24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2568
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2568
>> ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
07.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เดินทางไปปฏิบัติภารกิจเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมี พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 หัวหน้าส่วนราชการ กำลังพล ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
โอกาสนี้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวกับกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับทราบ โดยทรงติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาตลอดมา ทรงมีความห่วงใยในการทำงาน ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเจ้าหน้าที่ ขอให้มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ
พร้อมกันนี้ องคมนตรีได้เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ณ ลานกิจกรรม กองกำลังสุรนารี มณฑลทหารบกที่ 25 จำนวน 250 ชุด
>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ในชุมชนใกล้เคียงวัดหนองแขม มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวก อาสาฯ นำส่ง รพ.
08.45 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนตลาดหนองแขม ใกล้เคียงวัดหนองแขม ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้ห้องครัวเสียหายทั้งหมด และลุกลามห้องนอนเสียหายบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 25 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก แก๊สหุงต้มรั่วไหล ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 63 ปี มีอาการถูกไฟลวกบริเวณแขนทั้ง 2 ข้าง อาสาสมัครในพื้นที่นำส่งโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองแขม
>> คุมตัว 176 นักพนัน บ่อนดอนเมือง ส่งฟ้องศาล ผบก.น.2 ลั่นขยายผลเส้นทางเงิน ชง ปปง.อายัดทรัพย์
09.00 น. พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีลักลอบเล่นการพนัน จำนวน 176 คน ส่งฟ้องศาลแขวงดอนเมือง ภายหลังฝ่ายปกครองร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกทลายบ่อนอำนวย เกียรติดอนเมือง หรือที่นักพนันรู้จักในชื่อ “บ่อนป๋านวย” ภายในซอยสรงประภา 1 โดยใช้รถบัสเอกชน 3 คัน เคลื่อนย้ายผู้ต้องหาจำนวนมากไปยังศาลฯ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาและเครือข่าย หากพบว่ามีการหมุนเวียนเงินเกินกว่า 5 ล้านบาท จะเสนอให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าดำเนินการอายัดทรัพย์เพื่อป้องกันการโยกย้ายหรือซุกซ่อนทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิด พร้อมสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อตามล่าตัวนายอำนวย เจ้าของบ่อน ซึ่งมีหมายจับติดตัวรวม 11 หมาย โดยมีแนวทางจะออกประกาศสืบจับและตั้งเงินรางวัลนำจับแก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถนำไปสู่การจับกุม
สำหรับบ่อนป๋านวยแห่งนี้ จากข้อมูลพบว่าตั้งแต่ปี 2566–2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง เคยขอหมายค้นรวม 14 ครั้ง สามารถจับกุมนักพนันได้ 5 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.พ.68 จับได้ 29 ราย พร้อมของกลาง และล่าสุดเมื่อ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจเข้าบุกทลาย จับกุมนักพนันได้ 176 ราย แต่ยังไม่พบตัวเจ้าของบ่อน คาดว่าหลบหนีไปกบดานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
>> ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามล่านำเงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย ได้อีก 5 ราย กว่า 2 ล้านบาท
11.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ผบ.ศกค.) มอบหมายให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.)/ที่ปรึกษา ศกค. แถลงผลการปฏิบัติของ “Warroom IAC” ในการกวาดล้างเครือข่าย ระงับบัญชี ติดตามเงินคืนผู้เสียหาย ตามปฏิบัติการ “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน”
ในการปฏิบัติการของ “Warroom IAC” จะบูรณาการทำงานกับหลายภาคส่วนในการเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การดำเนินการเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ภายใน 3 เดือน พบว่าตั้งแต่เปิด “Warroom IAC” วันที่ 4 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มีการปราบปรามเห็นผลชัดเจนขึ้น และสามารถอายัดเงินของผู้เสียหายทั้งบัญชีธนาคารและคริปโตเคอเรนซี ได้รวดเร็วขึ้นและมากขึ้นตามลำดับ โดยตั้งแต่วันที่ 4 - 28 สิงหาคม 2568 มีจำนวนเคสที่นำเข้าวอร์รูม 426 เคส มูลค่าความเสียหายรวม 225,093,192 บาท จากการดำเนินการของวอร์รูม สามารถอายัดได้ 201 เคส มูลค่าทรัพย์สินที่อายัดได้ 75,246,769 บาท นอกจากนี้ ยังพบเคสที่ถอนเงินสด 170 เคส มูลค่าเงินสดที่ถูกถอนรวม 92,145,130 บาท
ทั้งนี้ จากการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยต่างๆ เพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับธนาคารและสถาบันการเงินทุกแห่ง ทำให้ “Warroom IAC” สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงิน และอายัดเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถติดตามนำคืนให้แก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนในโครงการ “MONEY CASH BACK” ไปแล้วหลายครั้ง รวมจำนวนเงินกว่า 234 ล้านบาท และล่าสุดสามารถติดตามเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงินเพิ่มเติมได้อีก จำนวน 5 ราย จำนวน 2,058,920 บาท เพื่อนำคืนให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 5 ราย
>> คนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาส วัดนามะตูม จ.ชลบุรี กวาดทองคำ-เงินสดนับล้าน
12.50 น. ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี รายงานว่า จากกรณีรายงานข่าวของวานนี้ เจ้าอาวาสวัดนามะตูม ต.นามะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ว่าถูกคนร้ายงัดกุฏิแล้วได้ทองไปประมาณ 100 บาท เงินสดกว่าล้านบาท ตามที่ข่าวนำเสนอไป
ล่าสุด ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ติดตามโจรที่ก่อเหตุ ทราบต่อมาเป็นสาวประเภท 2 ตามที่ปรากฏภาพหลักฐานในวงจรปิด โดยตามจับกุมได้ที่ จ.สุรินทร์ ยึดของกลางทองคำ เงินสด กลับคืนมาได้บางส่วน ผู้ก่อเหตุสารภาพนำทองคำไปขายแล้วบางส่วน ตำรวจอยู่ระหว่างสอบขยายผลตามของกลางทั้งหมดกลับคืน
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ทองคำและเงินที่ถูกโจรเอาไป ชาวบ้านได้ร่วมกันบริจาคเพื่อใช้ในงานเททองหล่อพระสมเด็จปฐม และพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ซึ่งจัดขึ้นที่วัดนามะตูม ซึ่งการหล่อองค์พระดังกล่าว เสร็จไปแล้ว 1 องค์ ยังเหลืออีก 27 องค์
อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตำรวจ สภ.พนัสนิคม จะสอบสวนขยายผล ติดตามของกลางกลับคืน และดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุต่อไป
>> เด็กหญิง 3 ขวบ ถูกพี่เลี้ยงโหด เตารีดนาบทั้งตัว ซี่โครงหัก “ปวีณา” พายายร้องเอาผิด
14.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พายายของ ด.ญ.วัย 3 ขวบ เข้าแจ้งความที่ สน.ปทุมวัน หลังถูก น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ซึ่งรับจ้างเลี้ยงเด็ก ทำร้ายอย่างทารุณ ทั้งทุบตี หยิก จิก ใช้เตารีดนาบทั่วร่าง จนกระดูกซี่โครงหัก ต้องรักษาในห้อง ICU
ยายเล่าว่า พ่อแม่เด็กแยกทางกัน ตนเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด ก่อนฝากให้ผู้ก่อเหตุเลี้ยงตั้งแต่ เม.ย. ที่ผ่านมา โดยจ่ายเดือนละ 4,500 บาท แรก ๆ เด็กยังร่าเริง แต่ต่อมาเริ่มมีร่องรอยบาดเจ็บ กระทั่งญาติของ น.ส.เอ พบถูกซ่อนในห้อง สภาพเต็มไปด้วยบาดแผลเก่า-ใหม่และผ้าก๊อซพันทั้งตัว แพทย์ยืนยันต้องล้างเนื้อตายออกหลายจุดและดูแลใกล้ชิด
ขณะนี้ผู้ก่อเหตุหลบหนีไปพร้อมแฟน โดยอ้างทำเพราะเครียดและเด็กดื้อ “ปวีณา” ย้ำจะติดตามคดีให้ถึงที่สุด พร้อมช่วยเหลือการรักษาและเยียวยาสภาพจิตใจเด็กจนกว่าจะกลับมาเป็นปกติ
>> ผบ.ตร. เดินหน้าทำงานต่อ ท่ามกลางกระแสข่าวลือปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว
14.20 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าท่ามกลางกระแสการเมืองภายในองค์กรตำรวจ ที่โยงไปถึงข่าวลือการถูกสั่งให้ไปช่วยราชการ จากปัญหาโผแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ล่าสุด แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยืนยันว่า ผบ.ตร.ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ปล่อยให้ข่าวลือมาสั่นคลอนการทำงาน
ทั้งนี้ ตั้งแต่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เดินหน้าสนองนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด ที่สามารถสกัดกั้นและทลายเครือข่ายรายใหญ่ต่อเนื่องหลายคดี ล่าสุดขับเคลื่อนปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด เพื่อกวาดล้างผู้ค้ารายย่อยถือเป็นการตัดวงจรภัยร้ายแรงที่กัดกร่อนสังคมไทยมายาวนาน
อีกด้านหนึ่ง คือ การจัดการภัยคุกคามไซเบอร์ ที่ถูกหยิบยกเป็นวาระแห่งชาติ ตำรวจภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ สามารถปิดกั้นเส้นทางอาชญากรรมออนไลน์จำนวนมาก ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนที่เผชิญการหลอกลวงบนโลกดิจิทัล
นอกจากงานด้านความมั่นคงแล้ว สิ่งที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ การดูแลสวัสดิการตำรวจทั่วประเทศกว่า 2 แสนนาย ทั้งการผลักดันเพิ่มเงินตอบแทน การปรับปรุงบ้านพัก และการจัดสรรทุนการศึกษาแก่บุตรหลาน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นคงให้ครอบครัวตำรวจในระยะยาว
>> กทม. กวาดแผงค้าบนสกายวอล์กห้าแยกลาดพร้าว เจอ จับ-ปรับ-ยึด ยันทางสัญจรต้องไร้แผง
15.59 น. นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณี ที่ว่าพบผู้ค้าเปิดแผงขายของและมูลนิธิเปิดรับบริจาคบนสกายวอล์กห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟใต้ดิน โดยมีผู้ค้าบางรายข่มขู่ห้ามถ่ายภาพ อ้างว่าจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่เทศกิจแล้ว
จากประเด็นดังกล่าว สำนักงานเขตจตุจักรได้เข้าตรวจสอบและยืนยันว่า การกล่าวอ้างว่ามีการจ่ายเงินให้เทศกิจนั้น ‘ไม่เป็นความจริง’ และเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 68 เจ้าหน้าที่เทศกิจได้ดำเนินการตรวจตรา กวดขัน และยึดอายัดสินค้าจากผู้ฝ่าฝืนจำนวน 5 ราย พร้อมดำเนินการปรับเป็นพินัยในอัตราโทษสูงสุด 2,000 บาททุกราย นอกจากนี้ เขตจตุจักรยังได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจตรึงกำลังเฝ้าระวังและเพิ่มวงรอบการตรวจตราบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน
“ห้าแยกลาดพร้าวเป็นจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะและย่านกิจกรรมที่มีความหนาแน่นสูง การลักลอบจำหน่ายสินค้าบนสกายวอล์ก ก่อให้เกิดการกีดขวางทางเดินและส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชน กทม. ไม่นิ่งนอนใจ ได้เร่งคืนพื้นที่ทางสัญจร พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศกิจจัดชุดตรวจตราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สกายวอล์กเป็นพื้นที่ที่สะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน” โฆษก กทม. กล่าว
>> "แพทองธาร" แถลงน้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ย้ำบริสุทธิ์ใจ ตั้งใจทำเพื่อประเทศ
17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินพ้นจากตำแหน่ง โดยระบุว่า ด้วยความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม น้อมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ตั้งใจอย่างแท้จริง ที่จะทำเพื่อประเทศตลอดมา ไม่ว่าบทสนทนา ไม่ได้ขออะไรเพื่อประโยชน์ของตัวเอง สิ่งสำคัญที่สุด ที่ยึดมั่นคือ ชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าทหาร พลเรือน ตั้งใจจริงๆ ที่มุ่งมั่นจะทำอย่างไรรักษาชีวิตเขาเหล่านั้น คลิปก่อนการปะทะที่รุนแรงก่อน 24 กรกฎาคม ขอยืนยันเพราะเป็นเรื่องตั้งใจจะสื่อสารจริงๆ
คำตัดสินของศาล เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่า ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชนทุกคน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็งให้ได้ ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนฉับพลันเช่นนี้อีก
ตนเอง ขอบพระคุณ พี่น้องประชาชนทุกท่านให้โอกาสทำงานเกือบ 1 ปีเต็ม ภาคภูมิใจทำเพื่อประเทศชาติ นำประสบการณ์พัฒนาประเทศชาติ ให้ประเทศไทยเราเต็มไปด้วยโอกาส อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต่อจากนี้ จะนำโอกาสกลับมาให้ประชาชนให้ได้ เพราะการที่ประชาชนลืมตาอ้าปาก กินดีอยู่ดี เป็นพื้นฐานสำคัญในการเป็นประเทศที่เข้มแข็ง
>> พรรคประชาชน แถลงไม่ร่วมรัฐบาล แต่พร้อมโหวตนายกฯ หากยอมรับ 3 เงื่อนไข
17.58 น. พรรคประชาชน แถลงจุดยืนหลังศาล รธน.วินิจฉัยสิ้นสุดความเป็นนายกฯ ของ “แพทองธาร ชินวัตร” ย้ำไม่ร่วมรัฐบาลแต่พร้อมโหวตนายกฯ คนใหม่ หากยอมรับ 3 เงื่อนไขหลัก คือ ยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังแถลงนโยบาย, ทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดย สสร. เลือกตั้ง, และ ไม่ให้สมาชิกพรรคเข้าร่วม ครม. โดยยืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านถ่วงดุลต่อไป
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ระบุว่า ภารกิจสำคัญคือ “ผ่าทางตัน” การเมืองเพื่อให้ประเทศเดินหน้า ย้ำพร้อมเลือกตั้งใหม่ทุกเมื่อ ไม่กังวลได้เปรียบหรือเสียเปรียบ และยังไม่มีพรรคใดติดต่ออย่างเป็นทางการ หากรัฐบาลเสียงข้างน้อยต้องการเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชน ต้องยอมรับ 3 เงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้น
>> รถรับส่งนักนักศึกษา ม.การกีฬาฯ วิทยาเขตศรีสะเกษ ชนกับรถบรรทุกน้ำมัน มีทั้งผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย
20.13 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน เกิดอุบัติเหตุ รถ6 ล้อ รับ-ส่งนักกีฬาของ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตศรีสะเกษ เฉี่ยวชนกับรถเทรลเลอร์ บรรทุกน้ำมัน มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณแยกป่าสัก บ้านป่าสัก ม.6 ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก
ที่เกิดเหตุ รถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ศรีสะเกษ เป็นรถรับส่งนักศึกษา ลักษณะพลิกตะแคง สภาพหน้ารถพังเสียหาย ห่างออกไป พบรถเทรลเลอร์บรรทุกน้ำมัน ลักษณะเสียหลักพุ่งลงข้างทาง
ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต 1 รายในที่เกิดเหตุ คือ ชายไทย อายุ 19 ปี เป็นนักศึกษาของ มหาวิทยาลัย การกีฬาฯ ศรีสะเกษ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมด 9 ราย โดยเป็นนักศึกษา 7 ราย อีก 2 ราย เป็นคนขับรถ 6 ล้อ และคนขับรถเทรลเลอร์ ป้ายทะเบียน พิษณุโลก ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยพิษณุโลก และ อบต.ใกล้เคียง เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุนำส่ง รพ.บางระกำ อย่างเร่งด่วน
และได้รับแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ที่ รพ.บางระกำ คือ ชายไทย อายุ 59 ปี คนขับรถ 6 ล้อ ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา
>> คุณลุงวัย 63 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนประสานงากับกระบะ เสียชีวิตกลางถนนบางกรวย - ไทรน้อย
21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. บางใหญ่ รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์กระบะมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดวงเวียนการไฟฟ้าบางใหญ่ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ปากซอยบางเลน 15 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด ทะเบียนป้ายแดง สมุทรปราการ จอดค่อมเลนอยู่กลางถนน ห่างไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ADV สีเทา-ดำ ทะเบียน กทม. ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหายยับเยิน และใกล้กัน พบร่างของ ชายไทย อายุ 63 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่กลางถนน
ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้พบว่านายธีรยุทธ ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากทางการไฟฟ้าบางใหญ่เก่าเมื่อมาถึงวงเวียนได้เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าแยกบางพลูแต่รถลักษณะหลุดโค้งข้ามมาในเลนของรถกระบะ ทำให้จยย.พุ่งชนประสานงากับรถกระบะอย่างแรง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำคนขับรถกระบะ รวมถึงคนที่เห็นเหตุการณ์ไว้ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป
>> ตำรวจ บช.ปส. ไล่จับหนุ่มวัย 34 ลอบขนยาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด หลังจนมุม ตัดสินแทงท้องตัวเองหวังหนีความผิด จ.นนทบุรี
21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีชายใช้อาวุธมีดทำร้ายตัวเองภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณตู้เติมน้ำมัน พบผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายออ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่ท้องเป็นแผลฉกรรจ์ อยู่ใกล้รถกระบะ สีเทา หมายเลขทะเบียน เชียงใหม่ หลังถูกเจ้าหน้าที่ บช.ปส. นำโดย พ.ต.อ มงคล ออมทรัพย์ บก.สกส.บช.ปส. ไล่ติดตามรถกระบะของนายออ ซึ่งขับหลบหนีการตรวจค้นจากด่านพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ มาจนถึงบริเวณปั๊ม ปตท. ในพื้นที่ ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ต่อมานายออ จอดรถเพื่อแวะเติมน้ำมัน ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมซึ่งติดตามมาได้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายที่ท้ายกระบะ ปรากฎว่าระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมายอยู่นั้น นายออ เดินมาตรงที่นั่งคนขับ และหยิบอาวุธมีดที่พกติดตัวมาแทงเข้าท้องตัวเองจนเป็นบาดแผลลึกฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่ ปส.เข้าแย่งอาวุธมีด พร้อมกับเร่งปฐมพยาบาลเพื่อให้ความช่วยเหลือ ก่อนเร่งนำตัวนายออ ซึ่งอยู่ในอาการสาหัสส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน
ผลจากการตรวจค้นรถกระบะคันดังกล่าว พบยาบ้าแอบซุกซ่อนในตะกร้าใส่ผลไม้ท้ายกระบะ จำนวน 2,092,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้อายัดยาเสพติดของกลางที่ตรวจยึดส่ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> หนุ่มวัย 29 ปีขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนแบริเออร์แล้วพลิกคว่ำ เสียชีวิตบนถนนวงแหวนเลี่ยงเมืองอุดรธานี
22.14 น. หน่วยกู้ภัยสว่างเมธาฯ รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนขอบทางแล้วพลิกคว่ำ และมีผู้เสียชีวิต ถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานี บริเวณทางกลับรถ ใกล้เคียงร้าน ทองมารถบ้าน ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุดรธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า NSR สีดำ ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ลักษณะชนแบริเออร์แล้วพลิกคว่ำ ใกล้กันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯนำศพผู้lสียชีวิตเก็บรักษาที่โรงพยาบาลอุดรธานี สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี