"หาว" อาจไม่ได้แปลว่าแค่ง่วงนอน! แพทย์เตือน อาจเป็นสัญญาณ 4 โรคร้าย
การหาวอาจไม่ได้แปลว่าแค่ง่วงนอน! แพทย์เตือนอาจเป็นสัญญาณ 4 โรคร้าย หากพบความผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กโดยเร็ว
ที่เมืองเกาสง ของไต้หวัน อดีตตำรวจวัย 55 ปี เสียชีวิตกะทันหันขณะไปเยี่ยมเพื่อนในร้านสะดวกซื้อ หลังจากหาวแล้วร่างกายทรุดล้มลงกับพื้นทันที เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจในสังคมเป็นอย่างมาก
นายแพทย์ หวง เสวียน จึงออกมาเตือนว่า แม้การหาวจะเป็นปฏิกิริยาธรรมชาติที่พบได้ทั่วไป แต่หากช่วงนี้เกิดขึ้นบ่อยผิดปกติ โดยมีอาการร่วมอย่าง เวียนศีรษะ แน่นหน้าอก ใจสั่น หรือแขนขาอ่อนแรง ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคร้ายได้
หมอหวง เสวียน อธิบายผ่านเฟซบุ๊กว่า การหาวแท้จริงแล้วเป็นกลไกการปรับสมดุลอัตโนมัติของสมอง เมื่อสมองต้องการลดอุณหภูมิ เกิดความไม่สมดุลของการแลกเปลี่ยนออกซิเจน หรือสารสื่อประสาทอย่างโดปามีน ซีโรโทนิน และอะเซทิลโคลีนทำงานผิดปกติ ร่างกายจะกระตุ้นให้หาวราวกับเป็นการกดปุ่ม “รีเซ็ต” เพื่อให้สมองกลับคืนสู่ภาวะสมดุลชั่วขณะ
ดังนั้นการหาวจึงไม่ได้หมายถึงแค่ง่วงหรือเบื่อหน่ายเท่านั้น แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนด้านสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
สำหรับโรคที่อาจทำให้เกิดอาการหาวบ่อยผิดปกติ นายแพทย์ หวง เสวียน ได้สรุปไว้ 4 กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือ โรคทางระบบประสาท ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง (โดยเฉพาะเมื่อกระทบก้านสมองหรือพอนส์) โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง รวมถึงผู้ป่วยบางรายที่มีอาการลมชักหรือไมเกรน ซึ่งอาจแสดงสัญญาณเริ่มแรกด้วยการ “หาวติดต่อกันบ่อยครั้ง”
กลุ่มที่ 2 คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรืออาการเจ็บเค้นหน้าอก (Angina) ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการหาวผิดปกติ เนื่องจากเส้นประสาทวากัสถูกกระตุ้น ทั้งยังมีรายงานกรณีผู้ป่วยหลอดเลือดเอออร์ตาแยกชั้น ที่ปรากฏอาการหาวก่อนโรคกำเริบอีกด้วย
กลุ่มที่ 3 คือ โรคตับและความผิดปกติของระบบเผาผลาญ ผู้ป่วยโรคตับอักเสบหรือโรคตับแข็งมักมีอาการอ่อนเพลียและหาวบ่อย ขณะที่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจนสมองขาดพลังงาน ก็อาจมีอาการหาวถี่ขึ้นเช่นกัน
กลุ่มสุดท้ายคือ ผลข้างเคียงจากยาและโรคทางจิตเวช เช่น ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด (อย่าง fluoxetine, sertraline) อาจทำให้ผู้ป่วยหาวตลอดเวลา อีกทั้งผู้ที่มีภาวะวิตกกังวลหรือโรคซึมเศร้า ซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของระบบซีโรโทนินและโดปามีน ก็มักพบอาการลักษณะเดียวกันนี้ได้เช่นกัน
หมอหวง เสวียน เน้นย้ำว่า แม้การหาวส่วนใหญ่จะเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพียงอาการง่วงนอนเท่านั้น หากมีอาการร่วม เช่น เวียนศีรษะ แน่นหน้าอก ใจสั่น หรือแขนขาอ่อนแรง ไม่ควรมองข้าม เพราะตั้งแต่โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ไปจนถึงปัญหาการเผาผลาญหรือสุขภาพจิต ล้วนสามารถแฝงตัวมากับ “การหาว” ได้ทั้งสิ้น
พร้อมเตือนประชาชนว่า หากพบความผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กโดยเร็ว เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาสำคัญในการรักษา