี้, เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนดังในโซเชียลและกดดันตัวเองว่าต้องสร้างเงินให้ได้มากขึ้นและมากขึ้น ทั้งหมดนี้อาจกลายเป็นความเครียดในที่สุด
ทั้งนี้ ภาวะ Money Dysmorphia ไม่ได้เกิดขึ้นกับกลุ่ม Millennials เท่านั้น แต่ Jenius Bank ยังเน้นย้ำว่าภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้และส่งผลกระทบต่อคนทุกรุ่น ทุกระดับรายได้ตั้งแต่งบน้อยไปจนถึงมั่งคั่ง
เปิด 6 เช็กลิสต์ เราเข้าข่ายภาวะเก็บเงินจนเครียดแล้วหรือยัง?
และเพื่อป้องกันความเครียดทางการเงินจนกลายเป็น Money Dysmorphia นั้น Thairath Money จะพาผู้อ่านไปเช็กลิสต์ 6 พฤติกรรมที่เข้าข่ายภาวะเก็บเงินจนเครียด ดังนี้
- รู้สึกว่า “มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ”
- ถึงใช้เพื่อความสุขของตัวเอง ก็ไม่กล้าใช้จ่าย
- คิดมาก หรือ รู้สึกผิดเมื่อใช้จ่าย
- เปรียบเทียบสถานะทางการเงินของตัวเองกับคนอื่น รวมถึง อินฟลูเอนเซอร์ในโลกออนไลน์
- พูดถึงเรื่องเงินเมื่อไร ก็รู้สึก “เครียด” และ “กังวล”
- ถึงมีเงินเดือนสูงแต่ก็รู้สึกไม่มั่นคง
วิธีรับมือกับภาวะเก็บเงินจนเครียด
หลังจากที่เช็กลิสต์ครบทั้งหมดแล้ว หากผู้อ่านพบว่าพฤติกรรมเหล่านี้ตรงกับตัวเอง อาจจะต้องเริ่มปรับเปลี่ยนบางอย่างเพื่อให้สุขภาพกาย - ใจ - การเงินของเราดำเนินไปอย่างสมดุลและดีในเวลาเดียวกัน ด้วย 4 วิธีนี้
1. อย่าให้โซเชียลกดดันการเงินของเรา
ก่อนอื่นเราต้องเริ่มจากการหยุดเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะพื้นฐานการเงินของแต่ละคนต่างกัน แต่เรายังสามารถหาแนวทางการเงินที่ดีด้วยการเรียนรู้จากคนในโซเชียลมาปรับใช้ในชีวิตของตัวเองได้
2. ปรับกรอบการเงินใหม่
เช็กแผนการเงินของตัวเองในตอนนี้ว่า เข้มงวดเกินไปจนอึดอัด หรือหละหลวมเกินไปหรือเปล่า และลองปรับแก้ให้เป็นแผนที่ยืดหยุ่น แต่รอบคอบมากขึ้นเพื่อให้เราสบายใจได้
3. หาความรู้เรื่องการเงินเพิ่ม
การพัฒนาความรู้เรื่องการเงิน เช่น การฟังพอดแคสต์ หรืออ่านหนังสือ จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจและมองเห็นช่องทางในการสร้างโอกาสให้การเงินของเรามากขึ้น
4. หาที่ปรึกษาเพื่อเยียวยาจิตใจ
ภาวะ Money Dysmorphia อาจนำไปสู่ความเครียดในชีวิตของเราได้ ดังนั้นหากรู้สึกกังวลมากเกินไปหรือนอนไม่หลับเพราะคิดแต่เรื่องเงินอาจต้องพูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือนักบำบัดเพื่อให้สภาพจิตใจของเราฟื้นตัวและเอาชนะความเครียดได้
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าเป้าหมายของการมีสุขภาพการเงินที่ดี ไม่ใช่การมีตัวเลขในบัญชีให้สูงที่สุด แต่คือการมี ‘อิสระ’ ที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล มีความสุข และไม่ย้อนกลับมาทำร้ายสุขภาพกาย - ใจของเราในภายหลัง
ที่มา: Jenius Bank, ธนาคารออมสิน
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "Money Dysmorphia" ภาวะของคนที่เก็บเงินจนเครียด จะใช้จ่ายก็รู้สึกผิด - มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "Money Dysmorphia" ภาวะของคนที่เก็บเงินจนเครียด จะใช้จ่ายก็รู้สึกผิด - มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ
- การเงินดี ชีวิตดี "ความรวย" ที่ไม่ได้วัดด้วยมูลค่า เมื่อ 58% ของคน Gen Z หยุดไล่ล่าความมั่งคั่ง
- การเงิน คือ กล้ามเนื้อหลักของชีวิต! 10 สัญญาณ บอกว่าคุณฟิตพอหรือยัง
- หนี้ ไม่ใช่ผู้ร้ายทางการเงิน! ถอดรหัส "วัคซีนหนี้" จากนักวางแผนการเงินมืออาชีพ
- AIA เปิดตัวแอปฯ ALive Powered ช่วยอัปเดตชีวิตทุกด้าน ชูฟีเจอร์เพื่อสุขภาพกาย ใจ และการเงินที่ดี
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath