หุ้นไทยร่วง 10.04 จุด หลัง ศาล รธน. ให้ “แพทองธาร” หลุดนายกฯ-ครม.พ้นทั้งคณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (29 ส.ค.2568) ล่าสุด เวลา 16.18 น. ปรับลดลง 10.04 จุด หรือปรับลดลง 0.80% มาอยู่ที่ 1,240.05 จุด ระหว่างวันทำระดับต่ำสุด 1,236.86 จุด และทำระดับสูงสุด 1,255.84 จุด มูลค่าการซื้อขาย 46,405.18 ล้านบาท
หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที และตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 และมาตรา 169 เมื่อเก้าอี้นายกรัฐมนตรีว่างลง คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยนายกฯ มีความผิด ประเมิน SET ระยะสั้น 1-2 วัน ลงก่อนรับข่าวดังกล่าว แนวรับ 1,220/1,230 จุด หลังจากนั้นค่อยรีบาวด์ ไม่เกิน 1,260 จุด
สิ่งที่ต้องตามคือ รัฐบาลจะมีการเปลี่ยนขั้วหรือไม่ ถ้ายังจับขั้วเดิมแค่เปลี่ยนนายกฯ ค่อยขึ้นต่อ มอง SET ระยะกลาง (1-3 เดือน) SET Sideways up ถึงปลายปี (Bull-run) กรอบ 1,230-1,300/1,320 จุด โดยคาดหวังนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ คาดเกิดเร็วในไตรมาส 1/2569
ขณะที่ถ้ามีสัญญาณการแตก สลับขั้วการเมือง จะลบกับตลาด แต่ Downside จำกัด 1,200 จุด เนื่องจากการรวมคะแนนเสียง สส. ค่อนข้างยาก โดยฝ่ายค้านปัจจุบัน 239 เสียง ต้องหาเพิ่ม ไม่น้อยกว่า 15 เสียง นโยบายขาดความต่อเนื่อง แต่การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนด ช่วยจำกัด Downside ตลาด
ดังนั้น ช่วงนี้หุ้นแนะนำ Global play ได้แก่ ปิโตรฯ โรงกลั่น พลังงาน ส่งออก
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายกฯ ขาดคุณสมบัติจนต้องสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ประเมินจะเป็นภาพเชิงลบต่อเสถียรภาพทางการเมืองในช่วงแรก และอาจทำให้การตั้งคำถามของนักลงทุนต่างชาติกลับมาอีกครั้ง จนนำมาสู่การชะลอการลงทุนในระยะยาว และทำให้นักลงทุนต่างชาติที่เคยออกจากตลาดไปก่อนหน้านี้โดยเฉพาะกองทุนขนาดใหญ่ต่างๆ ยังไม่รีบตัดสินใจเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย หากผลลัพธ์ออกมาในกรณีนี้
ในช่วงถัดไปแนะนำติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งหากเป็นว่ามีความพยายามที่จะชิงชัยตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัน ประเมินอาจทำให้กระบวนการเลือกนายกฯ มีความยืดเยื้อจนทำให้ ครม.รักษาการอยู่ในหน้าที่ยาวนานเกินไป ซึ่งมักเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ชื่นชอบนัก และจะทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเข้าสู่ภาวะสุญญากาศหรือ Overhang ได้ แม้ในกรณีนี้จะไม่ได้มีผลกระทบใดๆ ต่อ พ.ร.บ.งบประมาณปี 69 ซึ่งน่าจะถูกผลักดันออกมาได้เป็นกฎหมายในไม่ช้านี้
อย่างไรก็ดี หากกระบวนการเลือกนายกฯ คนใหม่ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วภายใน 1 เดือน เชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนในตลาดยอมรับได้ และจะทำให้ภาพของ SET Index ไม่ได้เผชิญกับแรงกดดันมากนัก