พลิกโฉม ‘งานวิจัย’ สู่เครื่องมือแก้สังคมตั้งเป้าคนไทยพ้นยากจน 1.5 แสนครัวเรือน
ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า การทำงานเชิงรุกลงพื้นที่สำรวจปัญหาและความต้องการของชุมชน เป็นหัวใจสำคัญในการทำให้งานวิจัย “ใช้ได้จริง” ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการเกษตร การเพิ่มมูลค่าผลผลิต หรือการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นวิกฤติของประเทศ ซึ่งจะต้องยั่งยืนด้วย
ตัวอย่างที่เห็นผลชัดคือการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ซึ่งสกสว.สนับสนุนการพัฒนาเครื่องมือวัดฝุ่นแม่นยำสูง ซอฟต์แวร์ตรวจจับจุดความร้อน และระบบวางแผนดับไฟป่า ซึ่งนำไปสู่ยุทธศาสตร์การจัดการเผา 5 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นต้นแบบที่สามารถขยายโมเดลความสำเร็จนี้ไปสู่จังหวัดอื่น ๆ ได้
ศ.ดร.สมปอง ย้ำว่า การทำงานของสกสว.จะมุ่งภายใต้แนวคิด “SRI for ALL” เพื่อให้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เชื่อมโยงกับปัญหาและความต้องการจริงของชุมชน และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม เป้าหมายสำคัญคือ ทำให้งานวิจัยและนวัตกรรมสร้างประโยชน์ให้ทุกคน และเป็นพลังช่วยให้คนไทยมีชีวิตที่ดี กินดี อยู่ดี อย่างยั่งยืน
ด้าน ศ.ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการ สกสว. ขยายความว่า การลงทุนงานวิจัย 1 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 3.9–4 บาท และช่วยให้กว่า 150,000 ครัวเรือนพ้นจากความยากจน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก
ล่าสุด สกสว.ได้จัดกิจกรรม “RU CONNEXT: สานพลัง วิจัยไทย ใช้งานจริง” ภาคเหนือ ดึงมหาวิทยาลัยกว่า 30 แห่ง ร่วมกับชุมชนต่อยอดผลงานวิจัยด้านสมุนไพร การจัดการน้ำเสีย และระบบตรวจวัด PM แบบเรียลไทม์ ฯลฯ ซึ่งเป็นการช่วยยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นและคุณภาพสิ่งแวดล้อม ถือเป็นก้าวสำคัญของการทำให้งานวิจัยตอบโจทย์ในระดับพื้นที่ โดยมีแผนขยายกิจกรรม RU CONNEXT ให้ครบทั้ง 4 ภาค เพื่อคัดเลือกงานวิจัยที่โดดเด่นมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ และสร้างผลกระทบต่อชุมชนอย่างแท้จริง รวมถึงผลักดันสมุนไพรไทย ให้เป็น “Product Champion” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และยังเตรียมต่อยอดสู่เวทีนานาชาติ ผ่าน Venture Rise Thailand 2025 และโครงการ INNOGLOBE ร่วมกับพันธมิตรจากหลายประเทศ พัฒนางานวิจัยด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยีอาหาร ปัญญาประดิษฐ์ และชีวเภสัชภัณฑ์ เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ประเทศไทย.