ฮอร์โมน กลไกกำหนดสุขภาพ ใครบ้างควรรับการตรวจฮอร์โมนไม่สมดุล?
ฮอร์โมน (Hormones) คือสารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้นจากต่อมไร้ท่อ ต่าง ๆ เช่น ต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland), ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Gland) และ ต่อมหมวกไต (Adrenal Glands) โดยทำหน้าที่เหมือน “ผู้ส่งสาร” ที่เดินทางผ่านกระแสเลือดไปยังเซลล์เป้าหมาย (Target Cells) เพื่อควบคุมและประสานการทำงานของอวัยวะและระบบต่าง ๆ รวมถึงช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย โดยมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการพื้นฐานหลายอย่าง เช่น
เปิดไฟนอน ขัดขวางการหลั่งเมลาโทนิน กระทบคุณภาพการนอน สุขภาพพัง
ละเมอเดิน–ละเมอพูด การนอนผิดปกติ อาการและอันตรายที่ต้องระวัง
- การเจริญเติบโตและพัฒนาการ: เช่น ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ช่วยกระตุ้นการแบ่งเซลล์ของกระดูกและกล้ามเนื้อ ฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid Hormones) มีความสำคัญต่อพัฒนาการทางสมองในเด็ก
- การเผาผลาญพลังงาน: เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ ช่วยปรับอัตราการเผาผลาญ ขณะที่อินซูลิน (Insulin) และกลูคากอน (Glucagon) ทำงานร่วมกันเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
- ระบบสืบพันธุ์: ฮอร์โมนเพศ เช่น เอสโตรเจน (Estrogen) และเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ควบคุมลักษณะทางเพศ และการทำงานของระบบสืบพันธุ์
- การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม: เช่น ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ช่วยให้ร่างกายรับมือความเครียด ส่วนเมลาโทนิน (Melatonin) ทำหน้าที่ควบคุมวงจรการนอนหลับ
ความไม่สมดุลของฮอร์โมน ไม่ว่าจะสูง (Hypersecretion) หรือต่ำ (Hyposecretion) เกินไป จะส่งผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ทำให้ร่างกายเสียสมดุล และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ
ฮอร์โมนไม่สมดุลส่งผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง?
ร่างกายของเรามีกลไกอัจฉริยะในการควบคุมระดับฮอร์โมนให้สมดุล เรียกว่า “กลไกการควบคุมย้อนกลับ” (Feedback Loop) ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องปรับอากาศที่คอยรักษาอุณหภูมิให้พอดี โดยในภาวะปกติ หากระดับฮอร์โมนในเลือดสูงเกินไป ร่างกายจะส่งสัญญาณย้อนกลับไปยับยั้งการทำงานของต่อมที่สร้างฮอร์โมนชนิดนั้น (Negative Feedback) เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับฮอร์โมนสูงเกินไป ในทางกลับกัน หากระดับฮอร์โมนต่ำเกินไป ร่างกายจะกระตุ้นให้ต่อมไร้ท่อสร้างฮอร์โมนเพิ่มขึ้น โดยฮอร์โมนสามารถส่งผลต่อร่างกายและจิตใจได้ ดังนี้
- ระบบเผาผลาญและน้ำหนักตัว ฮอร์โมนไทรอยด์และอินซูลินควบคุมการเผาผลาญพลังงานและระดับน้ำตาลในเลือด หากฮอร์โมนไม่สมดุล อาจทำให้น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
- ผิวและผม ฮอร์โมนเพศที่สมดุล ช่วยให้ผิวพรรณสดใสและเส้นผมแข็งแรง หากฮอร์โมนไม่สมดุลอาจทำให้ผิวแห้งกร้าน หมองคล้ำ หรือเส้นผมหลุดร่วงง่าย
- กระดูกและกล้ามเนื้อ ฮอร์โมนเพศ ช่วยรักษามวลกระดูกและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หากขาดสมดุลอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนและกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- ระบบภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมนบางชนิดช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายฟื้นฟูและต่อสู้กับโรคได้ดีขึ้น หากฮอร์โมนไม่สมดุลภูมิคุ้มกันอาจอ่อนแอและติดเชื้อง่าย
- สุขภาพจิตและอารมณ์ ความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น คอร์ติโซล หรือสารสื่อประสาทอย่างเซโรโทนิน อาจทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า
ใครบ้างที่ควรตรวจฮอร์โมน ?
- วัยเด็กและวัยรุ่น
เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว การตรวจฮอร์โมนจึงมีความสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะโกรทฮอร์โมน ฮอร์โมนไทรอยด์ และฮอร์โมนเพศ อย่างเอสโตรเจนและเทสโทสเทอโรน หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าลูกมีภาวะโตช้า เตี้ยกว่าเกณฑ์ เข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าปกติ หรือมีพัฒนาการทางเพศที่ยังไม่สมบูรณ์ การตรวจฮอร์โมนจะช่วยให้เห็นภาพรวมของพัฒนาการได้ชัดเจนขึ้น และช่วยให้แพทย์วางแผนการดูแลได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นการเจริญเติบโต หรือชะลอการเข้าสู่วัยรุ่น เพื่อการมีพัฒนาการที่แข็งแรงสมวัย
- วัยทำงาน
เป็นช่วงที่ร่างกายต้องเผชิญทั้งภาระงาน ความเครียด และการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต ฮอร์โมนจึงมีบทบาทสำคัญมากในการสร้างความสมดุลทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะ ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนเพศ รวมถึงฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล (Cortisol)
หากคุณเริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย น้ำหนักเพิ่มหรือลดอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน หรือรู้สึกเครียดสะสม อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าฮอร์โมนในร่างกายทำงานไม่สมดุล การตรวจฮอร์โมน ไม่ว่าจะเป็นภาวะไทรอยด์ผิดปกติ ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศ จะช่วยให้พบปัญหาและเกิดการแก้ไขอย่างตรงจุด
- วัยทองและผู้สูงอายุ
ในวัยทองและผู้สูงอายุ ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนค่อนข้างมาก การตรวจฮอร์โมนจะช่วยให้เราดูแลสุขภาพได้อย่างรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนไทรอยด์ รวมถึงการตรวจระดับวิตามินดี
การตรวจฮอร์โมนเพศจะช่วยประเมินอาการวัยทองที่พบบ่อย เช่น ร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน รวมถึงความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน ส่วนการตรวจวิตามินดีและฮอร์โมนพาราไทรอยด์ ก็มีบทบาทสำคัญในการประเมินความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนและโรคกระดูกบางในผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ ฮอร์โมนไทรอยด์ยังมีผลต่อระบบการเผาผลาญ ซึ่งหากฮอร์โมนไทรอยด์ทำงานผิดปกติ อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจฮอร์โมนเป็นพิเศษ?
นอกจากการตรวจฮอร์โมนตามช่วงวัยแล้ว ยังมีกลุ่มคนที่ควรให้ความสำคัญกับฮอร์โมนเป็นพิเศษ เพราะจะช่วยให้เข้าใจร่างกายของตนเองได้ดียิ่งขึ้น พร้อมได้รับการดูแลและรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาการเล็ก ๆ จะลุกลามจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพรุนแรงในอนาคต เช่น
- ผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก ทั้งชายและหญิง ควรตรวจฮอร์โมนเพศ เพื่อหาสาเหตุและเพิ่มโอกาสในการมีบุตร
- ผู้หญิงที่มีประจำเดือนผิดปกติ เช่น มาไม่สม่ำเสมอ ขาดหายไปนาน หรือมีอาการปวดท้องรุนแรง
- ผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักตัว ทั้งน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคต่อมไร้ท่อ เช่น เบาหวาน ไทรอยด์ โรคต่อมหมวกไต ซึ่งอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรม
- ผู้ที่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ เช่น ผมร่วงมากเกินปกติ สิวขึ้นมาก ขนดก หรือมีอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลโดยไม่มีสาเหตุแน่ชัด
ตรวจฮอร์โมนมีขั้นตอนอย่างไร และใช้เวลานานแค่ไหน?
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะสอบถามถึงอาการผิดปกติที่กังวล ประวัติการเจ็บป่วยเดิม รวมถึงประวัติสุขภาพของคนในครอบครัวที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคทางฮอร์โมนหรือต่อมไร้ท่อ พร้อมทั้งตรวจร่างกายเบื้องต้น
- ทำการเจาะเลือด ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุดในการตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนเพศ และฮอร์โมนความเครียด ส่วน การเก็บน้ำลายหรือปัสสาวะ อาจใช้ในบางกรณี เช่น เพื่อตรวจฮอร์โมนความเครียด หรือการตรวจฮอร์โมนเพศในบางประเภท หรือเพื่อประเมินระดับฮอร์โมนในช่วงเวลาต่าง ๆ และการสะสมของฮอร์โมนในร่างกาย
- การรอผลตรวจ มักใช้เวลาประมาณ 1-3 วัน แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อมีการตรวจฮอร์โมนหลายชนิด หรือฮอร์โมนที่ต้องการการวิเคราะห์ละเอียด ผลตรวจอาจใช้เวลานานขึ้นถึง 7-10 วัน ทั้งนี้ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมน ขั้นตอนการตรวจ และเทคโนโลยีของห้องปฏิบัติการที่ทำการวิเคราะห์ ดังนั้น ควรสอบถามระยะเวลารายละเอียดกับสถานพยาบาลเพื่อความชัดเจนและเหมาะสมกับแต่ละกรณี
ตรวจฮอร์โมนบ่อยแค่ไหนถึงจะเหมาะสม?
- ตรวจเป็นประจำทุกปี เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ หรือภาวะน้ำหนักเกิน เพื่อให้แพทย์สามารถเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- ตรวจเมื่อมีอาการผิดปกติ หากพบอาการบ่งชี้ความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ อ่อนเพลียเรื้อรัง น้ำหนักเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือมีปัญหาการนอน ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมทันที
การตรวจฮอร์โมนควรทำในช่วงเช้า เพราะเป็นเวลาที่ระดับฮอร์โมนหลายชนิด เช่น คอร์ติซอล และฮอร์โมนเพศ จะอยู่ในระดับสูงสุด ทำให้ผลตรวจแม่นยำที่สุด สำหรับผู้หญิงที่ตรวจฮอร์โมนเพศควรตรวจในช่วงวันที่ 21 ของรอบเดือน (นับจากวันแรกของประจำเดือน) เพื่อความแม่นยำของผลตรวจ
วิธีดูแลและเสริมสร้างฮอร์โมนให้สมดุลด้วยตนเอง
เลือกรับประทานอาหารที่ส่งเสริมฮอร์โมน
โปรตีนและไขมันดีเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างฮอร์โมน แนะนำให้รับประทานโปรตีนคุณภาพ เช่น ปลา ไก่ ไข่ ถั่วเลนทิล และไขมันดี เช่น อะโวคาโด น้ำมันมะกอก เมล็ดแฟลกซ์ เพื่อช่วยสนับสนุนการผลิตฮอร์โมนเพศและบำรุงสมอง
- ผักและผลไม้หลากสีเต็มไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความไม่สมดุลของฮอร์โมน
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ในระดับเบาถึงปานกลาง เช่น เดินเร็ว โยคะ หรือว่ายน้ำ กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งเอ็นดอร์ฟิน ฮอร์โมนแห่งความสุข ที่ช่วยลดความเครียดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในภาวะสมดุล
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสร้างฮอร์โมนสำคัญ เช่น เมลาโทนิน ที่ช่วยควบคุมวงจรการนอนหลับ และโกรทฮอร์โมน ที่ช่วยซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อ การนอนหลับที่ดีจึงเป็นเหมือน “ยาฟื้นฟูตามธรรมชาติ” ของร่างกาย
จัดการความเครียดอย่างมีสติ เพราะความเครียดที่มากเกินไปจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลมากเกินความจำเป็น ซึ่งรบกวนสมดุลฮอร์โมนอื่น ๆ จึงควรหาเวลาผ่อนคลายด้วยการทำสมาธิ ฝึกหายใจลึก ๆ หรือเล่นโยคะ เพื่อช่วยปรับสมดุลจิตใจและฮอร์โมนให้ดีขึ้น
ตรวจสุขภาพและติดตามฮอร์โมนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาฮอร์โมนหรือมีความเสี่ยง การพบแพทย์และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ได้รับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม เพื่อควบคุมและดูแลความสมดุลของฮอร์โมนอย่างมีประสิทธิภาพ
ฮอร์โมนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมระบบต่าง ๆ ของร่างกาย การรักษาสมดุลฮอร์โมนจึงมีส่วนช่วยในการส่งเสริมสุขภาพโดยรวม หากคุณสังเกตเห็นความผิดปกติหรือรู้สึกว่าร่างกายขาดสมดุลทางสุขภาพ การตรวจฮอร์โมน (Hormone Testing) อาจช่วยให้คุณเข้าใจสุขภาพของตนเองได้ดีขึ้น
ทำไมความเครียดจึงส่งผลต่อการนอน?
ความเครียดทำให้ร่างกายหลั่ง ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) มากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้น จึงไปรบกวนการทำงานของ ฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ที่ควบคุมการนอนหลับ ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ หลับไม่สนิท
เพราะอะไรผู้หญิงวัยทองจึงมีอาการร้อนวูบวาบและอารมณ์แปรปรวน?
เกิดจากการที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมอง ทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยอาการร้อนวูบวาบและเหงื่อออก ทั้งยังส่งผลต่อสารสื่อประสาท ทำให้อารมณ์แปรปรวนและหงุดหงิดง่าย
ฮอร์โมนทำงานผิดปกติ ส่งผลต่อความอยากอาหารและน้ำหนักตัวอย่างไร?
หากฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและการเผาผลาญ เช่น อินซูลิน, เลปติน และ เกรลิน เกิดการทำงานที่ผิดปกติ จะส่งผลให้สัญญาณความหิว ความอิ่ม และการจัดการน้ำตาลในเลือดบกพร่อง ทำให้เกิดความอยากอาหารที่ผิดปกติ และส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างผิดปกติได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน