ISSB Standards การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน ที่ภาคธุรกิจควรเตรียมพร้อม
คอลัมน์ : นอกรอบ ผู้เขียน : ภวิกา กล้าหาญ Krungthai COMPASS
ในยุคที่ผู้ลงทุนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืน (The International Sustainability Standards Board : ISSB) จึงได้จัดทำ ISSB Standards ขึ้นมา โดยพัฒนาต่อยอดจากกรอบแนวทางการรายงานและมาตรฐานความยั่งยืนที่มีอยู่เดิมขององค์กรชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลของภาคธุรกิจให้เป็นระบบ และเปรียบเทียบกันได้ในระดับสากล
ISSB Standards ปัจจุบันมีอยู่ 2 ฉบับ คือ IFRS S1 เป็นข้อกำหนดทั่วไปสำหรับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่มีผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของกิจการ ครอบคลุมทั้งประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล และ IFRS S2 เป็นข้อกำหนดที่เจาะจงประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศ ทั้งในแง่ของความเสี่ยงและโอกาส รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการในอนาคต โดยเน้นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นเชิงลึกและมองไปข้างหน้า (Forward-Looking)
ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกได้เริ่มใช้ ISSB Standards รวมทั้งมีแผนที่จะนำมาใช้ในอนาคต เช่นเดียวกันกับประเทศไทยที่มีแผนจะบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าว โดยคาดว่าจะเริ่มในปีบัญชี 2026 สำหรับบริษัทในกลุ่ม SET50 จากนั้นจะทยอยขยายไปยังบริษัทในกลุ่ม SET100 ในปี 2027
และในปี 2029 จะครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในตลาด SET รวมถึงบริษัทที่ IPO ในตลาด SET จากนั้นในปี 2030 จะขยายการบังคับใช้ไปยังบริษัทในตลาด mai ทั้งในส่วนของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่แล้วและบริษัทที่เตรียม IPO รวมถึงกองทุนต่าง ๆ
แม้กรอบการรายงานข้อมูลตาม ISSB Standards จะกลายเป็นข้อกำหนดที่ภาคธุรกิจต้องปฏิบัติตามในอนาคตอันใกล้และอาจเพิ่มภาระการเปิดเผยข้อมูลให้กับภาคธุรกิจ แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่อาจเป็นโอกาสในการยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนและภูมิอากาศ อีกทั้งยังเป็นการตอบโจทย์ความคาดหวังของนักลงทุนและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม นับว่าเป็นความท้าทายของบริษัทไทยในการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานดังกล่าว จาก 3 ปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ความไม่พร้อมของระบบข้อมูลภายใน ซึ่งต้องรองรับการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อน และสุดท้ายคือภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านเทคโนโลยีและการจ้างบุคลากร
แม้ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนจะมีการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนระดับพื้นฐานผ่านแบบ 56-1 One Report อยู่แล้ว แต่ในเนื้อหาเชิงลึกยังถือว่าห่างไกลจากเกณฑ์ของ ISSB Standards โดยเฉพาะด้านการกำกับดูแล ด้านวิเคราะห์ความเสี่ยง การประเมินผลกระทบในเชิงการเงิน และการตั้งเป้าหมายด้านความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศที่มีตัวชี้วัดชัดเจน
จากการประเมินเบื้องต้น Krungthai COMPASS พบว่า ปัจจุบันมีบริษัทในตลาด SET และ mai กว่า 88% ที่มีระดับความสอดคล้องกับมาตรฐาน ISSB อยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะกลุ่ม mai ที่เกือบทั้งหมดยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ที่ ISSB Standards ยอมรับ
ในทางกลับกันบริษัทในกลุ่ม SET50 และ SET100 มีการเปิดเผยข้อมูลที่สอดคล้องกับ ISSB Standards ในระดับสูงกว่า เนื่องจากบริษัทในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนในเชิงลึกผ่านรายงานความยั่งยืน ซึ่งอ้างอิงกรอบการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานสากลที่มีความสอดคล้องกับ ISSB Standards อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม บริษัทในกลุ่มนี้ก็ยังมีจุดที่ต้องพัฒนา เช่น การเปิดเผยมูลค่าหรือสัดส่วนของสินทรัพย์หรือกิจกรรมที่เผชิญกับความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านและความเสี่ยงทางกายภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีเพียงบางบริษัทเท่านั้นที่เปิดเผยข้อมูลนี้
ภาคธุรกิจควรเร่งศึกษาข้อกำหนดของ ISSB Standards และประเมินว่าการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนในปัจจุบันยังขาดในส่วนใด เพื่อวางแผนพัฒนาได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มที่ยังมีความสอดคล้องของการเปิดเผยข้อมูลในระดับต่ำ ควรเริ่มจากการกำหนดผู้รับผิดชอบและจัดทำ Materiality Assessment โดยอาจพัฒนาต่อยอดจากข้อมูลที่มีอยู่แล้วในแบบ 56-1 One Report
ส่วนบริษัทที่มีความสอดคล้องของการเปิดเผยข้อมูลในระดับสูงอยู่แล้ว ควรยกระดับการเปิดเผยข้อมูลให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลควรมีบทบาทในการสนับสนุนองค์ความรู้ เงินทุน และระบบข้อมูลกลาง เพื่อให้การรายงานเป็นระบบ ลดภาระของบริษัท และเพิ่มความสามารถในการเปรียบเทียบข้อมูลในระดับตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ควบคู่กันนั้น การติดตามพัฒนาการของ ISSB Standards อย่างใกล้ชิดก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะในอนาคตจะมีการออกมาตรฐานเพิ่มเติมที่ครอบคลุมประเด็นด้านความยั่งยืนอื่น ๆ เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งจะกลายเป็นกรอบบังคับสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญเพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงและรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ISSB Standards การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน ที่ภาคธุรกิจควรเตรียมพร้อม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net