เปิดพิกัด 6 'ออนเซ็น' สุดปังในไทย ฟินได้ไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่น
เปิดพิกัด 6 'ออนเซ็น' สุดปังในไทย ฟินได้ไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่น
- Let’s Relax Onsen & Spa Lumphini
ใครชอบบรรยากาศ ออนเซ็น สไตล์ญี่ปุ่น แนะนำให้ไปเช็คอิน Let’s Relax Onsen and Spa Lumphini ออนเซ็นและสปา สาขาใหม่ล่าสุดของ Let’s Relax ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ลุมพีนี สปาใจกลางเมืองกรุงเทพฯ
บอกได้เลยว่าที่นี่ทำถึงมาก ไม่เพียงกินพื้นที่มากถึง 3,000 ตารางเมตร บรรยากาศที่นี่เงียบสงบ ลักษณะสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อมที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ เป็นการผสมผสานความทันสมัย เข้ากับมรดกพื้นถิ่นของประเทศญี่ปุ่นของ Ine Funaya (อิเนะ ฟุนะยะ) หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่เล็กๆ ในเมือง Ine (อิเนะ) ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของคาบสมุทร Tango (ทังโงะ) ตอนเหนือของเมือง Kyoto
เด็ดสุด คือ ออนเซ็นที่มี มีให้บริการถึง 5 บ่อ ไม่ว่าจะเป็น “บ่อน้ำเเร่เกโระ” (Gero Hot Springs Bath) อุณหภูมิ 42 องศา เป็นบ่อไฮไลท์โดยใช้น้ำเเร่จากแหล่งน้ำ Gero จังหวัด Takayama โดยได้รับการกล่าวขานว่าเป็นแหล่งน้ำเเร่ 1 ใน 3 ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นที่มีคุณสมบัติเรื่องความสวยความงามบ่อน้ำเเร่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ บำบัดความเหนื่อยล้า
“บ่อซิลค์บาธ” (Silk Bath) อุณหภูมิ 41 องศา บ่อที่มีฟองเล็กละเอียดขาวบริสุทธิ์แห่งออกซิเจน อัดแน่นจนมองเห็นเป็นสีขาว ฟองเหล่านี้ลงลึกสู่ทุกอณูผิว
“บ่อโซดา” (Carbonate Soda Bath) อุณหภูมิ 36 - 38 องศา) พรายฟองโซดาละเอียดซึมซาบล้ำลึกให้ผ่อนคลาย คืนสมดุลให้กับร่างกายและผิวพรรณ ผ่อนคลายจิตใจผ่อนคลาย
สำหรับบ่อโปรดของเรา นี่เลย “บ่อน้ำวน” (Whirlpool Bath) อุณหภูมิ 38 องศา เรารู้สึกผ่อนคลายสุดๆ เพราะบ่อนี้มีหัว Jet พ่นฟองอากาศเยอะมาก เพิ่มพลังนวดตัวได้ทุกส่วน ทั้งในมุมแบบที่เราจะยืนแช่ในบ่อ หรือนั่งแช่ได้ตามชอบ ปวดเมื่อยตรงไหนก็จัดไป
ทั้งยังมี “บ่อน้ำเย็น” (Cold Bath) อุณหภูมิ 17 องศา การแช่ทั้งบ่อน้ำเย็นและบ่อน้ำร้อนถือว่าครบสูตรการแช่ออนเซ็น ออนเซ็นจะแยกหญิง-ชาย และที่นี่ไม่อนุญาตให้ใส่เสื้อผ้าใดๆลงแช่ในออนเซ็น เหมือนแช่ออนเซ็นในญี่ปุ่นเป๊ะ
นอกจากการแช่ออนเซ็นแล้ว ที่นี่ยังมีห้อง “Cold Room” ที่ถูกออกแบบให้ห้องเย็นประมาณ 5°C มีลักษณะเหมือนถ้ำน้ำแข็ง เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกให้เย็นยะเยือกเพิ่มมากขึ้น
รวมถึง“ห้องหินร้อน” (Hot Stone Bed Bath) อุณหภูมิ 42-44 องศา ให้เราได้ผ่อนคลายด้วยความร้อนผ่านหินภูเขาไฟเเละไอเกลือหิมาลายัน เมื่อหินแร่ธาตุได้รับความร้อนจะปลอยประจุลบ และรังสีอินฟเรดระยะไกลจะกระจายออกมา ทำเราได้เหงื่อได้ดีมาก และที่นี่ยังมีบริการสปาทรีตเม้นท์หลากหลายให้เลือกได้ตามชอบอีกด้วย
- ออนเซ็นแอทม่อนแจ่ม
การได้แช่ออนเซ็นท่ามกลางหุบเขา ได้ฟีลเหมือนอยู่หมู่บ้านญี่ปุ่นขนาดย่อมๆ ต้องนี่เลย ออนเซ็นแอทม่อนแจ่ม ( Onsen at Moncham) ต.โป่งแยง จ.เชียงใหม่ ที่เป็นรีสอร์ทสไตล์เรียวกังที่มีเพียง 24 ห้อง และมีบริการออนเซ็น ซึ่งเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ 100%
น้ำแร่ที่นี่มีแร่ธาตุครบถ้วนทั้งแมกนีเซียม คอปเปอร์ เหล็ก แคลเซียม มีทั้งบ่อแช่ในร่ม บ่อหินในสวน บ่อจะแยกหญิง-ชาย หรือถ้าชอบความเป็นส่วนตัว ก็รีเควสได้
บ่อออนเซ็นของที่นี่ จะถูกปรับอุณหภูมิของบ่อให้เหมาะสมกับฤดูกาลได้ด้วย ช่วงหน้าร้อน ก็สามารถปรับให้น้ำอุณหภูมิปกติ หรือปรับระดับความร้อนได้ ส่วนช่วงหนาวจะเน้นบ่อร้อน เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นแท้ๆ
- น้ำพุร้อนสันกำแพง
ในจังหวัดเชียงใหม่ยังมีน้ำพุร้อนขึ้นชื่อของจังหวัด คือ “น้ำพุร้อนสันกำแพง” ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปราว 1 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวสามารถแช่อาบน้ำแร่ได้ทั้งบ่อส่วนตัวและบ่อรวม ทั้งยังมีสระว่ายน้ำแร่กลางแจ้งอีกด้วย หรือจะแช่แค่เท้าก็ได้
ที่นี่มีหลายบ่อรอบพื้นที่ บรรยากาศธรรมชาติ มีสวนดอกไม้ ให้เราได้ชื่นชม ไม่เพียงมาออนเซ็น ที่นี่ยังมีบ่อน้ำพุที่อุณหภูมิสูงถึง 105 องศา ที่หลายคนต้องมาต้มไข่เก็บไว้ทำคอนเท้นท์อีกด้วย
- น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน
อีกแหล่งน้ำพุร้อนในภาคเหนือ ที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน คือ “ น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน” ตั้งอยู่ใน “อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน” อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีแอ่งน้ำแร่หลายบ่อ ล้อมรอบด้วยโขดหินธรรมชาติและต้นไม้นานาพรรณ มีไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นมาคล้ายหมอก
นักท่องเที่ยวนิยมมาแช่น้ำแร่ ต้มไข่น้ำแร่ ซึ่งการต้มไข่ที่นี่จะสุกแบบไข่ออนเซ็น
หรือแช่เท้าในบ่ออุณหภูมิที่เย็นกว่า โดยนักท่องเที่ยวนิยมมาแช่เท้า และแช่ตัว ท่ามกลางบ่อกลางแจ้ง หรือ จะใช้บริการห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัวก็มี
ทั้งบริเวณใกล้เคียงยังมีน้ำตกแจ้ซ้อนให้เที่ยวชมอีกด้วย
- ออนเซ็น น้ำพุร้อนเค็ม
ออนเซ็น น้ำพลุร้อนเค็ม หรือ Salt Spring แห่งเดียวในไทย และมีไม่กี่แห่งในโลก อยู่ในพื้นที่ คลองท่อม จังหวัดกระบี่ ซึ่งน้ำพุร้อนเค็มนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการผสมกันของน้ำร้อนและน้ำทะเลในระดับลึกลงไปในดิน ก่อนจะถูกดันสู่ผิวดิน ที่นี่มีทั้งออนเซ็นกลางแจ้ง
อย่าง “น้ำพุร้อนเค็ม คลองท่อม” ในพื้นที่ความรับผิดชอบของอบต. ห้วยน้ำขาวที่เปิดให้บริการตั้งแต่ตี 5 ถึง 2 ทุ่ม เดิมบ่อน้ำพุร้อนเค็มนี้อยู่ท่ามกลางป่าชายเลน ชาวบ้านรู้จักและพากันมาแช่น้ำร้อนกันมาเป็นเวลานาน ต่อมาทางอบต.ได้เข้ามาปรับปรุงพื้นที่ให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้นเมื่อราว 5 ปีก่อน และได้เก็บเงินค่าเข้าเพื่อนำมาพัฒนาพื้นที่
โดยที่นี่มีบ่อน้ำผุดที่เรียกว่า “บ่อแม่” เป็นบ่อต้นน้ำ มีอุณหภูมิประมาณ 47 องศาเซลเซียส (ไม่อนุญาตให้ลงแช่ ให้ตักอาบเท่านั้น) และ “บ่อแฝด” ที่อยู่เหนือบ่อแม่ขึ้นไปก็เป็นบ่อต้นน้ำที่ห้ามลงแช่เช่นกัน ส่วนบ่ออื่นๆก็แช่ตัวได้ ทั้งหมดล้วนเป็นบ่อธรรมชาติ แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือเย็นๆ เพราะกลางวันอากาศร้อน มาแช่น้ำร้อน ก็จะร้อนเกินไป คนที่นี่อาจจะเยอะหน่อย เพราะราคาไม่แพงอยู่ที่ราว 40 บาทต่อคน
แต่หากใครชอบความเป็นส่วนตัว การออนเซ็นในสถานที่ของเอกชนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ซึ่ง “อมตยาเวลเนส” (Amataya wellness) เป็นอาณาจักรแห่งการบำบัดและฟื้นฟูดูแลสุขภาพครบวงจร รวมถึงเป็นศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยด้านกายภาพบำบัดด้วยน้ำพุร้อนเค็มธรรมชาติ
ที่นี่มีบ่อแช่ออน ทั้งในห้องส่วนตัว และบ่อรวมแยกหญิง-ชาย รวมถึงการนำศาสตร์ ‘อิชิอิ’ ของญี่ปุ่นเข้ามาผสมผสาน ผนวกรวมเข้ากับการนวดแพทย์แผนไทยวัดโพธิ์สำหรับคนที่ต้องการความผ่อนคลาย
- คุซัทสึ ออนเซ็น ชลบุรี
สำหรับใครที่อยู่แถวบางแสน จังหวัดชลบุรี ที่นี่ก็มีออนเซ็นที่น่าสนใจ อย่าง คุซัทสึ ออนเซ็น บางแสน ชลบุรี (Kusatsu Onsen) ให้ฟิลยกออนเซ็นญี่ปุ่นมาไว้ที่เมืองไทยเลย เพราะที่นี่นำเข้าผงผนึกแร่มาจากเมืองคุซัทสึ (Kusatsu) ซึ่งเป็นเมืองออนเซ็นติด 1 ใน 3 ของประเทศญี่ปุ่น
ความพิเศษของที่นี่คือมีบ่อร้อนและน้ำเย็น รวมถึง 9 บ่อ และถังไม่แช่อีก 3 ถัง ซาวน่า สตรีม จัดเต็ม บรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นตกแต่งด้วยไม้สน และสวนญี่ปุ่น แช่ออนเซ็นไปก็ผ่อนคลายไปพร้อมๆกัน
ออนเซ็นที่นี่มีแยกหญิง-ชาย หรือจะแช่แบบส่วนตัวก็ได้ เลือกได้ตามชอบว่าจะเป็นอินดอร์ หรือ เอ้าท์ดอว์ ทั้งยังมีบริการนวดแผนไทย นวดน้ำมัน หรือนวดฝ่าเท้า ด้วยเช่นกัน
ทั้งหมดล้วนเป็นแหล่งไฮไลต์ออนเซ็นในไทย ที่สายผ่อนคลาย ต้องปักหมุดเช็คอิน