โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“Cut Loss” กลยุทธ์ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมที่มือใหม่ต้องรู้

Finnomena

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Definit

คำว่า “Cut Loss” อาจฟังดูน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้ว Cut Loss เป็นกลยุทธ์สำคัญที่สามารถช่วยให้เราไม่ขาดทุนมากเกินไปและทำให้พอร์ตการลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Cut Loss เป็นเหมือนการตัดแต่งต้นไม้ อาจจะต้องตัดกิ่งที่ไม่แข็งแรงทิ้งไปบ้าง เพื่อให้ต้นไม้สามารถเติบโตต่อไปได้อย่างแข็งแรงและออกผลได้ดียิ่งขึ้น

วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับคำว่า Cut Loss ให้มากขึ้น เพื่อที่นักลงทุนจะได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการบริหารพอร์ตของตัวเอง

Reboot Your Port บริการตรวจสุขภาพพอร์ตจาก Finnomena Funds และ Definit ที่ช่วยให้คุณเข้าใจพอร์ตของตัวเองอย่างลึกซึ้ง พร้อมคำแนะนำปรับพอร์ตจากผู้แนะนำผู้แนะนำการลงทุน เริ่มตรวจสุขภาพพอร์ตของคุณวันนี้กับ Reboot Your Port สนใจรับริการ คลิก 👉 https://finno.me/reboot-your-port-ws

Cut Loss คืออะไร?

Cut Loss คือการที่นักลงทุนตัดสินใจขายสินทรัพย์ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองขาดทุนมากขึ้นไปอีก โดยการ Cut Loss นั้นจะเกิดขึ้นเมื่อมูลค่าหุ้นที่นักลงทุนถือได้ลดลงไปถึงจุดที่เขาตั้งมั่นไว้แล้วว่าจะไม่ยอมเสียไปมากกว่านี้ นักลงทุนแต่ละคนมีจุด Cut Loss ที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหน บางคนอาจจะตั้งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ขาดทุน หรือบางคนอาจจะตัดสินใจขายเมื่อราคาหลุดแนวรับของกราฟเทคนิค

ยกตัวอย่างเช่น ซื้อหุ้นมาในราคา 10 บาท และตั้งจุด Cut Loss ไว้ที่ 8 บาท เมื่อราคาหุ้นตกลงมาถึง 8 บาท ก็ตัดสินใจขายทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ขาดทุนมากขึ้น หากราคาลดลงไปถึง 6 หรือ 5 บาท

สาเหตุที่เราต้อง Cut Loss

  • จำกัดการขาดทุน – หากแนวโน้มของสินทรัพย์เป็นขาลงอย่างชัดเจน การปล่อยให้เงินลงทุนจมอยู่กับสินทรัพย์ที่กำลังขาดทุนต่อไปเรื่อย ๆ อาจทำให้พอร์ตเสียหายหนัก จนต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะกลับมาเท่าทุนอีกครั้ง การ Cut Loss จึงเป็นการหยุดความเสียหายไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้
  • ปลดล็อกโอกาสการลงทุนใหม่ – เมื่อตัดสินใจ Cut Loss สามารถนำเงินที่เหลือไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ที่มีแนวโน้มที่ดีกว่าและมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า แทนที่จะปล่อยให้เงินจมอยู่กับสินทรัพย์ที่ไม่มีอนาคต
  • เพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน – การตัดขาดทุนแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้คุณรักษาพอร์ตการลงทุนโดยรวมให้แข็งแรงอยู่เสมอ และไม่ปล่อยให้การขาดทุนของสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งมาฉุดรั้งพอร์ตทั้งหมดเอาไว้แต่ Cut Loss ก็อาจทำให้เราเจ็บใจ

แน่นอนว่าบางทีโชคชะตาก็เล่นตลก เพราะเมื่อ Cut Loss ปุ๊บหลายคนอาจเจอเหตุการณ์ที่ว่าราคาหุ้นเด้งขึ้นมา กลายเป็นว่าหากเราไม่รีบ Cut Loss เราก็อาจจะได้กำไรไปแล้ว ซึ่งนี่เป็นเรื่องเข้าใจได้เพราะในระยะสั้นนั้นเป็นการยากที่จะคาดเดาทิศทางราคาหุ้น หากวิเคราะห์ไม่ขาด เราอาจพลาดโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดี เพราะเห็นว่าราคาลงชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อไรที่เราควร Cut Loss?

การตัดสินใจ Cut Loss ไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับ แผนการลงทุน และสภาพแวดล้อมของตลาดในช่วงนั้น

แผนการลงทุน

  • สำหรับผู้ที่ลงทุนใน“ระยะสั้น” ควรกำหนดจุด Cut Loss ค่อนข้างแคบ เพื่อให้สามารถปรับพอร์ตได้รวดเร็ว และลดการสูญเสียที่อาจขยายวงกว้าง

  • สำหรับผู้ที่ลงทุนใน“ระยะยาว” อาจพิจารณาให้ระยะห่างของจุด Cut Loss มากขึ้น เพราะสามารถรับความผันผวนระยะสั้นได้ และยังมีโอกาสที่ราคาจะฟื้นตัว หากพื้นฐานของกิจการไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางลบสภาพแวดล้อมของตลาด

  • แม้จะศึกษามาอย่างดี แต่บางครั้งอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์นั้น ๆ หากปัจจัยพื้นฐานหรือแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ก็เป็นสัญญาณที่ต้องพิจารณา Cut Loss เพื่อที่เราจะได้ตัดสินใจแผนขั้นต่อไปได้Cut Loss คือส่วนหนึ่งของ Stop Loss

อันที่จริงแล้ว Cut Loss เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า Stop Loss (ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะนึกว่าความหมายเหมือน Cut Loss)

Stop Loss คือ การตั้งจุดขายเพื่อ “หยุดความเสี่ยง” ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งตอนที่ยังมีกำไรอยู่ หรือเริ่มขาดทุนเล็กน้อยก็ได้ เช่น หากราคาหุ้นกำลังขึ้น แต่เริ่มเห็นสัญญาณว่าแนวโน้มเปลี่ยน เราอาจขายออกก่อน เพื่อรักษากำไรบางส่วนไว้ ไม่ปล่อยให้กำไรหายไปทั้งหมด

ในขณะที่ Cut Loss เกิดขึ้นเมื่อเราขาดทุนไปแล้ว และตัดสินใจ “ยอมขาดทุน” เพื่อตัดตอนไม่ให้ขาดทุนมากกว่านี้

วิธีป้องกันไม่ให้ต้อง Cut Loss

หากเราไม่อยากเผชิญสถานการณ์ “ขายหุ้นทิ้งด้วยความเจ็บใจ” การป้องกันที่ต้นเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีวิธีป้องกันง่าย ๆ ดังนี้

  • เข้าใจในสินทรัพย์ที่ลงทุน – ศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์ให้รอบด้านก่อนลงทุน เช่น ถ้าเป็นหุ้น ควรดูบการเงิน โมเดลธุรกิจ และสถานะคู่แข่งในอุตสาหกรรม ถ้าเป็นหุ้นกู้ ควรตรวจสอบอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้ เงื่อนไขการจ่ายดอกเบี้ย และความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต เพราะยิ่งรู้ลึกมากเท่าไร ก็ยิ่งประเมินความเสี่ยงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • วางแผนการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ – ก่อนลงทุน ควรกำหนดเป้าหมายให้ชัด เช่น ลงทุนเพื่อเกษียณ หรือลงทุนเก็งกำไรระยะสั้น พร้อมกับตั้งกรอบกลยุทธ์ให้เหมาะกับเป้าหมายนั้น และที่สำคัญ ต้องรู้ว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้แค่ไหน เพราะแผนที่ดีจะช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดได้ดีขึ้น
  • กระจายความเสี่ยงให้เป็นระบบ – อย่าทุ่มเงินทั้งหมดกับสินทรัพย์เดียว ควรกระจายพอร์ตไปในหลากหลายประเภท เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือกองทุนรวม เพราะหากบางตัวร่วง แต่บางตัวยังบวก พอร์ตโดยรวมของคุณก็ยังพอรับแรงกระแทกได้อยู่ การกระจายความเสี่ยงจึงเปรียบเสมือน “เบาะกันกระแทก” ที่ช่วยลดผลกระทบในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ Cut Loss ไม่ใช่จุดจบ แต่คือโอกาสทบทวนพอร์ตตัวเอง

Cut Loss เปรียบเสมือนการยอมรับว่าคนเราสามารถผิดพลาดกันได้ ไม่มีใครถูกตลอดเวลา อย่าเสียใจนาน เอาเวลาและทุนที่เหลือไปศึกษาดูทางเลือกการลงทุนใหม่ ๆ

ที่สำคัญ หลังจากตัดขาดทุนแล้ว สิ่งที่ควรทำคือหันกลับมาทบทวนพอร์ตของตัวเองใหม่ ดูว่าอะไรคือจุดอ่อน กลยุทธ์แบบไหนที่ไม่เหมาะกับเรา และอะไรที่ควรปรับเพื่อให้เงินทุนที่เหลือสามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

หากไม่แน่ใจว่าควรเริ่มวิเคราะห์พอร์ตจากตรงไหน ลองใช้ “Reboot Your Port” บริการตรวจสุขภาพพอร์ตจาก Finnomena Funds และ Definit ที่ช่วยให้คุณเข้าใจพอร์ตของตัวเองอย่างลึกซึ้ง พร้อมคำแนะนำปรับพอร์ตแบบรายบุคคล เริ่มตรวจสุขภาพพอร์ตของคุณวันนี้กับ Reboot Your Port

ศึกษารายละเอียดบริการ Reboot Your Port เพิ่มเติมได้ที่

https://finno.me/reboot-your-port-ws

คำเตือน: การให้บริการ Reboot Your Port คือการตรวจสอบสุขภาพของพอร์ตการลงทุนและให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการ โดยการนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำดังกล่าวจะไม่สร้างสิทธิ, ความรับผิดชอบ, หรือภาระผูกพันทางกฎหมายในทุกกรณี บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับประกันผลลัพธ์ใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลและคำแนะนำ และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลหรือคำแนะนำไปใช้ในทุกกรณี | การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00 -17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @Finnomenaport

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Finnomena

เจาะกลยุทธ์ Multi-Strategy ของ AQR Capital Management 'มันสมอง' แห่งวงการลงทุน

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

3 STEP มุ่งสู่เป้าหมายอย่างมั่นใจ ด้วยผู้แนะนำการลงทุนที่เข้าใจคุณ

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความไอที ธุรกิจอื่น ๆ

ถอดสูตรแบรนด์ไทย JOURNAL กับการพลิกเกม T-Beauty ออนไลน์ ด้วยพลัง AI

สยามรัฐ

โอกาสเยาวชนทำงานระหว่างเรียน “ก.แรงงาน” ดันโครงการ Learn to Earn “สร้างรายได้–สกิล–ประสบการณ์” พร้อมต่อยอดอนาคตแรงงานไทย

สยามรัฐ

ถอดรหัส 'Sustainable Growth' เมื่ออนาคตของธุรกิจอยู่บนเส้นทางของความยั่งยืน: บทเรียนสำคัญจากงาน TCP Sustainability Forum 2025

สยามรัฐ

“สหรัฐ” เปิดตัวเลข PCE เดือน ก.ค. ขยายตัว 2.6%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

“แม็คกรุ๊ป” ปีบัญชี 68 โชว์กำไร 760 ล้านบาท ผู้ถือหุ้นรับปันผลฉ่ำ 100%

สยามรัฐ

BIDH จัดยิ่งใหญ่ ครบรอบ 20 ปี e.max Veneer ของ ivoclar นวัตกรรมวีเนียร์ระดับโลก โชว์เคส Smile Transform จากทันตแพทย์เฉพาะทาง

สยามรัฐ

SJM จัดแสดงนิทรรศการปิกัสโซ “Picasso: Beauty and Drama” เป็นครั้งแรกของโลก ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ

สยามรัฐ

อาลัย “จรัญ พงษ์จีน” คนทุกวงการหลั่งไหล ร่วมรดน้ำศพ-สวดอภิธรรมคืนแรก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

ข่าวและบทความยอดนิยม

รู้จัก 5F2M: โมเดลคัดหุ้นกู้คุณภาพที่คนลงทุนหุ้นกู้ต้องรู้

Finnomena

คู่แข่ง Nvidia โผล่! Cambricon ผู้นำชิป AI จีน รายได้พุ่ง 4,000% ราคาหุ้น “แพงสุดในจีน”

Finnomena

มุมมองเศรษฐกิจ & การลงทุน DM ท้ายปี 2025

Finnomena
ดูเพิ่ม
Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...