‘ซีพีเอฟ’ ร่วมชุมชน ‘รักษ์ลำน้ำมูล’ เส้นทางดูแลธรรมชาติ
"รักษ์ลำน้ำมูล" เส้นทางแห่งการดูแลธรรมชาติ ซีพีเอฟร่วมชุมชน สืบสานความอุดมสมบูรณ์จากรุ่นสู่รุ่น
อุทยานแห่งชาติทับลาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา วันนี้คึกคักเป็นพิเศษ มีเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ คลอไปกับเสียงนกในป่าทับลาน ที่ได้ต้อนรับผู้คนที่มีจิตใจ "รักธรรมชาติ" ที่มารวมตัวกันทำกิจกรรมดี ๆ เพื่ออนุรักษ์ และฟื้นฟู "ลำน้ำมูล" แม่น้ำสายหลักของภาคอีสาน ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนหลายจังหวัด ไล่ตั้งแต่นครราชสีมา สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ไปจนถึงศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
การดูแลลำน้ำสายนี้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน เพื่อส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ไปยังรุ่นลูกหลาน
นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี กล่าวว่า การปลูกจิตสำนึก ให้ประชาชนเห็นคุณค่า และร่วมกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คือรากฐานสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ
ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา โครงการรักษ์ลำน้ำมูลของซีพีเอฟ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และชุมชน ช่วยฟื้นฟูป่า และระบบนิเวศ อนุรักษ์แหล่งน้ำ สร้างจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพราะลำน้ำมูลไม่ใช่เพียงแหล่งน้ำ แต่คือสายใยชีวิตของพี่น้องชาวโคราช
"โครงการรักษ์ลำน้ำมูล" เกิดจากความร่วมมือที่ยาวนานกว่า 16 ปี ที่ซีพีเอฟ โดยโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ นครราชสีมา ริเริ่มขึ้น และตลอดระยะทางมีภาครัฐ และชุมชน เป็นพลังสำคัญในความสำเร็จ
กิจกรรมล่าสุด เป็นการปลูกต้นไม้ 2,000 ต้น และปล่อยพันธุ์ปลาพื้นถิ่นกว่า 85,000 ตัว ลงเขื่อนมูลบน ทั้งปลาตะเพียน ยี่สก ปลาหมอ และปลาสร้อยขาว เพื่อฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
หนึ่งเสียงเยาวชน ที่สะท้อนความภูมิใจมาจาก "น้องฝ้าย" เด็กหญิงอัญชิสา ช่วยชุม โรงเรียนจอมทองวิทยา บอกเล่าด้วยรอยยิ้มว่า ชอบมากที่ได้มาปลูกป่ากับเพื่อน ๆ
"เราได้มีส่วนช่วย ทำให้บ้านของเราได้มีป่าที่สมบูรณ์ขึ้น ได้รู้วิธีปลูกต้นไม้ที่ถูกต้องจากพี่ ๆ ผู้เชี่ยวชาญของซีพีเอฟ รวมถึงได้ปล่อยปลา อยากชวนทุกคนมาทำกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ด้วยกัน เพราะทั้งสนุก และได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์"
ขณะที่นายอภิศักดิ์ สุขประเสริฐ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า การเข้ามาของซีพีเอฟช่วยเติมเต็มในสิ่งที่พื้นที่ยังขาด ทั้งการปลูกป่า บำรุงรักษาป่า และปล่อยปลาเพิ่มแหล่งอาหารให้กับชุมชน
"ที่ผ่านมาเราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากป่าที่เคยแห้งแล้ง เป็นป่าเสื่อมโทรม กว่า 100 ไร่ กลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง ปลาก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้ชาวบ้านสามารถจับมาบริโภคได้ตลอดทั้งปี"
"รักษ์ลำน้ำมูล" ไม่ได้สร้างแค่ป่า และปลา แต่ยังสร้างพลังร่วมของรัฐ เอกชน และชุมชน ที่ช่วยกันดูแลแม่น้ำสายชีวิตนี้ให้อุดมสมบูรณ์
หลักปรัชญา "3 ประโยชน์" ของเครือซีพี คือ "ประโยชน์ต่อประเทศ ประโยชน์ต่อประชาชน ประโยชน์ต่อบริษัท" โดยเฉพาะประโยชน์ต่อประเทศชาติ และต่อประชาชน จึงถูกถ่ายทอดผ่านพื้นที่จริง ที่จะกลายเป็นทั้งผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นครัวธรรมชาติ เป็นห้องเรียนกลางแจ้ง และผลักดันสู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชนไปพร้อมกัน
นอกจากกิจกรรมแ-ปล่อยปลาแล้ว ซีพีเอฟยังต่อยอดความร่วมมือด้วย "โครงการนักสืบสายน้ำ" ปีที่ 13 ถ่ายทอดความรู้ให้เยาวชนในท้องถิ่น ได้เรียนรู้การตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดูแลลำน้ำ และความสำคัญของป่าต้นน้ำ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่หัวใจรักสิ่งแวดล้อม ร่วมสร้างป่าต้นน้ำให้คงอยู่อย่างยั่งยืน จนถึงปัจจุบันมีน้องๆ เยาวชนร่วมเป็นนักสืบสายน้ำแล้วกว่า 2,500 คน
16 ปีแห่งความต่อเนื่องของ "โครงการรักษ์ลำน้ำมูล" ไม่เพียงฟื้นฟูระบบนิเวศ แต่ยังสร้างความสามัคคี ความรู้สึกเป็นเจ้าของ และความภูมิใจร่วมกันของทุกภาคส่วน
โครงการนี้จึงเป็น "การปลูกฝังหัวใจ" ของผู้คนให้เติบโตไปพร้อมความรัก และความหวงแหนในธรรมชาติ ที่สุดแล้ว นี่คือ "ความดีที่ส่งต่อได้" จากรุ่นสู่รุ่น และตราบใดที่สายน้ำยังไหล ลำน้ำมูลก็จะบอกเล่าเรื่องราวของความร่วมมือ ความรัก และความดีที่ไม่รู้จบ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ซีพีเอฟ' สร้างเครือข่ายเยาวชนร่วมดูแลลำน้ำมูลยั่งยืน 'โครงการนักสืบสายน้ำ' ปีที่ 12
- 'ซีพีเอฟ' จัดโครงการ 'ปันรู้ ปลูกรักษ์' เปิดห้องเรียนธรรมชาติ ปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ปกป้องสิ่งแวดล้อม
- 'ซีพีเอฟ'ประกาศความสำเร็จโครงการ 'SME' ดันพันธิมิตร ร่วมเติบโตอย่างยั่งยืน
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg