สหรัฐฯ ยกเลิกสิทธิยกเว้นภาษีพัสดุนำเข้า ต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ มีผล 30 ส.ค. นี้!! หลังใช้มาตรการดังกล่าวมายาวนานกว่า 80 ปี
(29 ส.ค. 68) สหรัฐฯ ประกาศยกเลิกการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับพัสดุมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ มีผลตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคมนี้ หลังใช้นโยบายมานานกว่า 80 ปี โดยในช่วงเปลี่ยนผ่าน 6 เดือนแรก ผู้ให้บริการไปรษณีย์ต่างประเทศสามารถเลือกจ่ายภาษีแบบเหมาจ่าย 80–200 ดอลลาร์ต่อพัสดุ ขึ้นอยู่กับประเทศต้นทาง ก่อนที่จะต้องเก็บภาษีตามมูลค่าจริงทั้งหมดตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป
ทำเนียบขาวระบุว่า การยกเลิกช่องโหว่นี้จะช่วยป้องกันการลักลอบนำเข้ายาเสพติด เช่น เฟนทานิล และเพิ่มรายได้จากภาษีศุลกากรอีกกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดย ปีเตอร์ นาวาร์โร (Peter Navarro) ที่ปรึกษาด้านการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่านี่คือ “การเปลี่ยนแปลงถาวร” และไม่เปิดทางให้ประเทศคู่ค้ารายใดกลับมาได้สิทธิยกเว้นอีก
ที่ผ่านมาพัสดุนำเข้าภายใต้นโยบาย de minimis เพิ่มจาก 139 ล้านชิ้นในปีงบประมาณ 2015 เป็นกว่า 1.36 พันล้านชิ้นในปี 2024 ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจากจีน ซึ่งได้รับความนิยมสูงจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shein และ Temu ที่ส่งตรงถึงผู้บริโภคโดยไม่ต้องเสียภาษีเต็มจำนวน
สำหรับอัตราใหม่ พัสดุจากประเทศที่สหรัฐฯ เก็บภาษีต่ำกว่า 16% เช่น สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป จะถูกเก็บ 80 ดอลลาร์ต่อชิ้น ประเทศที่อยู่ระหว่าง 16–25% เช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม เสีย 160 ดอลลาร์ ส่วนประเทศที่เกิน 25% เช่น จีน บราซิล อินเดีย และแคนาดา จะเสียสูงสุด 200 ดอลลาร์ต่อชิ้น ขณะที่ผู้ให้บริการขนส่งรายใหญ่ทั้ง FedEx, UPS และ DHL ต้องดำเนินการเก็บภาษีและจัดการเอกสารแทนผู้นำเข้าเต็มรูปแบบ