ดร.กอบศักดิ์ ชี้หนัง Trump’s Tariffs วางพลอตหักมุม ไม่จบง่าย
หลังจากศาลอุทธรณ์กลางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมว่านโยบายการเก็บภาษีศุลกากรที่ดำเนินการโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด โดยศาลระบุว่า แม้กฎหมายจะให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการจัดการกับภาวะฉุกเฉินระดับชาติ แต่การจัดเก็บภาษีไม่ได้รวมอยู่ในอำนาจดังกล่าว https://www.posttoday.com/international-news/729604
ต่อมา ทรัมป์ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียเพียงไม่กี่นาทีหลังจากมีคำพิพากษาออกมาว่า “ภาษีศุลกากรทั้งหมดยังคงมีผลบังคับใช้!” โดยคำพิพากษาของศาลออกมาในช่วงที่ตลาดหุ้นปิดทำการก่อนเข้าสู่วันหยุดยาวสามวันในสหรัฐ
ทรัมป์ กล่าวหาศาลอุทธรณ์ว่า มีอคติทางการเมือง และหากปล่อยให้คำตัดสินนี้มีผลบังคับใช้จริง ก็จะเท่ากับเป็นการทำลายสหรัฐอเมริกาโดยสิ้นเชิง ในช่วงเริ่มต้นวันหยุดวันแรงงานนี้
พวกเราทุกคนควรระลึกไว้ว่า ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือแรงงานชาวอเมริกัน และสนับสนุนบริษัทที่ผลิตสินค้าคุณภาพภายใต้คำว่า “ผลิตในอเมริกา” หรือ MADE IN AMERICA
คำพิพากษาดังกล่าวถือเป็นการยกเลิกภาษีศุลกากรที่ทรัมป์เรียกว่า “วันแห่งเสรีภาพ” หรือ Liberation Day ซึ่งได้กำหนดอัตราภาษีพื้นฐานที่ 10% สำหรับเกือบทุกประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ รวมถึง “ภาษีแบบตอบโต้” ที่เขากล่าวอ้างว่าเป็นการตอบสนองต่อการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐจากประเทศเหล่านั้น
ทรัมป์อ้างว่า เขามีอำนาจตามกฎหมายในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับประเทศคู่ค้าภายใต้กฎหมายว่าด้วยอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ซึ่งให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการควบคุมหรือห้ามการทำธุรกรรมระหว่างประเทศในช่วงภาวะฉุกเฉินระดับชาติ
รัฐบาลทรัมป์ได้อ้างสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เช่น การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ การลักลอบนำเข้ายาเฟนทานิล และการเข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นเหตุผลในการดำเนินมาตรการดังกล่าว
ดร.กอบศักดิ์ มองหนังยาว “ทรัมป์” หักมุม ไม่จบง่าย
ล่าสุด ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการ บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียระบุว่า “หักมุมอีกรอบ” สำหรับหนังยาวเรื่อง Trump’s Tariffs พร้อมสรุปใจความสำคัญว่า ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งให้ประธานาธิบดีทรัมป์แพ้คดี เนื่องจากใช้อำนาจเกินขอบเขต ยึดอำนาจของรัฐสภามาใช้ขึ้นภาษีศุลกากรกับทุกประเทศ พร้อมระบุว่าการขาดดุลการค้าเป็นเรื่องปกติ ไม่ถือเป็นเหตุ “ฉุกเฉิน” แต่ว่า
1.ผลของคำพิพากษา ยังไม่ใช้บังคับจนกระทั่ง 14 ตุลาคม ให้เวลานำไปขึ้น Supreme Court ขอให้พิจารณา
2.ผลจะบังคับใช้ เฉพาะบริษัทที่นำมาฟ้อง
- V.O.S. Selections, Inc. (ขายไวน์)
- Plastic Services and Products, LLC (ขายท่อ)
- MicroKits, LLC (ขายของเล่น)
- FishUSA Inc (ขายอุปกรณ์ตกปลา)
- Terry Precision Cycling LLC (ขายจักรยานและอุปกรณ์)
- อื่นๆ ที่ร่วมฟ้อง
ซึ่งเป็นส่วนน้อยมาก บริษัทที่เหลือต้องให้ศาลล่างตัดสินอีกทีว่า จะมีผลไปถึงหรือไม่
3.ที่สำคัญที่สุด ยังดีใจไม่ได้ เพราะหนังเรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ แบบนี้ เพราะศาลอุทธรณ์ลงคะแนนกัน 7-4 โดยมีผู้พิพากษาอีก 1 ท่านไม่ได้เข้าร่วม 6 ใน 7 คนที่สั่งให้ทำเนียบขาวแพ้คดี เป็นผู้พิพากษาที่ Clinton, Obama และ Biden แต่งตั้ง มีเพียง 1 คนใน 7 ที่มาจาก George H. W. Bush !!!
ดังนั้น President Trump จึงบอกว่า ผู้พิพากษากลุ่มนี้เอียงซ้าย ไม่เข้าข้าง ไม่ยุติธรรมกับ ทำเนียบขาว ขอให้รอให้ถึงมือ Supreme Court แล้วมาเจอกัน เพราะศาลสูงสหรัฐที่มีผู้พิพากษา 9 ท่าน โดย 6 ใน 9 ตั้งโดย George H.W. Bush, George W. Bush และ President Trump คราวนี้ ศาลก็คงจะเอียงมาอีกข้าง
สรุปว่าครั้งนี้ ขอทุกคนอย่าเพิ่งดีใจให้รอดูไปก่อน นอกจากนี้ถ้าสุดท้ายแล้ว จะแพ้จริงๆ ในเรื่องนี้ยังมีอำนาจอื่นๆ ที่ President Trump สามารถเอามาใช้ในการขึ้น Tariffs ได้อยู่ดี Tariffs จะอยู่กับเราอีก 3.5 ปี เพราะ ท่านประธานาธิบดีเชื่อและชอบ
ดังนั้น รอบนี้ให้คิดว่าเป็นการวางพลอตหักมุม ให้เร้าใจ ทำให้ยากขึ้นอีกนิด แต่ไม่ยากเกินเอื้อมกรุณาโปรดติดตามชมตอนต่อไป ตามที่ท่านประธานาธิบดีชอบจบที่ท่านโพสต์ว่า Thank you for your attention to this matter