ได้ยินมากับหู
นั่งลุ้นจนเยี่ยวเหนียว..ที่สุดก็ไม่รอด หมดโอกาสได้ไปต่อ!
เปล่า..ไม่ได้หมายถึง “อดีตนายกฯ ตกสวรรค์” นั่นหรอก เพราะผมเชื่อในคำทำนายของ “อังเคิล-ฮุน เซน” ที่ได้เคยกล่าว..
“ผมหวังว่าในกรุงเทพฯ จะมีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าสำหรับผมคงต้องใช้เวลาราวๆ 3 เดือนก่อนที่จะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่
แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อาจจะใช้เวลาน้อยกว่า 3 เดือนก็ได้” มาตั้งแต่แรก!
นี่..ก็ต้องบอกว่า “แม่นเป๊ะเว่อร์” เพียง 2 เดือนกับ 3 วันหลังจากแกแช่ง เอ๊ยทำนาย..นายกรัฐมนตรีไทยก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาถอดถอนไปเป็นที่เรียบร้อย!
หากแต่..ที่ผมลุ้นหมายถึงการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 29 สิงหา…
ซึ่งนักตบสาวไทยหัวใจแกร่งได้พ่ายแพ้ให้กับสาวซากุระไป 3 เซตรวด หยุดอยู่ที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย!
ก็..ไม่เป็นไร แพ้-ชนะเป็นเรื่องเกมกีฬา ว่าแต่ นี่เป็นครั้งที่ 5 แล้วนะที่วอลเลย์บอลหญิงไทยแพ้ให้กับญี่ปุ่นน่ะ..คราวหน้าต้องชนะนะจ๊ะเธอ!
เฮ้ออ..โล่งใจไป ก็ไม่รู้ข่าวหลุดลอดมาจากไหน ทำให้ตลอดวันศุกร์ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องสับสน เช็กข่าวกันจนวุ่นวาย ก่อนที่สุดท้าย..ผมจะได้รับการยืนยันจากปากคุณตี๋ ดอกสะเดา..
“พี่เด๋อป่วยเส้นเลือดก้านสมองแตกมาตั้งแต่เดือนพฤษภา. และได้ทำกายภาพบำบัดอยู่ที่บ้านตามลำพัง แต่เมื่อไม่กี่วันพี่เด๋อเกิดการติดเชื้อต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล
และจากที่ผมได้ไปเยี่ยมมา ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว แค่ยังพูดไม่ได้เท่านั้นเอง”
สรุป..ก็คือ ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ คุณเด๋อน่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลกลับไปอยู่ที่บ้าน ทราบข่าวอย่างนี้แล้วคุณหม่ำ จ๊กมก ก็คงจะโล่งอกสบายใจได้..
ไม่ต้องโทร.เช็ก-โทร.ถามผมวันละ 3 เวลา ทำยังกับว่าผมเป็นเมียพี่เด๋อที่คอยนั่งเฝ้าไข้ใกล้เตียงหรือไง?
เออ..พูดถึงคุณหม่ำ ไม่ทราบท่านผู้อ่านได้ดูหนังเรื่อง “เขาชุมทองคะนองชุมโจร” ทางเน็ตฟลิกซ์กันหรือยังล่ะ?
ผมน่ะ..ดูรอบสื่อในโรงมาหนหนึ่งแล้วยังไม่หนำใจ ต้องมานอนดูในเน็ตฟลิกซ์อีกเป็นรอบที่สอง ต้องยอมรับว่า ดูหนังจอใหญ่ในโรงจะได้อรรถรส-ได้อารมณ์กว่าดูในจอโทรทัศน์
ยิ่งเป็นหนัง-ผลงานของผู้กำกับ “คุณวิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง” ที่เน้นการใช้สีสันจัดจ้านและฉูดฉาดด้วยแล้ว จะตระการ-คมชัดตาถ้าดูในโรงหนัง!
ต้องย้ำ หนังเรื่องนี้ “คุณหม่ำคิด-คุณวิศิษฐ์ทำ” เหตุนี้หนังจึงออกมาเป็นหนังบู๊แอ็กชัน-ตลกที่ดูไม่ได้สมจริง-สมจังสักเท่าไรนัก
ทำให้บางคนอาจจะผิดหวังดังเช่นนักวิจารณ์ในโลกออนไลน์หลายๆ ท่าน ที่ได้วิพากษ์ด้วยถ้อยคำแรงๆ จนถึงขั้นสบถด่า..
โดยเฉพาะคำพูด “เหยดแหม่” ของตัวละคร ดูจะไม่เป็นที่สบอารมณ์เอาเลย!
ซึ่งผมก็ไม่ได้จะแก้ตัวแทน แต่ด้วยเป็นหนังที่พล็อตเล่าเรื่องตำนานของ “ขุนโจรเมืองใต้”และพูดสำเนียงปักษ์ใต้..
การใช้คำพูด “เหยดแหม่” บ่อยครั้งในหนังจึงน่าจะเป็นความปกติ-ธรรมดา ด้วยเพราะว่าคำคำนี้สำหรับคนภาคใต้แล้ว ไม่ได้เป็นคำพูดที่หยาบคายใดๆ เลย
คนใต้จากนครฯ ลงไป เวลาจะพบปะเจอหน้ากัน คำแรกที่เอ่ยถาม.. “เหยดแหม่บายดีม้าย” “เหยดแหม่กินข้าวแล้วม้าย” “เหย๊ดแหม่มึงไปไหนมา”..
ซึ่งฝ่ายที่ถูกถามก็ยิ้มไม่ได้นึกโกรธอะไรกัน จะพูดว่าเป็นธรรมชาติของคนใต้ก็เห็นจะไม่ผิด!
ฉะนั้นก็ไม่อยากให้นักวิจารณ์หรือคนดูภาคอื่นนำมาเป็นประเด็นสลักสำคัญจนถึงกับด้อยค่าหนังไป
แต่ที่สำคัญต้องย้ำ..หนังเรื่องนี้ไม่ได้สร้างจากชีวประวัติของ “โกหว่า ทุ่งสง” ผู้มากบารมี-ผู้ใหญ่ใจดีมีเมตตาที่ผู้คนเคารพนับถือแม้แต่เศษเสี้ยว!
แค่..คุณหม่ำได้มีโอกาสแวะไปกราบท่าน นั่งฟังเรื่องเล่าของโกหว่าเมื่อสมัย 70 กว่าปีก่อน แล้วเกิดแรงบันดาลใจที่อยากทำหนังบู๊แอ็กชันย้อนยุคกลิ่นอายปักษ์ใต้เท่านั้นเอง
ส่วนชื่อ “โกหว่า ทุ่งสง” ท่านก็มีเมตตา.. “เอาไปใช้ได้เลย อย่าให้เสียหายก็แล้วกัน”..
ผมได้ยินกับหู!.
สันต์ สะตอแมน