ทรัมป์สั่งตัดงบเพิ่ม 160,000 ล้านบาท ท่ามกลางคำเตือนภาวะ ‘ชัตดาวน์’
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่าทรัมป์ส่งหนังสือถึงนายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า การตัดลดงบประมาณ 4,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 158,172 ล้านบาท) เป็นโครงการเป้าหมายของกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (ยูเอสเอด) ขณะที่สำนักงานบริหารและงบประมาณของทำเนียบขาวระบุบนโซเชียลมีเดีย ว่า ประธานาธิบดี “จะให้ความสำคัญกับอเมริกาก่อนเสมอ”
พรรคเดโมแครตเตือนว่า ความพยายามใด ๆ ที่จะเพิกถอนงบประมาณที่สภาคองเกรสอนุมัติไปแล้ว อาจส่งผลต่อการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะอัมพาตทางงบประมาณ หรือ “ภาวะชัตดาวน์” ปลายปีนี้ ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่การดำเนินงานของหน่วยงานรัฐบาลกลาง “ต้องยุติลงชั่วคราว” เนื่องจากไม่มีการอนุมัติงบประมาณ หรือให้หน่วยงานดำเนินการต่อไป
ด้านนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐ อธิบายว่า กลยุทธ์การออกกฎหมาย “ที่ไม่ค่อยมีผู้ใดรู้จัก” ของทรัมป์ ที่เรียกกันในทางเทคนิคว่า “pocket rescission” หรือการสั่งยกเลิกงบประมาณใกล้กับช่วงเวลาสิ้นสุดปีงบประมาณ ถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย
ขณะเดียวกัน สมาชิกพรรครีพับลิกันสายกลางบางคนยังแสดงจุดยืนคัดค้านความพยายามของทรัมป์ ที่ได้รับการอนุมัติจากสมาชิกสภาคองเกรสแล้ว
ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งระบุว่า รัฐบาลมี “พื้นฐานทางกฎหมายที่มั่นคง” สำหรับแผนการของทรัมป์ และการโต้แย้งใด ๆ ในศาลจะล้มเหลว
เอกสารศาลที่เอเอฟพีได้เห็นระบุว่า การตัดงบประมาณรอบใหม่นี้อยู่ที่ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 103,296 ล้านบาท) ซึ่งจะเป็นเงินทุนสนับสนุนหน่วยงานยูเอสเอด ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ คือภารกิจรักษาสันติภาพจำนวน 838 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 27,050 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อสภาพคล่องของสหประชาชาติ (ยูเอ็น).
เครดิตภาพ : AFP