คำพิพากษาฉบับเต็ม สาเหตุ ศาลรธน. ฟัน “แพทองธาร” พ้นนายกฯ ด้วยมติ 6 ต่อ 3
ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดี “คลิปเสียงฮุน เซน” หลังวุฒิสภา 36 คนยื่นคำร้อง มติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัยคดีประวัติศาสตร์ที่วุฒิสภา 36 คนยื่นคำร้อง เพื่อให้พิจารณาว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้หรือไม่ ภายหลังเกิดประเด็น “คลิปเสียงฮุน เซน” โดยศาลมีมติ 6 ต่อ 3 ให้ “ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว”
คำวินิจฉัยของศาลระบุว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งกล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องมี “ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” และต้องปฏิบัติตาม “มาตรฐานทางจริยธรรม” อย่างร้ายแรง
การลงมติแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก โดยเสียงข้างมาก 6 เสียงวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลง ซึ่งตุลาการ 4 เสียงเห็นว่าขาดคุณสมบัติทั้งมาตรา 160 (4) และ (5) ในขณะที่อีก 2 เสียงเห็นว่าขาดคุณสมบัติเฉพาะมาตรา 160 (5) โดยการสิ้นสุดตำแหน่งนี้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี
สำหรับตุลาการเสียงข้างน้อย 3 ท่าน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์, นายนภดล เทพพิทักษ์ และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ เห็นว่าการกระทำดังกล่าวยังไม่เข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จึงไม่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง
คำวินิจฉัยของศาลยังระบุด้วยว่า เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) แล้ว ส่งผลให้ คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) ซึ่งหลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญต่อไป
คำพิพากษาฉบับเต็ม
วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดี จํานวน 10 เรื่อง มีคดีที่สําคัญและเป็นที่สนใจ ดังนี้
(1) ประธานวุฒิสภาส่งคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 18/2564)
สมาชิกวุฒิสภา รวม 36 คน เข้าชื่อเสนอคําร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) ว่า ปรากฏ คลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จ ฮุน เซน ประธาน วุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งผู้ถูกร้องแถลงข่าวยอมรับว่า เป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จ ฮุน เซน จริง แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัวโดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม
แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคําร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบหรือกําหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะ วิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทํา เพราะเหตุแห่งความสัมพันธ์ส่วนตัวในลักษณะเป็นฝั่งเดียวกันกับกัมพูชา พร้อมที่จะทําตามหรือจัดการตามที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการมาโดยตลอด
ส่วนแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ถูกร้องเห็นว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้าม ผู้ถูกร้องไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัย
ผลการพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาหารือร่วมกันแล้ว มีมติโดยเสียงข้างมาก (6 ต่อ 3) เสียงข้างมาก คือ นายปัญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และนายอุดม รัฐอมฤต วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)
โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 เสียง คือ นายปัญญา อุดชาชน นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ และนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ เห็นว่า ผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 เสียง คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม และนายอุดม รัฐอมฤต เห็นว่า ผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) ทั้งนี้ นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 82 วรรคสอง คือ วันที่ 1 กรกฎาคม 2568
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จํานวน 3 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายนภดล เทพพิทักษ์ และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ เห็นว่า เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างไม่ร้ายแรง ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5)
เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) แล้ว รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) โดยให้นํามาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตําแหน่งต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ได้ไปต่อไหม? หลัง นายกฯ แพทองธาร พ้นตำแหน่ง
- เปิด 5 แคนดิเดต เสียบเก้าอี้ นายกฯ หลัง “แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง
อ้างอิง : สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ