ดอลลาร์อ่อนค่า นักลงทุนกังวลความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งปลดลิซา คุก ออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 25-29 สิงหาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (25/08) ที่ระดับ 32.42/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (22/8) ที่ระดับ 32.64/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยในวันจันทร์ (25/8) Dollar Index ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 97.8 ภายหลังนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการกล่าวสุนทรพจน์ที่การประชุมในเมืองแจ็กสัน โฮล ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (22/8) ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้อยู่ที่เกือบ 90% ที่จะมีการปรับลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.
โดยพาวเวลล์กล่าวว่า แม้อัตราการว่างงานของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับต่ำ แต่นโยบายที่ยังคงเข้มงวด, แนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวม และดุลความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้เฟดจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจุดยืนด้านนโยบาย ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากกว่าครั้งก่อน ๆ ว่าพาวเวลล์กำลังพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ขณะที่ในวันอังคาร (26/8) ปธน.ทรัมป์ได้ปลด ลิซา คุก ออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ฐานฉ้อโกงเกี่ยวกับการกู้เงินซื้อบ้านโดยมีผลในทันที หลังมีข้อกล่าวหาว่าได้กระทำการฉ้อโกงด้วยการให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเทขายดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หากผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งแทนคุก ยอมทำตามข้อเรียกร้องของ ปธน.ทรัมป์ ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ ด้านภาษีศุลกากร ปธน.ทรัมป์เตือนว่า เขาอาจจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากจีนในอัตราสูงถึง 200% หากจีนไม่ส่งออกแม่เหล็ก แร่หายากให้กับสหรัฐ คำขู่ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการพักรบทางการค้าซึ่งสหรัฐและจีนได้ตกลงที่จะลดภาษีนำเข้าระหว่างกันลงเหลือ 55% และ 32% ตามลำดับ โดยการสงบศึกชั่วคราวนี้จะครบกำหนดในช่วงกลางเดือน พ.ย.
ขณะที่ในวันพุธ (28/8) คุกได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า ไม่มีเหตุผลอันควรตามกฎหมายในการปลดเธอออก และ ปธน.ทรัมป์ไม่มีอำนาจในการกระทำดังกล่าว อีกทั้งลิซ่า คุก ดำเนินการยื่นฟ้องต่อ ปธน.ทรัมป์ต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากคำสั่งของ ปธน.ทรัมป์ ในระหว่างที่คดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ขณะที่ผู้พิพากษา เจีย คอบบ์ ได้กำหนดการไต่สวนคำร้องของคุกในวันศุกร์ (29/08)
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2568 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 3.3% ในไตรมาสดังกล่าว สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 3.0% และดีกว่ามาก เมื่อเทียบกับการหดตัว 0.5% ในไตรมาส 1/2568 ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี ได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวดีขึ้นของดุลการค้าสหรัฐ โดยการนำเข้าลดลงถึง 29.8% ในไตรมาส 2/2568 และเป็นปัจจัยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสดังกล่าว
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินดอลลาร์ยังคงถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง จากความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ (29/8)
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในวันจันทร์ (25/08) ค่าเงินบาทและเงินสกุลเอเชียปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างมากจากระดับปิดตลาดวันศุกร์ (22/8) ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์ โดยในวันจันทร์ (25/8) สภาพัฒน์เผยหนี้ครัวเรือน Q1/68 อยู่ที่ 87.4% ของ GDP ลดลงเป็นครั้งแรก ส่วนอัตราว่างงาน Q2/68 ทรงตัว
นอกจากนี้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือน ก.ค. 68 โดยระบุว่า การส่งออก มีมูลค่า 28,580 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 11% จากตลาดคาดโต 9.6-10% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 28,258 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เดือน ก.ค.ไทยเกินดุลการค้า 322 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของไทยขยายตัวต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 13 และขยายตัวในระดับ 2 หลัก (Digit) ต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 7 นับตั้งแต่ ม.ค. 68 และยังเกินดุลการค้าต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3
ขณะที่ภาวะการค้าระหว่างประเทศในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค. 68) การส่งออก มีมูลค่า 195,432 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 14.4% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 195,172 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 10.6% ส่งผลให้ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ไทยเกินดุลการค้า 260 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ตลาดรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิปเสียงของนายกฯ วันศุกร์นี้ (29/8) ทั้งนี้ ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.27-32.55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (29/08) ที่ระดับ 32.37/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (25/8) ที่ระดับ 1.1696/00 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (22/8) ที่ระดับ 1.1597/99 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ถึงแม้ข้อมูลเมื่อวันศุกร์ (22/8) แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจเยอรมนีหดตัวลง 0.3% ในไตรมาส 2/2568 มากกว่าที่รายงานก่อนหน้านี้ อีกทั้งความคืบหน้าในการยุติสงครามในยูเครนที่อยู่ในภาวะชะงักงัน แต่คำกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟด ช่วยบดบังปัจจัยเชิงลบและหนุนค่าเงินยูโร
ขณะที่นาย Olli Rehn กรรมการผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินหน้าโจมตีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดผลกระทบลุกลามในระดับโลก ทั้งต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจจริง ซึ่งความไม่แน่นอนต่อเฟด ซึ่งถือเป็นสถาบันการเงินการคลังที่สำคัญที่สุดของโลก ได้เพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ เนื่องจากทรัมป์วิพาษณ์วิจารณ์นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และการประกาศปลดลิซา คุก หนึ่งในคณะผู้ว่าการของเฟด ออกจากตำแหน่ง
ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.573-1.1742 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (29/08) ที่ระดับ 1.1667/71 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (เปิดตลาดวันจันทร์) (25/8) ที่ระดับ 147.41/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (22/8) ที่ระดับ 148.69/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยในวันจันทร์ (25/8) คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าจ้างในญี่ปุ่นกำลังขยายตัวเป็นวงกว้าง นอกเหนือไปจากบริษัทขนาดใหญ่ และคาดว่าค่าจ้างจะยังคงปรับตัวขึ้นอันเนื่องมาจากภาวะตลาดแรงงานที่ตึงตัว โดยความเห็นดังกล่าวบ่งชี้ถึงมุมมองเชิงบวกของผู้ว่าการ BOJ ว่า ภาวะตึงตัวในตลาดแรงงานซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งนั้น กำลังอยู่ในทิศทางที่เหมาะสม
นอกจากนี้ อุเอดะได้แสดงความเห็นดังกล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นในระหว่างการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (23 ส.ค.) โดยถ้อยแถลงดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการคาดการณ์ของตลาดที่ว่า BOJ จะกลับสู่วงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ หลังจากที่ได้ระงับการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อประเมินผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐ ที่มีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งต้องพึ่งพาการส่งออก
ขณะที่ นายเรียวเซ อาคาซาวะ ผู้แทนการค้าญี่ป่น ได้ยกเลิกกำหนดการเดินทางเยือนสหรัฐ ในสัปดาห์นี้อย่างกะทันหันในวันพฤหัสบดี (28/08) หลังการเจรจาระดับคณะทำงานเพื่อสรุปรายละเอียดในข้อตกลงด้านการลงทุนยังไม่ได้ข้อยุติ ส่งผลให้การลงนามในข้อตกลงต้องล่าช้าออกไป ซึ่งการเยือนครั้งนี้แต่เดิมมีเป้าหมายเพื่อสรุปรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับแผนการลงทุนของญี่ปุ่นในสหรัฐมูลค่ามหาศาลถึง 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐจะยอมลดกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 146.64-148.18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (29/8) ที่ระดับ 147.03/147.08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์อ่อนค่า นักลงทุนกังวลความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net