แกะพอร์ตลงทุน CK
นับว่าเป็นกระแสและประเด็นดราม่าที่นักลงทุนออกโต้เถียงกันอย่างดุเดือด หลังจากที่ CK Cheong หรือ ซีเค เจิง ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Fastwork.co ได้ออกมาพูดการถึงการลงทุนผ่านรายการ Business Tomorrow OnGround ถึงมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ได้ยกหุ้นหลายๆตัวมาพูดถึงกันไม่ว่าจะเป็น TESLA และ AMAZON
แต่จุดที่น่าสนใจและสร้างข้อถกเถียงให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมากก็คือ การลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทน 17% ต่อปี ซึ่งวิธีการลงทุนที่เจ้าตัวยกตัวอย่างมา เป็นการนำเงินสด 100 ล้าน ไปซื้อหุ้นกู้ที่ให้ดอกเบี้ย 7%ต่อปี และนำหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้วางค้ำประกันกับธนาคารเพื่อกู้เงินสด 100 ล้าน ออกมาซึ่งจะเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 2% ต่อปี
และนำเงินที่กู้ได้ ไปลงทุนต่อยอดในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่เจ้าตัวได้ยกกอง KKR Infrastructure Fund ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง ที่ให้ผลตอบแทนจากปันผลอยู่ที่ 12% ต่อปี ดังนั้น สูตรการลงทุนข้างจะได้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยหุ้นกู้อยู่ 7 ล้านต่อปี เสียดอกเบี้ยจากเงินกู้ธนาคาร 2 ล้านต่อปี และได้รับเงินปันผล 12 ล้านต่อปี ซึ่งสรุปจะได้ผลตอบแทน 17 ล้านต่อปี
ทั้งนี้ แม้ว่าในปัจจุบันข้อสงสัยดังกล่าวจะยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง แต่นักลงทุนหลายอาจจะอยากรู้แนวทางการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนเจ้าตัวก็ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า พอร์ตการลงทุนจะประกอบไปด้วย หุ้นกู้ราว 50% Fastwork.co ราว 20% และที่เหลือคริปโทเคอร์เรนซี อย่าง SOLANA, BITCOIN ต้นทุนอย่างกว่า 1,000 ดอลลาร์ , Ethereum ต้นทุนอย่างกว่า 30 ดอลลาร์ และ หุ้นAMAZON หรือ AMZN, Chipotle Mexican Grill หรือ CMG และ COSTCO หรือ COST