‘ความผิดหวัง-น้ำตา-กำลังใจ’ ความรู้สึกของ ‘คนเสื้อแดง’ ในวันที่แพทองธารพ้นนายกฯ
“นี่คือพรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกมา 10 กว่าล้านเสียง แต่ให้คนไม่กี่คนมาตัดสิน แบบนี้ประเทศจะไปต่อได้อย่างไร”
วันนี้ (29 สิงหาคม 2568) ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ได้มีมวลชนคนเสื้อแดงมาให้กำลังใจ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิฉัยกรณีคลิปเสียงเจรจาระหว่าง แพทองธาร และ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา
The MATTER ได้พูดคุยกับมวลชนบางส่วนถึงความรู้สึกหลังผลวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และความในใจของพวกเขาจากสถานการณ์ที่ ‘พรรคเพื่อไทย’ ต้องถูกยื่นคำร้องเพื่อยุติบทบาททางการเมืองของพรรคและนักการเมืองที่พวกเขา ‘เลือก’ หลายครั้งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา
บรรยากาศในที่ทำการพรรคเพื่อไทยเป็นไปด้วยความครึกครื้นในช่วงแรก ก่อนผลการตัดสินศาลรัฐธรรมนูญชี้ให้แพทองธารพ้นจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คนเสื้อแดงบางคนตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ บางคนน้ำตาคลอ และบางคนชูสองนิ้วพร้อมพูดว่า “สู้ต่อไป” เพื่อเป็นกำลังใจให้แพทองธารและพรรคการเมืองที่พวกเขาเลือก
เจ๊เก่ง ตลาดไท
“ไม่เห็นด้วยกับมติของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะนายกไม่ได้ขายชาติ ขายกี่โมง ขายตอนไหน เรายังไม่มีพื้นที่ที่เสียไปเลย” เจ๊เก่ง กล่าว
เจ๊เก่ง ตลาดไท อายุ 51 ปี คนเสื้อแดงปทุมวันที่ประดับผมด้วยช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ กล่าวว่า การเจรจากับฮุนเซนเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และการตัดสินใจรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญของแพทองธาร ล้วนเป็นสิ่งที่สง่างามและถูกต้องตามหน้าที่ของการเป็นผู้นำประเทศ
ทั้งนี้ เจ๊เก่งเห็นว่าผลการตัดสินเป็นดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวเองไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าว เพราะประเทศไทยยังไม่เสียดินแดนสักเสี้ยวเดียวจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น นั่นหมายความว่า นายกฯ แพทองธารไม่ได้เป็นคน ‘ขายชาติ’ อย่างที่ใครหลายคนกล่าวหา
สุดท้าย เจ๊เก่งฝากกำลังใจให้แพทองธารและพรรคเพื่อไทยให้ยืนหยัดว่าตนเองมาจากการเลือกตั้งของประชาชนถึง 10 ล้านเสียง ตามระบอบประชาธิปไตย แต่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลจากรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว และให้คนเพียง 9 คนมาตัดสินผลดังกล่าว
“สู้ๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้ ท่าน (แพทองธาร) สง่างามมาก ที่เข้าสู่กระบวนการของศาลและไม่หนี” เจ๊เก่ง กล่าว
ประดิษฐ์ คนเสื้อแดงจากปทุมวัน
“รู้สึกผิดหวัง เพราะพรรคเพื่อไทยก็เป็นพรรคที่ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งใจเลือกเข้ามา แต่กลายเป็นผลชี้ชัดทางการเมืองตกอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ” ประดิษฐ์ กล่าว
ประดิษฐ์ อายุ 71 ปี เป็นคนเสื้อแดงจากปทุมวัน กล่าวว่า เขาเคารพการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขากำลังรู้สึก ‘เสียความรู้สึก’ และ ‘ผิดหวัง’ จากผลตัดสินครั้งนี้ ซึ่งเป็นอีกครั้งที่นายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองที่เขาเลือกต้องหลุดพ้นจากตำแหน่ง
“ผมเป็นประชาชน เป็นคนจน ผมรอดตายมาได้ด้วยนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค” ประดิษฐ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ประดิษฐ์เล่าว่า เขาเคยป่วยเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบแต่ได้รับการรักษาจาก ‘30 บาท รักษาทุกโรค’ หนึ่งในนโยบายในสมัยพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้เข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาล หากไม่มีนโยบายดังกล่าว เขาต้องจ่ายค่ารักษาถึง 400,000 บาท
ถึงกระนั้น ประดิษฐ์ยังเชื่อมั่นว่า ไม่ว่านายกฯ คนต่อไปจะเป็นใคร แต่หากมาจากพรรคเพื่อไทย นโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหายาเสพติด ล้วนสามารถดำเนินต่อไปได้ เพราะผลงานของพรรคเพื่อไทยก็ปรากฏเป็นที่ประจักษ์เสมอมา
“สู้ต่อไป ไม่เป็นไร มันยังไม่จบ เรายังมีตัวเลือกนายกฯ รองลงมาอีก คือ ‘ชัยเกษม นิติสิริ’ เหมือนตอนเศรษฐา ทวีสินไป อุ๊งอิ๊ง (แพทองธาร ชิณวัตร) ก็มา งานต้องเดินต่อ” ประดิษฐ์ให้กำลังใจพรรคเพื่อไทย
เพชร ประกายแสง
“ผมรู้สึกไม่สบายใจ เพราะนี่คือพรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกมา 10 กว่าล้านเสียง แต่ให้คนไม่กี่คนมาตัดสิน … แบบนี้ประเทศจะไปต่อได้อย่างไร” เพชร ประกายแสง กล่าว
เพชร ประกายแสง คนเสื้อแดงจากจังหวัดเลย อายุ 60 ปี เขาแต่งกายด้วยสีแดงตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมอุปกรณ์ประจำกายอย่าง ‘แอก’ และ ‘กระดิ่งขนาดใหญ่’
เพชรมองว่า แพทองธารมีสิทธิที่จะพูดคุยเพื่อโน้มน้าวฮุนเซนเพื่อผลประโยชน์ที่ดีของประเทศ คือ หากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาจบลงตั้งแต่การเจรจาครั้งนั้น ก็ไม่ต้องมีทหารหรือประชาชนคนไหนเสียเลือดเนื้อ
แต่เมื่อผู้มีเจตนาดีถูกตัดสินว่า ‘ผิด’ เขาจึงรู้สึกเสียใจ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่เขาและประชาชนอีกหลาย 10 ล้านคนเลือกมากับมือ
“เพราะเราก็มีความหวังจากนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหายาเสพติด ถ้าไม่มีรัฐบาลเพื่อไทย ประเทศเราก็จะพัฒนาไปได้ยาก เพราะเราเสียคนเก่งอย่างอุ๊งอิ๊งไป นี่คือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเสียใจ” เพชร ประกายแสง กล่าว
จากประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลายสิบปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ทางการเมืองหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินยุบพรรค การตัดสิทธิ์ผู้ลงสมัครเลือกตั้ง และการตัดสินให้นายกฯ พ้นจากตำแหน่ง
เหล่านี้ ทำให้กองเชียร์พรรคเพื่อไทยอย่างเพชร ประกายแสง รู้สึกว่า ‘ไม่ยุติธรรม’ เพราะไม่ว่าประชาชนจะเลือกตั้งกี่ครั้งก็ถูกมีเรื่องให้ต้องขึ้นศาลและตัดสิทธิ์ทางการเมืองอยู่ร่ำไป
“อันนี้พูดตามข้อเท็จจริงนะ เราไม่ได้มีเจตนาหมิ่น คือ ศาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ผ่านกระบวนการใดที่ยึดโยงกับประชาชนเลย งั้นจะให้เราเลือกตั้งมาทำไม ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เหมือนใช้ประชาธิปไตยมาบังหน้า” เพชร ประกายแสง กล่าว
สุดท้ายนี้ แม้ตัวเองจะเสียดายที่คนรุ่นใหม่อย่างแพทองธารจะต้องหลุดเก้าอี้นายกฯ แต่ก็ขอให้กำลังใจแพทองธาร พรรคเพื่อไทย รวมถึงประชาชนว่า “อยากให้พวกเราสู้กัต่อไป เพราะความดี ความสามารถของพรรคเพื่อไทยจะช่วย ‘ปลดแอกประชาชน’ ได้”
วิราพร อดีตข้าราชการสรรพากร
“สู้! สู้! เราต้องสู้! สู้! สู้! สู้!” วิราพรพูดอย่างหนักแน่นพวกชูกำปั้นขึ้นเพื่อบอกให้พรรคเพื่อไทยสู้ต่อไป
วิราพร อดีตข้าราชการสรรพากร สังกัดกระทรวงการคลัง อายุ 77 ปี มองว่า การที่แพทองธารต้องขึ้นศาลนั้นเป็นไปตามหน้าที่ที่เธอควรทำ แต่ทั้งนี้อยากให้ทุกคนอย่างฟังความข้างเดียว คือ อยากให้เข้าใจเจตนาที่ดีของแพทองธารด้วย
“อุ๊งอิ๊งเป็นคนดีนะ มีบรรพบุรุษที่ดี เพราะคุณยายเนี่ย นับถือและเคารพเขาทั้งตระกูลเลย” วิราพรกล่าว
วิราพรเล่าว่า สมัยที่ตัวเองทำงานอยู่สรรพากรเขตพญาไท เธอเห็นบริษัทในเครือของชินวัตรมาเสียภาษีอยู่ตลอด ทำให้เธอชื่นชอบตระกูลชินวัตร เนื่องจากไม่เห็นว่าตระกูลนี้จากหลีกเลี่ยงภาษีอย่างที่ใครหลายคนกล่าวหา
ส่วนผลการตัดสินศาลรัฐธรรมนูญนั้น แม้เธอจะไม่เห็นด้วย แต่เธอยังเชื่อมั่นว่าวันนึงแพทองธารจะได้กลับมาบริหารบ้านเมืองอีกครั้ง
“เราแดงทั้งชื่อ ทั้งตัว ทั้งหัวใจ” วิราพรกล่าว
หงส์ คนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ
“รู้สึกใจหาย แต่ก็เคารพการตัดสินของศาลซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ แต่เราก็ไม่โอเคหรอก เพราะนี่อาจเข้าทางฮุนเซน แล้วประเทศไทยจะเดินหน้าต่ออย่างไร” หงส์ กล่าว
หงส์ อายุ 63 ปี เป็นคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ กล่าวว่า หลังผลการตัดสินของศาลออกมา เธอก็รู้สึกกังวลต่ออนาคตของประเทศไทย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหายาเสพติด และปัญหาอื่นอีกมากมาย
เธอเล่าต่ออีกว่า ที่ผ่านมาเธอเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยเสมอ เพราะเห็นผลงานตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร เธอก็ยืนยันที่จะรักพรรคเพื่อไทยตลอดกาล
“เรารักพรคคเพื่อไทยมากๆ เราเห็นสิ่งที่ตระกูลชินวัตรทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ทุกคนน่าจะเห็นเหมือนกัน” หงส์กล่าว
สุดท้ายนี้ หงส์อยากให้พรรคเพื่อไทยยืนหยัดสู้เพื่อประชาชนต่อไป เพราะยังมีประชาชนอีกมากที่รักพรรคเพื่อไทย และขอเป็นกำลังใจให้แพทองธารและตระกูลชินวัตร
Photographer: Yosita Sinbua
Editor: Thanyawat Ippoodom