จับตาฐานะคลัง เซ กู้ชดเชยพุ่ง 7.7 แสนล้าน สวนทางเก็บรายได้ 8 เดือนหลุดเป้า 1.2 หมื่นล้าน
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิช่วง 8 เดือนแรก ของปีงบประมาณ 68 (ต.ค.67-พ.ค.68) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 1.7 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 12,753 ล้านบาท หรือ 0.7% แต่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 28,834 ล้านบาท หรือ 1.7% โดยสาเหตุหลักมาจากการเก็บภาษีรถยนต์ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า ได้ต่ำกว่าเป้าหมาย
สำหรับเหตุผลส่วนหนึ่งเป็นผลจากการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่มีนิติบุคคลบางส่วนเปลี่ยนไปยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ (ภ.ง.ด. 50) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการยื่นช่วงต้นเดือน มิ.ย.68 อย่างไรก็ตาม การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจและการจัดเก็บรายได้ของส่วนราชการอื่นสูงกว่าประมาณการ ขณะช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 68 คลังจะติดตามและบริหารการจัดเก็บรายได้อย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐต่อไป
“ผลการจัดเก็บรายได้ครั้งนี้ ค่อนข้างน่าตกใจ เพราะเป็นเดือนแรกที่ 3 กรมภาษีเก็บรายได้หลุดเป้าทั้งหมด ทั้งกรมสรรพากร สรรพสามิต และศุลกากร โดยกรมสรรพากรจัดเก็บรายได้ 1.35 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 7,795 ล้านบาท ติดลบ 0.6% กรมสรรพสามิตทำได้ 354,770 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 41,992 ล้านบาท ลบ 10.6% และกรมศุลกากร จัดเก็บได้ 75,864 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 5,863 ล้านบาท ลบ 7.1%”
สำหรับฐานะการคลังของรัฐบาล ตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 68 มีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 1.64 ล้านล้านบาท ขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น 2.59 ล้านล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลแล้ว 777,123 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ระดับ 420,170 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน พ.ค.68 มีจำนวนทั้งสิ้น 338,541 ล้านบาท
ส่วนรายได้รัฐวิสหากิจทำได้ 130,395 ล้านบาท เกินเป้าหมาย 23,030 ล้านบาท หรือ 21.5% หน่วยงานราชการอื่น กับกรมธนารักษ์ จัดเก็บได้ 137,234 ล้านบาท เกินเป้า 17,060 ล้านบาท โดยสถานการณ์เช่นนี้ ถือว่าน่าเป็นห่วง เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจไทยจะเผชิญภาวะชะลอตัว จากปัจจัยการค้าโลก และความไม่แน่นอนทางการเมืองภายใน จนอาจทำให้รายได้ของรัฐทั้งปีมีโอกาสหลุดเป้าได้สูง และอาจมีผลต่อการปิดหีบงบประมาณประจำปี ซึ่งปีนี้กระทรวงการคลังไม่สามารถขยายกรอบการกู้เงินมาชดเชยขาดดุลเพิ่มได้แล้ว เนื่องจากเต็มเพดานที่ตั้งไว้