'ทรัมป์แฟมิลี' เดินสายรุก 'คริปโทเอเชีย' ตลาดจับตาท่าทีเอเชียต่อลูกชายทรัมป์
"เอริค ทรัมป์" และ "โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์" แห่งบริษัท Trump Organization ได้ไปร่วมงานBitcoin Asia 2025 ที่ฮ่องกง เมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นการเข้าร่วมงานคริปโทเคอร์เรนซีใน"เอเชีย" เป็นครั้งแรก ในขณะที่ลูกชายทั้งสองคนนี้ของของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งเดินหน้าธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
เอริค ทรัมป์ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นบนเวทีเมื่อวันศุกร์ว่า ในที่สุดแล้วมูลค่าของบิตคอยน์จะขึ้นไปแตะระดับ 1 ล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พร้อมเสริมว่า 90% ของเวลาทั้งหมดของเขาหมดไปกับชุมชนคริปโท
ในระหว่างการเสวนาบนเวที เอริคซึ่งเป็นทั้งนักธุรกิจและอดีตพิธีกรรายการเรียลลิตี้ทีวียังได้กล่าวชื่นชม ไซมอน เกโรวิช ประธานและซีอีโอของ Metaplanet บริษัทคลังบิตคอยน์รายใหญ่จากญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว โดยเอริคได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาของบริษัทดังกล่าวเมื่อต้นปีนี้
ทั้งนี้ ราคาบิตคอยน์ พุ่งสูงขึ้นประมาณ 86% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อชัยชนะในการเลือกตั้งของประธานาธิบดีทรัมป์ และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของสหรัฐที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับคริปโท เช่น การผ่านกฎหมายสตเบิลคอยน์ (GENIUS Act) ออกมาเมื่อเดือนก.ค.
อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วสกุลเงินดิจิทัลมีความผันผวนสูง และในอดีตวงการนี้เคยถูกปกคลุมไปด้วยกิจกรรมผิดกฎหมายและเรื่องอื้อฉาวขององค์กรต่างๆ โดยในปี 2022 บิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ร่วงลงอย่างรวดเร็วหลังจากบริษัทคริปโทรายใหญ่หลายแห่งล้มละลาย
จับตาทรัมป์รุกคริปโทเอเชีย
"เอริค ทรัมป์" และน้องชาย "โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์" นับเป็นผู้เล่นคนสำคัญในอาณาจักรคริปโทที่กำลังเติบโตของครอบครัวตระกูลทรัมป์ ทั้งสองเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทขุดบิตคอยน์ที่ชื่อว่า American Bitcoin และยังช่วยบริหารจัดการโครงการ World Liberty Financial ที่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลทรัมป์อีกด้วย
ปัจจุบัน ทั้งสองพี่น้องกำลังขยายการลงทุนด้านสินทรัพย์ดิจิทัลไปยังตลาดเอเชีย โดยหลังจากการเยือน "ฮ่องกง" ได้ไม่นานเพื่อเข้าร่วมงานบิตคอยน์เอเชีย มีรายงานว่าเอริค ทรัมป์ ยังมุ่งหน้าต่อไปยัง "ญี่ปุ่น" เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นของ Metaplanet ตามการรายงานล่าสุดของบลูมเบิร์ก
จากนั้นในช่วงปลายเดือนก.ย. คาดว่าทั้งเอริค และทรัมป์ จูเนียร์ จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุมคริปโทที่ "เกาหลีใต้" และทั้งคู่ยังมีกำหนดจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์สำคัญในงาน Token 2049 ที่ "สิงคโปร์" ซึ่งเป็นหนึ่งในงานคริปโทที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย
ซีเอ็นบีซีระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งเคยไม่เชื่อมั่นในคริปโทเคอร์เรนซีมาก่อน ก็ได้หันมาสนใจอุตสาหกรรมคริปโทเช่นกันโดยเรียกตัวเองว่าเป็น “ประธานาธิบดีคริปโท” คนแรก
“ชุมชนบิตคอยน์ให้การต้อนรับคุณพ่อของผมอย่างอบอุ่นในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน” เอริคกล่าวในงานที่ฮ่องกงเมื่อวันศุกร์ “และผมหวังว่าสิ่งนี้จะตอบแทนกลับอย่างคุ้มค่า”
ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ได้ออกคำสั่งฝ่ายบริหารหลายฉบับและนโยบายต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล และได้แต่งตั้งผู้สนับสนุนคริปโทอย่าง เดวิด แซคส์ เป็นหัวหน้าฝ่ายเอไอและคริปโทของทำเนียบขาว
ทรัมป์ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจคริปโทต่างๆ ซึ่งรวมถึง World Liberty Financial และเหรียญมีมคอยน์ $TRUMP ซึ่งทำให้สมาชิกสภาคองเกรสบางรายกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว และมีการเรียกร้องให้เปิดการสอบสวนด้านจริยธรรมด้วย
ด้วยผลประโยชน์ที่สอดคล้องกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐและลูกชายของเขาในกิจกรรมคริปโท บรรดาผู้สังเกตการณ์ตลาดกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า "เจ้าหน้าที่รัฐบาลของประเทศในเอเชีย" จะให้การต้อนรับลูกชายของทรัมป์ระหว่างการเยือนเอเชียครั้งนี้ อย่างไร ท่ามกลางสงครามการค้าโลกที่ยังดำเนินไปอยู่ และเอเชียก็ตกเป็นเป้าหมายหลักด้วย
หนังสือพิมพ์เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ (SCMP) รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เจ้าหน้าที่และสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกงรายหนึ่ง ได้ถอนตัวจากการประชุม Bitcoin Asia หลังจากได้รับคำแนะนำไม่ให้ติดต่อกับเอริค ทรัมป์
ขณะที่หน้าเว็บเพจของงานดังกล่าวยืนยันข้อมูลว่า เอริค ยิป กรรมการบริหารของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (SFC) และจอห์นนี อึง สมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง เคยอยู่ในรายชื่อวิทยากรของงานดังกล่าวมาก่อน ก่อนที่จะมีการถอดชื่อออกในภายหลัง
ทางด้าน SFC เปิดเผยกับซีเอ็นบีซีว่า ยิปไม่สามารถเข้าร่วมงานได้เนื่องจากติดภารกิจ ขณะที่ SCMP รายงานว่าอึงถอนตัวด้วยเหตุผลด้านครอบครัว ส่วนทางสภานิติบัญญัติฮ่องกงไม่ได้ตอบรับการขอความเห็นในเรื่องนี้