KKP อีกหนึ่งหุ้นแบงก์ปันผลสูง ปี 68-69 ให้ผลตอบแทน 7% ต่อเนื่อง
KKP หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหุ้นธนาคารที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูง 7% ต่อเนื่อง อีกทั้งคุณภาพสินทรัพย์ยังมีพัฒนาการที่ดี และราคาหุ้นยังมีปัจจัยบวกจากโครงการซื้อหุ้นคืนที่พึ่งประกาศไปอีกด้วย
โดย 5 ย้อนหลัง KKP มีประวัติจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง ในปี 2563 จ่ายเงินปันผลรวม 2.25 บาทต่อหุ้น, ปี 2564 จ่ายเงินปันผลรวม 2.95 บาทต่อหุ้น, ปี 2565 จ่ายเงินปันผลรวม 3.25 บาทต่อหุ้น, ปี 2566 จ่ายเงินปันผลรวม 3 บาทต่อหุ้น และปี 2567 จ่ายเงินปันผลรวม 4 บาทต่อหุ้น
และล่าสุด KKP ได้ประกาศปันผลระหว่างกาลจากงวดผลการดำเนินงาน 1 ม.ค. - 30 มิ.ย. 68 ในอัตรา 1.50 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 10 ก.ย. 68 และจ่ายปันผลในวันที่ 25 ก.ย. 68
ทั้งนี้ การจ่ายปันผลดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปันผลระหว่างกาลที่ 1.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 2.6% สูงกว่าคาดที่ 1.25 บาทต่อหุ้น
ขณะเดียวกัน หากอ้างอิงคาดการณ์ปี 2568 ที่ประเมินว่า KKP จะจ่ายปันผลรวม 4 บาทต่อหุ้น ธนาคารน่าจะจ่ายปันผลงวดการดำเนินงาน 1 ม.ค.–31 ธ.ค. 68 ในอัตรา 2.50 บาทต่อหุ้น ส่วนปี 2569 คาดว่าจะจ่ายปันผลในอัตรา 4 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.96%
นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังมีมุมมอง Positive ต่อโครงการซื้อหุ้นคืน เพราะประเมินราคาที่ซื้อคืน เบื้องต้นเฉลี่ยที่ 62.50 บาทต่อหุ้น สูงกว่าราคาตลาดที่ 57.50 บาท
สำหรับโครงการดังกล่าว KKP ให้เหตุผลว่าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการทำกำไรของธนาคารในอนาคตบนเงินกองทุนและสภาพคล่อง ส่วนเกินของธนาคารที่มีอยู่ โดย KKP จะใช้วงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 16 ล้านหุ้น ด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดฯ ระหว่างวันที่ 4 ก.ย. 68 - 2 มี.ค. 69
อย่างไรก็ตาม บล.กรุงศรี ให้คงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 60 บาท ด้วยเหตุผล คือ 1. เห็นพัฒนาการทางด้านคุณภาพสินทรัพย์ในเชิงบวก ทั้งการลดลงของหนี้เสีย (NPL) ขาดทุนรถยึด และการบริหารค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) 2. คาดธนาคารสามารถรักษาระดับการจ่ายเงินปันผล Dividend Yield ที่ 7% ต่อปี และ 3. มีปัจจัยบวกจากโครงการซื้อหุ้นคืนและเงินปันผลระหว่างกาลที่มากกว่าคาด