สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 30 ส.ค. 68
1. สรุปสถานการณ์น้ำ และปริมาณฝนสะสม 24 ชม. สูงสุด ได้แก่ ภาคเหนือ : จ.พะเยา (75 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จ.อุบลราชธานี (118 มม.) ภาคตะวันตก : จ.กาญจนบุรี (15 มม.) ภาคกลาง : สระบุรี (17 มม.) ภาคตะวันออก : จ.สระแก้ว (103 มม.) ภาคใต้ : จ.ระนอง (71 มม.)
สภาพอากาศวันนี้ : ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก
คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 1 – 4 ก.ย. 68 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากในพื้นที่ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
2. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม : ปริมาณน้ำรวม 68% ของความจุเก็บกัก (54,394 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 52% (30,276 ล้าน ลบ.ม.)
สทนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยเน้นการลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและเตรียมความพร้อมในทุกภาคส่วน พร้อมทั้งสร้างการรับรู้แก่ประชาชน ประชาสัมพันธ์การแจ้งเตือน และจัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างทั่วถึงและทันท่วงที
3. ข่าวประชาสัมพันธ์ : วานนี้ (29 ส.ค. 68) ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 12/2568 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
โดยที่ประชุมได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ แม้ปัจจุบันอิทธิพลพายุ “คาจิกิ” จะสลายไปแล้ว แต่หลายพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบจากฝนตกสะสม โดยเฉพาะลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน ที่ระดับน้ำในแม่น้ำยมสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้สั่งการให้ สทนช. ประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมชลประทาน ปรับลดการระบายน้ำของเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ด้านท้ายน้ำ แต่ต้องคำนึงถึงการพร่องน้ำในเขื่อนให้มีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับรองรับปริมาณน้ำในช่วงฤดูฝนที่เหลือ และป้องกันไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อนด้วย และได้มอบหมายให้ สทนช. ลงพื้นที่ในวันนี้ (30 ส.ค 68) เพื่อประชุมศูนย์อำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ลุ่มน้ำยม - น่าน ติดตามการบริหารจัดการน้ำ ร่วมหารือการลดผลกระทบจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนสิริกิติ์อีกครั้งในช่วงหลังจากนี้ และยังคงมีการใช้กลไกศูนย์ส่วนหน้าฯ ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงทั้งในลุ่มน้ำโขงเหนือและลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รวมถึงเร่งตั้งศูนย์ส่วนหน้าฯ ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง สืบเนื่องจากการคาดการณ์สถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคกลางจะเริ่มมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น
4. พื้นที่ประสบอุทกภัย : วันที่ 27 ส.ค. 68 เกิดสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ 6 จ. 18 อ. ได้แก่ จ.เชียงใหม่ (อ.แม่แจ่ม) จ.แม่ฮ่องสอน (อ.เมืองแม่ฮ่องสอน และขุนยวม) จ.น่าน (อ.เวียงสา) จ.แพร่ (อ.วังชิ้น เมืองแพร่ เด่นชัย สูงเม่น และลอง) จ.สุโขทัย (อ.เมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย สวรรคโลก ศรีนคร และศรีสำโรง) และ จ.พระนครศรีอยุธยา (อ.เสนา ผักไห่ บางบาล และบางไทร)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 29 ส.ค. 68