คปท.ประกาศ 6 เงื่อนไขรัฐบาลใหม่ – ส่งสัญญาณถึงทุกพรรค
คณะรวมพลังแผ่นดินฯ นัดชุมนุมใหญ่ 31 อนุสาวรีย์ชัยฯ ฟาด แคนดิเดตนายกฯ ต้องไม่มาจากพรรคเพื่อไทย หมอวรงค์ ชี้ ภูมใจไทยอย่าแสวงหาผลประโยชน์
วันนี้ (30 ส.ค 68) ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การเมืองไทยได้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและแรงต่อรองระหว่างพรรคการเมืองหลายขั้ว กลุ่ม คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช. และนายพิชิต ไชยมงคล ได้จัดแถลงข่าวเพื่อประกาศท่าที พร้อมยืนยันการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 31 ส.ค. เวลา 12.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
นายพิชิต ไชยมงคล กล่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการตอกย้ำจุดยืนหลังศาลมีคำวินิจฉัย พร้อมชี้ว่าในวันพรุ่งนี้จะมีการประกาศท่าทีทางการเมืองอย่างเป็นทางการท่ามกลางสถานการณ์ที่พรรคการเมืองต่าง ๆ เริ่มขยับตัวเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ที่มีกระแสข่าวว่าจะจับมือกับพรรคประชาชนเพื่อสร้างเงื่อนไขทางการเมือง
ด้าน นพ.วรงค์ เดชวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี มองว่าการพ้นตำแหน่งของน.ส.แพทองธารเป็นเพียง ชัยชนะแค่ผิวเผิน เพราะประชาชนยังไม่ได้รับชัยชนะที่แท้จริง หากพรรคเพื่อไทยหรือภูมิใจไทยหันไปจับมือกับพรรคประชาชน ก็จะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งอาจกระทบต่อสถาบันหลักของชาติและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง พร้อมเตือนพรรคภูมิใจไทยว่า อย่าแสวงหาอำนาจโดยไม่สนใจอนาคตของชาติ อีกทั้งเปรียบคำวินิจฉัยของศาลครั้งนี้ว่า เหมือนเตะหมูเข้าปากสุนัข เพราะทันทีที่คำตัดสินออกมาก็ทำให้ทุกพรรคการเมืองเร่งเดินเกมเพื่อแย่งอำนาจ
นพ.วรงค์ ยังแสดงความกังวลว่าหากเพื่อไทยและพรรคประชาชนจับมือกันจริง จะเป็นอันตรายต่อประชาชน เนื่องจากเจตนาของพรรคประชาชนคือการล้มล้างกลไกตรวจสอบ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ และหมวดจริยธรรมทางการเมือง ซึ่งจะยิ่งทำให้การเมืองไทยไร้การถ่วงดุลและเพิ่มความเสี่ยงต่อการล้มเหลวในอนาคต
ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ยืนยันว่า การพ้นตำแหน่งของน.ส.แพทองธารไม่ใช่ชัยชนะของประชาชน หากยังคงปล่อยให้พรรคเพื่อไทยส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็ไม่ต่างอะไรกับการสืบทอดอำนาจของระบอบเดิม พร้อมประกาศชัดว่า
แคนดิเดตนายกฯ คนใหม่ต้องไม่มาจากเพื่อไทยโดยเด็ดขาด เพื่อให้เกิดแรงกดดันและเป็นพลังต่อรองของประชาชน นายจตุพรได้เสนอ 6 เงื่อนไขหลัก ที่รัฐบาลใหม่ต้องยึดถือ ได้แก่ แคนดิเดตนายกฯ ต้องไม่ใช่บุคคลจากพรรคเพื่อไทย และ การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 ยกเลิก MOU 43,44 ที่ลงนามกับกัมพูชา ยกเลิกร่างแก้ไข พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ ที่ขยายสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็น 99 ปี ยกเลิกร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่เปิดทางให้มีคาสิโน และข้อสุดท้ายยกเลิกร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน
นายจตุพรย้ำว่าข้อเสนอเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มใด แต่เป็นกลไกเพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลใหม่เดินซ้ำรอยเดิมและสร้างความเสียหายต่อประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนจากทั่วประเทศออกมาแสดงพลัง เพราะหากปล่อยให้การเมืองเดินไปโดยไร้เสียงประชาชน วันข้างหน้าจะแก้ไขยากยิ่งกว่าเดิมนอกจากนี้ยังกล่าวถึงปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา โดยเตือนว่าหากรัฐบาลและกองทัพไม่เป็นเอกภาพ ปัญหาชายแดนก็จะยืดเยื้อไม่รู้จบ และอาจกลายเป็นชนวนสร้างความวุ่นวายต่อเสถียรภาพประเทศ
ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวเสริมว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดจากความล้มเหลวของนักการเมืองที่ไม่สามารถทำหน้าที่เพื่อชาติได้ ปล่อยให้บ้านเมืองตกอยู่ในวังวนผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม และชี้ว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในวันนี้ เสมือนไทยไม่มีรัฐบาล ต้องพึ่งพากองทัพมากกว่าฝ่ายการเมือง
ทั้งหมดนี้ทำให้การนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 31 สิงหาคม ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไม่ได้เป็นเพียงการรวมตัวเชิงสัญลักษณ์ แต่คือการแสดงพลังประชาชนเพื่อกำหนดทิศทางการเมืองในห้วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews