‘กัณวีร์’ ยืนยัน 1 เสียงในสภายังมีความหมาย ขอเลือกผู้นำที่ยึดมั่นหลักประชาธิปไตย
เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “กัณวีร์ สืบแสง” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ได้ออกมาโพสต์แสดงจุดยืนชัดเจนต่อการเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ลงแฟนเพจ "กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang" พร้อมลั่นสำหรับผมคนเดียว เสียงเดียว พรรคเดียว คงไม่มีพลังจะไปมีอิทธิพลอะไรกับใคร แต่ขอใช้พื้นที่ตรงนี้เน้นย้ำจุดยืนทางการเมืองที่ไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่วันแรกที่ได้เป็น สส. ว่าการเมืองต้องตรงไปตรงมา ไม่บิดไม่เบี้ยว
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า"1 เสียงของผม ที่ดูไม่มีอิทธิพลใดๆ กับการเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย จะขอเลือกผู้ที่สามารถให้คำมั่นได้ใน 2 เรื่อง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามการประเมินและคาดการณ์ ว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากรณีที่เป็นปฐมบทการเผชิญหน้า และการปะทะด้วยกำลังทหารระหว่างไทย-กัมพูชา จนทำให้มีการสูญเสียทั้งชีวิต บาดเจ็บ ทรัพย์สินพังทลาย การผลัดถิ่น และบาดแผลทางจิตใจของพี่น้องทั้งสองประเทศ"
"จบไปหนึ่งเรื่อง แต่สิ่งสำคัญเร่งด่วนเฉพาะหน้าของไทย คือ การเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่จะมาจัดตั้ง ครม.ชุดใหม่ เป็นไปตามความเป็นจริงทางการเมืองไทย คือ ความพยายามรวมเสียงให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ให้เกินกึ่งหนึ่งไปหลายๆ เสียง เพื่อให้เกิดเสถียรภาพในการบริหารจัดการต่อไป ที่เห็นๆ ว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ พรรคเพื่อไทย และภูมิใจไทย แคนดิเดต มีทั้ง 2 พรรค ศักยภาพในการรวมเสียงมีทั้ง 2 พรรค ซึ่งก็คงเป็นการต่อสู้ช่วงชิงจำนวน สส. ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้โดยเร็ว"
อีกทั้ง "สำหรับผมคนเดียว เสียงเดียว พรรคเดียว คงไม่มีพลังจะไปมีอิทธิพลอะไรกับใคร แต่ขอใช้พื้นที่ตรงนี้เน้นย้ำจุดยืนทางการเมืองที่ไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่วันแรกที่ได้เป็น สส. ว่าการเมืองต้องตรงไปตรงมา ไม่บิดไม่เบี้ยว เพราะหากเป็นนักการเมืองแล้วบิดไปเบี้ยวมา อย่ามาเป็นเลยครับผู้รับใช้ประชาชน สำหรับผม พรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรม ในการเป็นผู้นำในการบริหารจัดการประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะนโยบายที่ล้มเหลว อาทิ ดิจิทัลวอลเล็ต ความพยายามผลักดัน Entertainment Complex การแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ที่ผิดพลาด การจัดการปัญหาชายแดนที่ไร้ประสิทธิภาพ ทำให้ไทยต้องสุ่มเสี่ยงจากผลกระทบต่อผลประโยชน์แห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา และนโยบายแบะงานการต่างประเทศ (การทูต) ที่แย่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา"
"ดังนั้น 1 เสียงอันน้อยนิดของผม จะมอบให้กับผู้ที่จะถูกเสนอรายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่สามารถยึดมั่นในการจัดการเรื่องสำคัญเร่งด่วน 2 เรื่อง เรื่องแรก จุดยืนเดียวกับพรรคประชาชน คือ เรื่องที่ต้องยืนยันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว โดยการออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 และมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง และต้องยุบสภาในเวลาอันชอบโดยเร่งด่วน และมอบอำนาจกลับไปให้พี่น้องประชาชนเพื่อเลือกคนที่จะมารับใช้ประเทศนี้โดยเร็ว"
"เรื่องที่สอง คือ คนที่สามารถมีวิสัยทัศน์ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีแผนระยะเฉพาะหน้า กลางและยาว และคนที่สามารถสถาปนาจุดยืนทางการทูตเชิงรุกของไทยที่จะนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน และเรียกศรัทธาของพี่น้องประชาชนคนไทยกลับคืนมาได้อย่างชอบธรรม และให้สามารถทำให้ประชาคมโลกเชื่อมั่นกับจุดยืนทางการทูตของไทยที่จะมุ่งหวังไปสู่สันติภาพ และการพัฒนาแบบยั่งยืนของทั้งสองประเทศ และของภูมิภาคที่ไทยพร้อมแสดงบทบาทการเป็นผู้นำ คนที่จะไม่ทำให้บาดแผลที่มีอยู่ขยายกว้างขึ้นไปอีกระหว่างไทยและกัมพูชา ด้วยการกระทำหรือการไม่กระทำใดๆ เหมือนรัฐบาลของแพทองธาร ชินวัตร ที่ผ่านมา"
อย่างไรก็ตาม "เสียง 1 เดียวที่ไม่ค่อยมีผลอะไรมากนักกับการจะเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย แต่เป็นเสียงที่มั่นคงทางการเมือง จะยกให้กับผู้ที่สามารถเสนอทางออกให้กับเรื่อง 2 เรื่องนี้ครับ เพิ่มเติมนิดนะครับ ตอนให้สัมภาษณ์รายการ คนดังนั่งเคลียร์ ช่อง 8 และน้องๆ นักข่าวถามกันมาว่าถ้าจะให้เลือกระหว่าง คุณชัยเกษม กับ คุณอนุทิน พี่นลจะโหวตให้ใครเป็นนายกฯ ผมตอบไปว่า คงเป็นคุณอนุทินครับ เพราะพรรคเพื่อไทย สำหรับผมหมดความชอบธรรมไปแล้ว สู้ครับประเทศไทย"
ขอบคุณข้อมูล :กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang