ราชกิจจานุเบกษา ประกาศการเปลี่ยนแปลง "พรรคพลังประชารัฐ"
ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘ ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ
ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีประกาศลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๒๗ เรื่องการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีคณะกรรมการบริหารพรรคจำนวน ๒๐ คน นั้น
บัดนี้ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๖ กรณีที่ประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๘ มีมติดังนี้
- แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๘
ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐเป็นต้นไป
- ยกเลิกความในข้อ ๔ ของข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ และให้ใช้ความดังนี้แทน
"ข้อ ๔ เครื่องหมายพรรคการเมืองและความหมาย
(๑) พรรคพลังประชารัฐใช้เครื่องหมายมีลักษณะดังนี้ คำว่า 'พรรค' อยู่กึ่งกลางด้านบนของเครื่องหมายพรรคการเมือง เหนือตัวอักษรคำว่า 'พลังประชารัฐ' โดยมีคำว่า 'พลัง' เป็นสีเขียว 'ประชา' เป็นสีน้ำเงิน และ 'รัฐ' เป็นสีแดง อยู่ภายในวงล้อพลวัตที่มี ๓ แถบสี คือ สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว บนพื้นสีขาว ตามรูป
(๒) ความหมายของสีในเครื่องหมายพรรค
สีแดง หมายถึง พลังแห่งความเชื่อมั่น ศรัทธา และความสุขของประชาชน รวมถึงความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ
สีขาว หมายถึง ความดีงาม ธรรมาภิบาล และการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี
สีน้ำเงิน หมายถึง จุดยืนทางการเมืองเชิงอนุรักษ์นิยม ความสามัคคีของคนในชาติ ปราศจากความขัดแย้ง
สีเขียว หมายถึง ความทันสมัย การอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน พร้อมความพร้อมในการพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืน"
- ยกเลิกความในข้อ ๖ ของข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความดังนี้แทน
"ข้อ ๖ คำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ
พรรคพลังประชารัฐประกาศจุดยืนทางการเมืองในการเป็นพรรคอนุรักษ์ ที่มุ่งมั่นยึดมั่นและปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี และค่านิยมอันดีงามของชาติ พร้อมปรับเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการภาครัฐให้ทันสมัย มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับบริบทการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนส่วนรวมเป็นสำคัญ"