THBA เจาะเทรนด์รับสร้างบ้าน ก้าวสู่ยุคแห่งการสร้างคุณค่า-แข่งคุณภาพ
ไตรมาส 3/68 อัตตา หิ อัตโน นาโถ นักธุรกิจทั้งหลาย ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
ล่าสุดมีรายงานจานร้อนหัวข้อ “พฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางการปรับตัวของธุรกิจรับสร้างบ้าน” โดยสมาคมไทยหรือ THBA-Thai Home Builders Association ที่มีสมาชิกบริษัทรับสร้างบ้านในพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นหลัก
จุดเน้นอยู่ที่พฤติกรรมผู้บริโภครับสร้างบ้าน มีการเปลี่ยนผ่านจากปัจจัยที่ขับเคลื่อนด้วย “ราคาและงบประมาณ” ไปสู่การให้ความสำคัญกับ “ปัจจัยเชิงคุณค่าและความมั่นคง” ในระยะยาวอย่างชัดเจน
สังคมไทยครอบครัวเดี่ยวพุ่ง 53%
โดย “นิรัญ โพธิ์ศรี” นายกสมาคม THBA ระบุว่า ตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศกำลังเผชิญภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ มูลค่าตลาดรวมปี 2568 คาดว่าปรับตัวลดลงจาก 130,000 ล้านบาท ในปี 2567 เหลือ 110,000-120,000 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดรับสร้างบ้าน โดยบริษัทรับสร้างบ้านคาดว่าลดลงจาก 18,000 ล้านบาท ในปี 2567 เหลือ 14,000 ล้านบาท หรือลดลง -22% นับเป็นการหดตัวแรงที่สุดอีกครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา
สาเหตุจากปัจจัยกดดันรุมเร้า เศรษฐกิจตกต่ำ หนี้ครัวเรือนระดับสูง แบงก์เข้มงวดปล่อยสินเชื่อ สงครามชายแดน กระทบต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อผู้บริโภค โดยเฉพาะดีมานด์สร้างบ้านไม่เกิน 2 ล้านบาท กับราคาเกิน 10 ล้านบาท พบการหดตัวมากสุด โดยดีมานด์ไม่ได้หายไปไหน แต่ลูกค้าชะลอการตัดสินใจสร้างบ้านออกไปก่อน
THBA พบด้วยว่าโครงสร้างประชากรศาสตร์เปลี่ยนไป โดยสังคมไทยมีสัดส่วน “ครอบครัวเดี่ยว” มากถึง 53.65% ในปี 2565 “ครอบครัวขยาย” มีสัดส่วนเพียง 13.15% ในด้านขนาดครัวเรือนเฉลี่ยทั่วประเทศลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ 3.2 คน/ครัวเรือน แถมด้วยไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ มีผู้สูงอายุ 12.5 ล้านคน สวนทางกับอัตราการเกิดที่ติดลบนับตั้งแต่ปี 2564
ทั้งนี้ ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Y-Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล นิยมทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home แต่เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเศรษฐกิจมากที่สุด จากการเป็นกลุ่มที่กำลังสร้างตัว มีรายได้ยังไม่สูงมากนัก ผสมโรงกับราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น การปรับตัวส่วนใหญ่ทำได้โดยปรับลดวัสดุตกแต่ง ลดการออกแบบบางส่วนที่มีราคาแพงลง เลือกใช้วัสดุสำหรับงานโครงสร้างไว้ตามเดิม สะท้อนว่าเป็นสถานการณ์ที่ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย
เจน X-Y ใส่ใจโครงสร้างปลอดภัย
เจาะไส้ในผลศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า 1.งบประมาณสร้างบ้านกลุ่มหลักอยู่ที่ 2-5 ล้านบาท สัดส่วนเกิน 40% ไม่ต้องการใช้สินเชื่อแบงก์ อีก 32% ยังพึ่งสินเชื่อ
ในอดีตเมื่อปี 2560 ปัจจัยด้านราคาที่ระบุว่า “ราคาถูกกว่าซื้อบ้านจัดสรร” เป็นเหตุผลอันดับ 3 ที่ผู้บริโภคเลือกสร้างบ้านเอง แสดงว่าให้ความสำคัญกับต้นทุนในขณะนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการและแบรนด์กลับเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น โฟกัสลูกค้า Gen X-Gen Y
เรื่องใหม่จากผลกระทบแผ่นดินไหว สัดส่วน 90% ของผู้บริโภคต้องการเลือกแบรนด์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัย และใช้ผู้ประกอบการสร้างบ้านที่น่าเชื่อถือ และสัดส่วนมากกว่า 50% พร้อมจะเพิ่มงบประมาณสร้างบ้านใหม่ เพื่อยกระดับความปลอดภัยโครงสร้าง
ในด้านแบบบ้านสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ควรมีห้องนอนที่มีฟังก์ชั่นครบครัน มีห้องน้ำหลายห้องเพื่อลดความแออัด และมีพื้นที่ยืดหยุ่นที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามความต้องการ เช่น ห้องอเนกประสงค์เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกสร้างบ้านเองตั้งแต่แรก
เทรนด์บ้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เทรนด์บ้านยั่งยืนและประหยัดพลังงานได้รับความสนใจอย่างก้าวกระโดด สัดส่วน 90% ให้ความสำคัญกับบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 80% ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นจากความตระหนักต่อภาวะโลกร้อน (Climate Change) ความต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
โดยจุดโฟกัสบ้านประหยัดพลังงานที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมีดังนี้ 1.ออกแบบตามหลักสถาปัตยกรรม จัดวางตัวบ้านตามทิศทางลม-แสงแดด สร้างพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน ช่วยลดอุณหภูมิและลดการใช้พลังงานได้ 2.การใช้พลังงานทางเลือก ผู้บริโภคเกิน 50% ต้องการบ้านหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop)
3.การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในบ้าน เช่น อิฐมวลเบา, ฉนวนกันความร้อน (ฉนวนใยแก้ว, PU Foam, PE Foam), กระจกสะท้อนความร้อน, หลังคาเย็น (Cool Roof)
ปรับตัวรับเทรนด์บ้านผู้สูงวัย
ส่วนเทรนด์สังคมประชากรสูงวัย การออกแบบบ้านเน้นไปที่ความปลอดภัย ความสะดวกสบายของผู้สูงอายุเป็นหลัก ดังนี้
1.พื้นผิวกันลื่น เลือกใช้วัสดุปูพื้นที่มีผิวสัมผัสไม่ลื่น ไม่มีลวดลายมากเกินไปจนทำให้รู้สึกเวียนหัว 2.ทางลาดและพื้นเรียบ หลีกเลี่ยงการมีพื้นต่างระดับ หากจำเป็นต้องมี ควรทำทางลาดเชื่อมต่อเพื่อป้องกันการสะดุดล้ม 3.ราวจับ ควรติดตั้งราวจับตามบันได ทางเดิน และในห้องน้ำ เพื่อช่วยพยุงตัว
4.แสงสว่างและสวิตช์ไฟ ควรมีแสงสว่างที่เพียงพอและสม่ำเสมอทั่วทั้งบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่ใช้งานบ่อย ควรใช้สวิตช์ไฟขนาดใหญ่เรืองแสงในที่มืด 5.ห้องนอนและห้องน้ำควรจัดให้ห้องนอนผู้สูงวัยอยู่ชั้นล่างและมีห้องน้ำในตัว หรืออยู่ใกล้กับห้องน้ำมากที่สุด เพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิต
นอกจากนี้ เทรนด์การเพิ่มขึ้นของประชากรโสด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคลที่แตกต่างออกไปจากครอบครัวทั่วไป
THBA พบว่าผู้บริโภคจัดลำดับความสำคัญ ดังนี้ อันดับ 1 ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย (Trust & Safety) ของบริษัทรับสร้างบ้าน อันดับ 2 คุณภาพและความคุ้มค่าระยะยาว (Quality & Long-Term Value) อันดับ 3 พื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชั่นที่ยืดหยุ่น (Flexible Space & Functionality)
อันดับ 4 การบริหารงบประมาณ (Budget Management) เป็นปัจจัยสำคัญตลอดกาล อันดับ 5 การปรับแต่งตามความต้องการ (Personal Customization) เป็นสิ่งที่ทำให้การสร้างบ้านมีความหมาย และตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง
สู่ยุคแข่งขันสร้างคุณค่า-คุณภาพ
Key Person อีกราย “สิทธิพร สุวรรณสุต” กรรมการกิตติมศักดิ์ สมาคมไทยรับสร้างบ้านกล่าวเสริมว่า ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการรับสร้างบ้านควรปรับกลยุทธ์การแข่งขัน มาสู่การสร้างคุณค่าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ แทนการแข่งขันด้วยต้นทุนต่ำและราคาต่ำที่ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค 3 ด้าน ดังนี้
1.“การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ” 1.1 บ้านเพื่อความมั่นคง พัฒนาแบบบ้านและโซลูชั่นที่เน้นความแข็งแรง โครงสร้าง และมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่า ควรมีการสื่อสารที่ชัดเจนในเรื่องการรับประกัน และขั้นตอนการก่อสร้างที่เป็นมืออาชีพ 1.2 บ้านเพื่อความยั่งยืน นำเสนอบ้านประหยัดพลังงานให้เป็นจุดขายหลัก และ 1.3 บ้านสำหรับทุกช่วงวัย
2.กลยุทธ์การสื่อสารและการตลาด 2.1 สร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ สร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ และมีประวัติที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ การใช้ช่องทางดิจิทัลและโซเชียลมีเดียในการนำเสนอผลงานและรีวิวจากลูกค้า จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างดี 2.2 นำเสนอโซลูชั่นครบวงจร : บริการครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ เลือกวัสดุ ขอสินเชื่อ การก่อสร้าง และบริการหลังการขาย
3.โอกาส เริ่มจาก 3.1 เทรนด์ตลาดบ้านสำหรับผู้สูงอายุมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง 3.2 นำเสนอวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี Smart Home จะช่วยสร้างความแตกต่าง ดึงดูดลูกค้ากลุ่มที่ยินดีจ่ายเพื่อคุณค่าและนวัตกรรม 3.3 ความต้องการบ้านแนวราบในทำเลชานเมืองมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังยุคโควิด บวกกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนเปลี่ยนใจจากคอนโดมิเนียมในเมือง หันมาสนใจบ้านแนวราบมากขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : THBA เจาะเทรนด์รับสร้างบ้าน ก้าวสู่ยุคแห่งการสร้างคุณค่า-แข่งคุณภาพ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net