หุ้นไทยภาคเช้าปิดลบ 4.92 จุด รอความชัดเจนคดีคลิปเสียงบ่ายนี้
หุ้นไทยภาคเช้า วันที่ 29 ส.ค. ปิดที่ 1,245.17 จุด ลดลง 4.92 จุด มูลค่าซื้อขาย 18,875 ล้านบาท ชะลอตัวรอความชัดเจนคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญคดีคลิปเสียงนายกฯ โดยมีแรงขายทำกำไรในหลายกลุ่ม ขณะที่กลุ่มธนาคารปรับขึ้นจากการประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดช่วงเช้าวันนี้ 29 สิงหาคม ที่ระดับ 1,245.17 จุด ลดลง 4.92 จุด (-0.39%) มูลค่าซื้อขายราว 18,875 ล้านบาท
ช่วงเช้ามีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 4 หลักทรัพย์ 4 รายการ พบ SKR มีมูลค่าสูงสุด 6.02 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 8.60 บาท
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดัชนีชะลอตัวนักลงทุนรอคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญคดีคลิปเสียงสนทนาปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่าง น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้ดัชนีมีความผันผวน ประกอบกับมีแรงขายทำกำไรในหลายกลุ่ม อย่างไรก็ตามหุ้นธนาคาร ปรับตัวขึ้นวันนี้จากการประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล
แนวโน้มช่วงบ่ายคาดดัชนีผันผวน ลุ้นคำตัดสินของศาลฯ โดยมองความเป็นไปได้ 3 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 ยกคำร้อง กรณีที่ 2 นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง และได้นายกฯใหม่จากพรรคร่วมที่มี และกรณีที่ 3 นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง และดึงพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งให้น้ำหนักไปที่กรณีที่ 1 กับกรณีที่ 3
อย่างไรก็ตามตลาดอาจมีความผันผวนระยะสั้น โดยเทียบกับการพิจารณาคดีของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ซึ่งหลังคำตัดสินมีความผันผวนแกว่งตัวสูงสุด-ต่ำสุดราว 20-30 จุด ซึ่งหากศาลตัดสินให้น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง อาจผันผวนมากเนื่องจากคะแนนเสียงฝั่งรัฐบาลปัจจุบันน้อยกว่า เมื่อเทียบกับรัฐบาลนายเศรษฐา
โดยให้กรอบแนวรับ 1,230 - 1,220 จุด และแนวต้าน 1,262 จุด