ออมสินชี้แจงข้อเท็จจริง! ปมคิดดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่ม พักหนี้โควิด
จากกรณีการแพร่เชื้อโควิด 19 ธนาคารออมสิน ได้ออกมาตรการพักหนี้โควิด ไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด ธนาคารออมสิน ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหาคิดดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มมาตรการพักหนี้โควิด
ตามที่มีลูกหนี้สินเชื่อรายหนึ่งได้จัดทำและเผยแพร่คลิปบนสื่อสังคมออนไลน์ติดต่อกันหลายครั้ง กล่าวหาว่าธนาคารออมสินคิดดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มเติมในช่วงมาตรการพักชำระหนี้โควิดนั้น ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และ ก่อให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชน ธนาคารขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้
1. ปี 2563ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการขั้นต่ำให้ทุกสถาบันการเงินพักชำระเงินต้น 3 เดือน อย่างไรก็ดี ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือที่มากกว่า โดยได้ออก มาตรการ "พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 9 เดือน" เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับลูกหนี้ทุกรายในช่วงสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดระยะแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกหนี้ขาดรายได้ และสั งคมต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างจำเป็นต้องงดเว้นการติดต่อสัมผัสใกล้ชิด โดยมีการประชาสัมพันธ์ข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ ในวงกว้าง รวมถึงช่องทางของธนาคาร และ การแจ้งผ่านแอป MyMo ไปถึงลูกหนี้ทุกราย พร้อมแจ้งวิธีปฏิบัติในกรณีที่ลูกหนี้ไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการ ตลอดจนรายละเอียดต่าง ๆ ของมาตรการ ซึ่งรวมถึงวิธีการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย
2. ทั้งนี้ ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงดังกล่าว ไม่ใช่ดอกเบี้ยใหม่ หรือ ดอกเบี้ยเพิ่ม แต่เป็นดอกเบี้ยปกติที่พักการชำระไว้ และจะไปชำระในงวดสุดท้ายของสัญญาเงินกู้ ส่วนลูกหนี้ที่ได้แจ้งว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการ สามารถชำระเงินงวดได้ตามปกติ โดยเงินงวดนั้นจะนำไปตัดเงินต้นทั้งจำนวน เพื่อลดภาระหนี้ของลูกหนี้ได้เร็วขึ้น
3. ธนาคารได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับลูกหนี้รายดังกล่าว ในประเด็นเรื่องวิธีการบันทึกบัญชีลูกหนี้ การพักชำระเงินต้น การพักชำระดอกเบี้ย การชำระคืน เมื่อครบกำหนด และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกหนี้เข้าใจ และ ขอความร่วมมือให้ยุติการเผยแพร่คลิปที่ขยายผลความเข้าใจผิด ซึ่งเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านพฤติกรรมของลูกหนี้ และสร้างความเสียหายต่อธนาคาร
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ลูกหนี้รายดังกล่าวได้รับทราบข้อเท็จจริงแล้ว รวมถึงธนาคารได้เสนอทางเลือกอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น การผ่อนชำระดอกเบี้ย แต่ลูกหนี้ยังคงยืนยันที่จะไม่ชำระหนี้ส่วนที่เป็นดอกเบี้ย ค้างชำระ และ ยังคงเผยแพร่คลิปที่สื่อไปในทางกดดัน ต่อรองให้ธนาคารงดเว้นการเรียกเก็บดอกเบี้ย ที่พักชำระไว้ตามสัญญาเงินกู้ที่ลูกหนี้ได้ทำกับธนาคารเท่านั้น ธนาคารขอเรียนย้ำว่า ธนาคารไม่สามารถลดดอกเบี้ยตามที่ร้องขอให้กับลูกหนี้รายใดรายหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากต้องรักษาสิทธิ และ ให้ความเป็นธรรมต่อลูกหนี้สถานะปกติทุกรายที่ได้ชำระหนี้ตามเงื่อนไขสัญญาเดียวกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งได้แจ้งให้ลูกหนี้รายดังกล่าวทราบจุดยืนของธนาคารแล้ว
ทั้งนี้ หากพบว่ายังมีการเผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาทหรือบิดเบือน ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเสียงหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการดำเนินงานของธนาคาร หรือ วัตถุประสงค์ของมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ขอเรียนว่า ธนาคารจำเป็นต้องพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อยุติการกระทำดังกล่าว และ รักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าประชาชนที่มีต่อจดยืนของธนาคาร.
ที่มา: