ถอดรหัสเกมการทูต ‘สี จิ้นผิง’ ดึง ‘ปูติน-คิม จองอึน’ ร่วมสวนสนาม โชว์ไพ่เหนือทรัมป์?
พิธีสวนสนามครั้งใหญ่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 3 กันยายนนี้ กำลังถูกจับตามองจากทั่วโลก ไม่ใช่เพียงการแสดงแสนยานุภาพทางทหารของจีนเพื่อรำลึก 80 ปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเท่านั้น แต่ยังถูกมองว่าเป็น “เวทีการทูต” สำคัญที่อาจกำหนดสมการภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหม่ เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เชิญคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ และวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย มาร่วมงาน ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สะท้อนชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ของปักกิ่งบนเวทีโลก
สำนักข่าวเกาหลีเหนือ KCNA ยืนยันว่า การเข้าร่วมพิธีครั้งนี้จะเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกของคิม จองอึนนับตั้งแต่ปี 2019 ส่วนปูตินจะเข้าร่วมงานหลังเสร็จสิ้นภารกิจประชุมสุดยอดผู้นำองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO Summit) ที่เมืองเทียนจิน ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายนที่ผ่านมา รัฐบาลจีนเปิดเผยว่า มีผู้นำประเทศราว 26 ชาติเตรียมเข้าร่วมงาน โดยหนึ่งในนั้นคือ พลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาที่ขึ้นสู่อำนาจหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2021 ขณะที่นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย แม้เข้าร่วมประชุม SCO ที่เทียนจิน แต่กลับไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่จะเข้าร่วมพิธีสวนสนามครั้งนี้
พิธีดังกล่าวจะมีทหารจากเหล่าทัพต่าง ๆ ของจีนกว่า 10,000 นาย และอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยหลายร้อยชิ้นเข้าร่วมแสดง สะท้อนถึงศักยภาพกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวทางการปฏิรูปของสี จิ้นผิง ผู้นำรุ่นที่ 5 ของจีนที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เหมาเจ๋อตุง
บีบีซีวิเคราะห์ว่า การเชิญคิมและปูตินขึ้นยืนเคียงข้างสี จิ้นผิง ไม่เพียงสร้างภาพจำอันทรงพลัง แต่ยังเป็นการย้ำบทบาทจีนในฐานะผู้ทรงอิทธิพลทางการทูตบนเวทีโลก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ที่ยังไม่สามารถผลักดันให้รัสเซียและยูเครนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้
การที่คิม จองอึนตัดสินใจเข้าร่วมครั้งนี้ถือเป็นเซอร์ไพรส์สำคัญ เพราะครั้งล่าสุดที่ผู้นำเกาหลีเหนือเข้าร่วมพิธีลักษณะนี้ในจีนต้องย้อนถึงปี 1959 แม้ช่วงที่ผ่านมาเขาจะใกล้ชิดกับปูตินมากขึ้น แต่การมาเยือนปักกิ่งสะท้อนว่าความสัมพันธ์จีน-เกาหลีเหนือยังคงแน่นแฟ้น เกาหลีเหนือยังพึ่งพาการนำเข้าอาหารจากจีนกว่า 90% และการได้ยืนบนเวทีเคียงข้างปูตินและสียังเป็นการสร้าง “ความชอบธรรม” ต่อบทบาทของคิมบนเวทีโลก
ในอีกด้านหนึ่ง สหรัฐยังคงพยายามเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ทรัมป์เพิ่งเปิดเผยว่าอยากพบคิม จองอึนอีกครั้ง หลังจากที่การประชุมสุดยอดระหว่างกันก่อนหน้านี้ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังส่งสัญญาณว่าทรัมป์อาจเข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคในปลายเดือนตุลาคม และเปิดใจที่จะพบกับสี จิ้นผิง ขณะที่ประเด็นเจรจาที่รออยู่บนโต๊ะมีหลากหลาย ตั้งแต่ข้อพิพาททางการค้า ดีลการขาย TikTok ไปจนถึงความสามารถของปักกิ่งในการโน้มน้าวปูตินให้ยุติสงครามยูเครน
การได้พบคิมและปูตินก่อนหน้า อาจทำให้สีมีแต้มต่อในการนั่งเจรจากับทรัมป์ โดยใช้ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับสองผู้นำนี้เป็น “ไพ่ต่อรอง” ในเวทีโลก นักวิเคราะห์บางรายยังตั้งคำถามว่า สีอาจจะไปไกลกว่านั้นหรือไม่ ถึงขั้นผลักดันให้เกิดการประชุมร่วมโต๊ะระหว่าง สี จิ้นผิง ปูติน คิม จองอึน และโดนัลด์ ทรัมป์