เปิดรายงานไต้หวัน พบ ปี 67 จีนใช้งบซ้อมรบพุ่ง 40% แตะ 21,000 ล้านดอลลาร์
ตามข้อมูลคาดการณ์ของรัฐบาลไต้หวันจากการติดตามเครื่องบิน เรือและการคำนวณค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของกองทัพจีน พบว่า ปี 2567 แล้วจีนใช้เงินไปกับการฝึกซ้อมทางทหาร 21,000 ล้านดอลลาร์ในช่องแคบไต้หวัน ทะเลจีนตะวันออกและใต้ และแปซิฟิกตะวันตก สูงกว่าปีที่แล้วเกือบ 40%
การวิจัยภายในของกองทัพไต้หวันที่รอยเตอร์สได้ตรวจสอบและได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ไต้หวัน 4 คน ได้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านกลาโหมของจีนว่าอาจมาจากการขยายขอบเขตทางทหารและการซ้อมรบ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับเมืองต่างๆ ในภูมิภาค และวอชิงตัน
ขณะที่จีนเผยว่าใช้จ่ายกลาโหมเมื่อปีที่แล้ว 1.67 ล้านล้านหยวน แต่บรรดานักการทูตเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวรายงานต่ำกว่าความเป็นจริง และจีนไม่ได้เปิดเผยว่างบประมาณเหล่านั้นใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง
ด้านเจ้าหน้าที่ที่ทำสรุปวิจัย ปฏิเสธที่จะระบุชัดเจนว่างบประมาณใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง เนื่องจากข้อมูลมีความอ่อนไหว ขณะที่กระทรวงกลาโหมจีน มักกล่าวย้ำว่า การใช้จ่ายด้านกลาโหมโปร่งใสและไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคาม
ทั้งนี้ รายงานของกองทัพไต้หวันได้รวบรวมข้อมูลประมาณการ โดยอ้างอิงจากการเฝ้าระวังและข่าวกรองของไต้หวันเกี่ยวกับกิจกรรมทางทหารของจีนในทะเลปั๋วไห่ นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ทะเลจีนตะวันออก ช่องแคบไต้หวัน ทะเลจีนใต้ และมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก
รายงานดังกล่าวยังได้รวบรวมภารกิจทางเรือและทางอากาศของจีนในบริเวณดังกล่าวในปี 2567 และประมาณการค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและสินค้าสิ้นเปลืองอื่นๆ ต่อชั่วโมงของกิจกรรมอีกด้วย และคาดว่า มีมูลค่ารวมประมาณ 152,000 ล้านหยวน ซึ่งรวมถึงค่าบำรุงรักษา ค่าซ่อมแซม และเงินเดือน
ค่าใช้จ่ายที่ประมาณการดังกล่าว คิดเป็นประมาณ 9% ของค่าใช้จ่ายทางทหารของจีนที่รายงานในปี 2024 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 7% ในปี 2023 จากการประมาณการเดียวกัน
รายงานระบุว่า ในปี 2024 เครื่องบินของจีนรวมถึงเครื่องบินขับไล่ J-10 เครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 และโดรน ได้ขึ้นบินเกือบ 12,000 เที่ยวบินในภูมิภาคนี้ ซึ่งคิดเป็นชั่วโมงบินได้ประมาณ 37,000 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นราว 30% จากปีก่อนหน้า
ขณะที่กองทัพเรือจีนเดินเรือมากกว่า 86,000 เที่ยว ซึ่งรวมถึงการเดินเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาต คิดเป็นชั่วโมงเดินเรือรวมในทะเลมากกว่า 2 ล้านชั่วโมง เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปีก่อนหน้า
รายงานพบด้วยว่าการเดินทางทางทะเลของจีนราว 34% เกิดขึ้นในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาทที่ดุเดือด ขณะที่ประมาณ 28% อยู่ในทะเลจีนตะวันออกที่ติดกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ และเกือบ 14% อยู่ในช่องแคบไต้หวันซึ่งเป็นพื้นที่อ่อนไหว
“พวกเขากำลังพยายามทำให้การฉายภาพอำนาจทางทหารและการข่มขู่คุกคามรอบหมู่เกาะชั้นแรกเป็นปกติ” เจ้าหน้าที่ไต้หวันคนหนึ่งที่ได้รับข้อมูลสรุปเกี่ยวกับงานวิจัยนี้กล่าว
หมู่เกาะชั้นแรก (First Island Chain) เป็นพื้นที่ที่ทอดยาวจากญี่ปุ่นผ่านไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และต่อไปยังเกาะบอร์เนียว ล้อมรอบทะเลชายฝั่งของจีน รวมถึงทะเลจีนใต้ที่เป็นข้อพิพาท
กองทัพเรือจีนยังได้ปฏิบัติการในระยะไกลออกไปจากชายฝั่งของประเทศอีกด้วย รวมถึงการเข้าร่วมในการลาดตระเวนปราบปรามโจรสลัดนอกชายฝั่งโซมาเลีย ขณะที่สหรัฐรายงานว่ามีการเคลื่อนไหวทางเรือของจีนเพิ่มขึ้นในบริเวณแอลาสกาและแปซิฟิกตอนเหนือ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สรุปรายงานดังกล่าว เผยว่า งานวิจัยนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายของไต้หวันเข้าใจถึงวิธีการจัดสรรทรัพยากรทางทหารของจีนในแต่ละภูมิภาค และเพื่อประเมินอัตราการขยายตัวทางทหารของปักกิ่ง
อ้างอิง: Reuters