เคยทำกับใคร? ปวิน ซัดแรง 5 ข้อ พรรคประชาชน ไม่ควรไว้ใจ ภูมิใจไทย สำคัญสุดชอบหักหลัง
ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊ก ชำแหละ 5 ข้อ ทำไมพรรคประชาชน ไม่ควรไว้ใจ ภูมิใจไทย
วันนี้ (30 ส.ค.) เฟซบุ๊ก “Pavin ChaChavalpingpun” เขียนเนื้อหาชำแหละปมการเมืองร้อน โดยซัดตรงๆ ถึงสาเหตุที่ พรรคประชาน ไม่ควรไว้ใจ พรรคภูมิใจไทย โดยระบุเนื้อหาร่ายยาว แบ่งเป็น 5 ข้อ
เจ้าตัวมีการระบุ ขออนุญาตฟื้นจากดราม่าทางการเมืองเมื่อวาน (29 ส.ค.) มีคำพูดมากมายในใจที่อยากเขียน เริ่มทีละเรื่องเลยนะคะ คือถ้าถามว่าทำไมเรา คนไทยและพรรคประชาชนถึงไม่ควรไว้ใจพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องบอกว่ามันมีเหตุผลหลายอย่างที่สะสมมานานเลยค่ะ ลองมาดูกันทีละข้อ
อย่างแรกเลยคือ 1. เรื่อง “ความเป็นอนุรักษ์นิยม” คือพรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนที่ชัดเจนมากๆ เรื่องการปกป้องผลประโยชน์ของสถาบันหลักที่อยู่นอกระบบรัฐสถา ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องขุนศึก-ศักดินา เลยทำให้อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้าง (ซึ่งเมืองไทยต้องการมากกกกก เยาวชนรุ่นใหม่ต้องการมากกกกก ในเวลานี้) อาทิ การปฏิรูปสถาบัน การปฏิรูป ม 112 และการปฏิรูปกองทัพ พรรคภูมิใจไทยจะคัดค้านแบบหัวชนฝา (ดูแถลงการของพรรคเมื่อคืนค่ะ) ซึ่งจุดยืนแบบนี้มันขัดแย้งกับหลักการของพรรคประชาชนที่เน้นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองและสถาบันมากๆ
2.เรื่อง “ความสัมพันธ์” อันนี้ก็สำคัญมากค่ะ เพราะหลายคนมองว่าภูมิใจไทยเป็นพรรคที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจเก่า ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือระบบราชการที่ฝังรากลึกในสังคมไทย จึงสามารถทำงานร่วมกับฝ่ายนี้ได้อย่างราบรื่น ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรที่เป็นแก่นแท้ทางการเมืองจริงๆ พูดง่ายๆ จุดยืนของอนุทินคือการรักษา status quo
แล้วก็ข้อ 3. เรื่อง “อุดมการณ์” ค่ะ คือพรรคนี้ไม่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน เพียงแต่จะเน้นที่นโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้มากกว่า เช่น กัญชา หรือการคมนาคม
แต่ ณ วันนี้ นโยบายแบบนี้มันคือลำดับความสำคัญแรกหรอ? เราควรต้องตั้งคำถามที่ว่า ถ้าต้องเลือกระหว่างอุดมการณ์ที่เปลี่ยนการเมืองไทยกับอำนาจเก่าที่ไม่ให้ประโยชน์ต่อประชาชน พรรคนี้จะเลือกอะไร แน่นอน อนุทินต้องเลือกอย่างหลัง เราจะสนับสนุนพรรคที่ไม่สนไม่แคร์ประเด็นสิทธิมนุษยชนหรอ เราเคยได้ยินอนุทินพูดเรื่องเยาวชนในเรือนจำไหม?
อีกเรื่องที่คนไม่ลืมเลยก็คือ 4. “การแสดงออกทางการเมือง” ค่ะ พรรคภูมิใจไทยคือตัวแทนของการเมืองแบบเก่า คือใช้ “บ้านใหญ่” หรือ “เจ้าพ่อ” ในการรวบรวมคะแนนเสียง แล้วก็ใช้เงินเป็นหลักในการหาเสียง ซึ่งมันตรงกันข้ามกับการเมืองแบบใหม่ที่คนรุ่นใหม่อยากสร้าง ที่พรรคประชาชนอยากสร้างค่ะ
และที่สำคัญสุด คือ 5. “การหักหลัง” หรือ “การไม่รักษาสัญญา” ซึ่งมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วตอนจัดตั้งรัฐบาลก่อนหน้านี้ไงคะ
ตอนที่พรรคเพื่อไทยกำลังรวมเสียง พรรคภูมิใจไทยก็เคยปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับพรรคประชาชนมาแล้วครั้งหนึ่ง แถมตอนมีประเด็น 112 ในสภา พรรคภูมิใจก็ประกาศจุดยืนที่จะไม่ร่วมมือกับพรรคที่สนับสนุนการปฏิรูป 112 ซึ่งก็หมายถึงพรระประชาชนไม่ใช่หรอ ?
พอมาครั้งนี้ที่อนุทินอยากเป็นนายกจนตัวสั่น ยอมกลืนน้ำลายพร้อมร่วมงานกับพรรคประชาชน นี่มันก็ยิ่งทำให้ความไม่ไว้ใจมันเพิ่มขึ้นไปอีกค่ะ ใครจะเชื่อหรือศรัทธาพรรคการเมืองไหนก็แล้วแต่ แต่ต้องไม่ใช่ภูมิใจไทย เพราะแม่งไม่มีอะไรน่าภูมิใจทั้งสิ้น เหม็นการเมืองเก่า
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.40 ที่ผ่านมาของวันนี้ (30 ส.ค.) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ กรณีที่พรรคภูมิใจไทย ประกาศตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคเพื่อไทยว่า เรื่องนี้ไม่เป็นไรให้พรรคภูมิใจไทยประกาศไปได้เลย แต่พรรคภูมิใจไทย มีสิ่งไหนที่มั่นใจได้ถึงขนาดกล้าประกาศเช่นนี้
เมื่อถามว่า “พรรคภูมิใจไทย” ประกาศว่ารวมเสียงได้กว่า 280 เสียงแล้ว นายภูมิธรรม กล่าวย้อนว่า ได้สอบถามพรรคประชาชนแล้วหรือยัง เขายังไม่เคยบอกว่าจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทย มีเพียงพรรคประชาชนเสนอเงื่อนไข ส่วนตัวเชื่อว่าพรรคประชาชนจะรอดูพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งหมดก่อนตัดสินใจ และเวลานี้อยากถามว่าหากพรรคประชาชนจะตัดสินใจ ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ใครมีความเหมาะสมจะร่วมงานมากที่สุดสำหรับพรรคประชาชน และขอถามว่าพรรคภูมิใจไทยรวม 280 เสียงได้ เอาพรรคประชาชนไปรวมเสียงโดยที่เขาไม่ยืนยัน จะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่
อ่านข่าวเพิ่มเติม