“หุ้นจีน” ไม่หวั่น “Trade War” กลายร่างสู่ “ตลาดกระทิง”... หนุน “กองหุ้นจีน” เขียวยกแผง ปีนี้บวกเฉลี่ย +18.52% ชู “เทคฯ จีน” เด่นสุด แนะ “ทยอยสะสม” คาด “กำไรโตดี-ราคายังไม่แพง” !!!
สาระ Fund วันละนิด: “หุ้นจีน” ปีนี้ยังเดินหน้าแบบไม่สน“Trade War” ที่สหรัฐยังคงออกมาส่งสัญญาณกดดันอย่างต่อเนื่อง
ปีนี้ “หุ้นจีน” กลายร่างสู่“ตลาดกระทิง” พุ่งทะยานไปข้างหน้ ตลาด “H-Share” +27.22% และ “HSI” +28.43% ตามลำดับ ในขณะที่ “A-Share” ก็ไม่น้อยหน้าตามมาติดๆ +14.81% ในขณะที่ราคาก็ยัง “ไม่แพง” ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ผ่านมา (ที่มา: Google Finance, วันที่ 27 ส.ค. 25)
หนุนให้กลุ่ม “กองหุ้นจีน” ปีนี้โชว์ผลงาน“สุดปัง” เขียวยกแผง ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +18.52% (ดีสุด +43.97%, แย่สุด +4.52%) (ที่มา: morningstarthailand.com)
ล่าสุด “Goldman Sachs” ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ“ตลาดหุ้นจีน” โดยได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี “CSI300” ช่วง 12 เดือนข้างหน้าขึ้นเป็น 4,900 จุด จากเดิม 4,500 จุด อีกด้วย
สำหรับ “กองหุ้นจีน” ที่มีผลงาน “ดีสุด-แย่สุด” ปีนี้ มีกองอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
“กองหุ้นจีน” พุ่งทะยานตามตลาด ปีนี้ “เขียวยกแผง” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +18.52%…“ UCI-SSF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +43.97% ส่วน “SCBCHAP” รั้งท้ายตาราง +4.52%
ภาพของ “ตลาดหุ้นจีน” ที่ฟื้นตัวอย่างร้อนแรงในปีนี้ ส่งผลให้ “กองหุ้นจีน” ทั้ง 122 กอง มีผลงานที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน โดยพลิกผลงานกลับมา “เขียวยกแผง” ทั้ง 100%
โดยกองที่มีผลงาน “ดีสุด” ทำผลตอบแทนได้ +43.97% ส่วนกองที่มีผลงาน “แย่สุด” ผลตอบแทน +4.52% หรือต่างกันอยู่ 39.45%
สำหรับ 5 “กองหุ้นจีน” ที่มีผลงาน “ดีสุด” ปีนี้ (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเดียวกัน) เป็นหุ้น “H-Share” และ “หุ้นเทคฯ” เป็นสำคัญ ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงถึง +30.46%นำมาโดย
“UCI-SSF” ของบลจ.ยูโอบี +43.97%
“GC” ของบลจ.ยูโอบี +30.19%
“BCAP-CTECH” ของบลจ.บางกอกแคปปิตอล +28.27%
“SCBCTECHE” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +25.12%
“ES-STARTECHRMF” ของบลจ.อีสท์สปริง +24.76%
ส่วน 5 “กองหุ้นจีน” ที่มีผลงาน “แย่สุด” ปีนี้ ส่วนใหญ่เน้นลงหุ้น “A-Share” เป็นสำคัญ ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +6.67% ประกอบด้วย
“SCBCHAP” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +4.52%
“ES-CHEQ” ของบลจ.อีสท์สปริง +6.80%
“ES-CHINAARMF” ของบลจ.อีสท์สปริง +6.89%
“K-CCTV-A(A)” ของบลจ.กสิกรไทย +7.10%
“K-CHX” ของบลจ.กสิกรไทย +8.04%
“H-Share” ฟื้นแรง ปีนี้ +27.22% ส่วน “A-Share” +14.81%…ด้าน “นักลงทุนสถาบัน” ยังมีมุมมอง “เชิงบวก” ต่อเนื่อง
ปีนี้ตลาดกลับมามี “มุมมองเชิงบวก” กับ “ตลาดหุ้นจีน” โดยคาดว่าเศรษฐกิจจีนได้ผ่าน “จุดต่ำสุด” ไปแล้ว และตลาดหุ้นก็น่าจะผ่าน “จุดต่ำสุด” ไปแล้วเช่นเดียวกัน
สะท้อนผ่านภาพ“หุ้นจีน” ปีนี้ที่กลายร่างสู่“ตลาดกระทิง” พุ่งทะยานไปข้างหน้ ตลาด“H-Share” +27.22% และ“HSI” +28.43% ตามลำดับ ในขณะที่“A-Share” ก็ไม่น้อยหน้าตามมาติดๆ +14.81% ในขณะที่ราคาก็ยัง“ไม่แพง” ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ผ่านมา (ที่มา: Google Finance, วันที่ 27 ส.ค. 25)
ล่าสุด ทาง “Goldman Sachs” ยังคงมองบวก “หุ้นจีน” ปรับเป้าหมายดัชนี “CSI300” ใน 12 เดือนข้างหน้า ขึ้นเป็น 4,900 จุด จากเดิม 4,500 จุด จากทิศทางการเติบโตของกำไรที่อยู่ในระดับค่อนข้างสูง และสถานะของตลาดหุ้นจีนที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน
เช่นเดียวกับ “บลจ.ไทยพาณิชย์” ที่มองว่า “หุ้นจีน” ยังคงน่าสนใจ หลังตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น รับความคาดหวังนโยบายสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาครัฐ ความคืบหน้าด้านเทคโนโลยีของ “DeepSeek” และผลประกอบการของบริษัทจีนที่ทยอยรายงานออกมา
“แนะนำ ‘ทยอยสะสม’หุ้นจีน ที่โมเมนตัมของราคายังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ ‘หุ้นเทคโนโลยี’ จากข่าวโมเดล AI รุ่นใหม่ของ ‘DeepSeek’ รองรับการทำงานบนชิป AI ภายในประเทศ ช่วยลดความกังวลเรื่อง ‘Tech War’ และข่าวรัฐบาลจีนกำลังพิจารณามาตรการ ‘Quasi-Fiscal’ เพื่อลงทุนในเทคโนโลยีใหม่มูลค่ากว่า 5 แสนล้านหยวน อีกด้วย”
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่ยัง “ราคาไม่แพง” และมีโอกาสในการเติบโตในระยะยาว เชื่อว่า “หุ้นจีน” จะเป็นทางเลือกที่เติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี แต่คงต้องมองภาพในระยะยาวเป็นหลักเช่นเคย
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต