ประท้วงรัฐบาลอินโดนีเซียลามเป็นการเผาสถานที่ราชการ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่า สถานการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอินโดนีเซียยังคงรุนแรงและลุกลามขยายวงไปยังเมืองใหญ่อีกหลายแห่งของประเทศ หนึ่งในนั้นคือเมืองมากัสซาร์ ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดสุลาเวสีใต้ ถึงขั้นมีการจุดไฟเผาทำลายอาคารสภาประจำเมือง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน ทั้งหมดเป็นผู้ประท้วง ซึ่งเทศบาลเมืองมากัสซาร์ออกแถลงการณ์ ว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เนื่องจากโดยปกติแล้ว ผู้ประท้วงมักทำเพียงขว้างปาสิ่งของเข้าใส่อาคาร หรือจุดไฟเผายางรถยนต์เท่านั้น แทบไม่เคยมีการบุกรุกเข้ามาภายในอาคาร แล้วจุดไฟเผาแบบนี้มาก่อน
ทั้งนี้ ชนวนเหตุส่วนใหญ่ของการประท้วง มาจากปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องในประเทศ แต่ประเด็นร้อนแรงที่สุด คือการที่บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับสิทธิพิเศษ เป็นเบี้ยเลี้ยงค่าที่พักเดือนละ 50 ล้านรูเปียห์ (ราว 97,653.60 บาท) ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรุงจาการ์ตาเกือบ 10 เท่า
แม้สำนักงานเลขาธิการประธานสภาผู้แทนราษฎรอินโดนีเซียออกแถลงการณ์ ยืนยันว่า สิทธิพิเศษดังกล่าวจะสิ้นสุดในเดือน ต.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม การประท้วงยังคงดำเนินอยู่ และยิ่งรุนแรงขึ้น จากการเสียชีวิตของนายอัฟฟาน คูร์เนียวาน ไรเดอร์หนุ่มวัย 21 ปี ซึ่งถูกรถตำรวจพุ่งเข้าชน ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังสลายการชุมนุม ใกล้กับอาคารรัฐสภา ในกรุงจาการ์ตา เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่่ผ่านมา
ด้าน พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย พยายามบรรเทาความโกรธแค้นของประชาชน โดยออกมาแถลงด้วยตนเอง แสดงความเสียใจอย่างสูงสุดกับการเสียชีวิตของคูร์เนียวาน และยืนยันว่า การสืบสวนสอบสวนจะเป็นไปอย่างละเอียด และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของคูร์เนียวานจริง เจ้าหน้าที่นายนั้นจะต้องรับโทษตามกฎหมาย
การประท้วงคร้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบของ พล.ท.ปราโบโว ในการรักษาเสถียรภาพและพัฒนาอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.
เครดิตภาพ : AFP