อสังหาฯไม่วิตกเปลี่ยนนายกฯ แนะดึงมืออาชีพสร้างความเชื่อมั่น
หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้สถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของผู้นำรัฐบาลสิ้นสุดลง ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ อนาคตของการเมืองไทยกำลังเดินเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ท่ามกลางคำถามว่า “จะกระทบเศรษฐกิจแค่ไหน?”อย่างไรก็ตาม สำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว เสียงสะท้อนกลับมาว่า “ไม่กังวล” หากทุกอย่างดำเนินไปตามกลไกรัฐธรรมนูญ
“ภาคเอกชนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ขอแค่กระบวนการเป็นไปตามกติกา” อิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ฯ
รัฐบาลเปลี่ยน แต่โครงการเดินต่อ
นายอิสระ กล่าวว่า แม้การเมืองมีความเปลี่ยนแปลง แต่ภาคอสังหาฯ ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะงบประมาณประจำปีและงบกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาไปแล้ว สิ่งที่เหลือคือ “การขับเคลื่อน” ในระดับปฏิบัติ
ในช่วงรอยต่อของการเลือกนายกฯ และตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ อาจมีการชะลอตัวบางมาตรการบ้าง แต่ภาพรวมยังสามารถเดินหน้าต่อได้ หากรัฐใหม่เร่งฟื้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
“รัฐบาลใหม่ควรวางกรอบการทำงานระยะสั้นที่ชัดเจน เร่งผลักดันงบประมาณและแก้ปัญหาชายแดน เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ”
ความเชื่อมั่น คือ “ทุน” สำคัญที่ต้องรีบฟื้น
ด้าน นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เห็นตรงกันว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง คือ “การฟื้นฟูความเชื่อมั่น” ในหมู่นักลงทุนและภาคประชาชน
“รัฐใหม่ควรเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการคลัง การเงิน และเศรษฐกิจ เข้ามาร่วมวางนโยบาย เพื่อเติมความมั่นใจในสายตานักลงทุน”
ชายแดน-จีดีพี คืองานเร่งด่วนที่ต้องลงมือทันที
นายสุนทร ชี้ว่า หากมีการเปลี่ยนนายกฯแล้ว หนึ่งในวาระเร่งด่วนควรเป็น “การแก้ปัญหาชายแดน” เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อบรรยากาศการลงทุนและความเชื่อมั่นในประเทศ แม้ผลกระทบอาจจำกัดในบางจังหวัด แต่ภาพใหญ่ส่งผลถึงทั้งประเทศ
ถัดมาคือการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อดัน จีดีพี กลับมา โดยอาศัยมาตรการการคลังและการส่งเสริมภาคเอกชนให้เดินหน้าต่อเนื่อง