Harry Styles กับการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ด้วยคำแทนตัวว่า “Kindness”
ในโลกของวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยแสงสีและการแข่งขันที่ไม่สิ้นสุด Harry Styles กลับโดดเด่นขึ้นมาด้วยพลังบางอย่างที่ดูเหมือนเรียบง่ายแต่กลับทรงอิทธิพลกว่าที่คิด นั่นคือคำว่า “Kindness” แนวคิดที่เขาไม่ได้ใช้แค่เป็นสโลแกนประจำตัว แต่เป็นรากฐานของทั้งงานศิลปะ บุคลิก และวิธีการสื่อสารกับแฟนๆ ทั่วโลก
แน่นอนว่าการเติบโตจากบอยแบนด์ชื่อดังอย่าง “One Direction” สู่ศิลปินเดี่ยวเจ้าของรางวัลแกรมมี่ทำให้ Harry Styles กลายเป็นตัวแทนของศิลปินที่ประสบความสำเร็จแล้ว แต่ยังเลือกจะเป็นคนที่อบอุ่น ไม่ใช่แค่ซูเปอร์สตาร์ที่ถูกวางบนหิ้ง ท่ามกลางเส้นทางที่เขาสร้างขึ้นมาเอง Harry ย้ำอยู่เสมอว่าเขาอยากให้แฟนๆ รู้สึกว่ามีพื้นที่ที่ปลอดภัยเวลาฟังเพลงหรือมาดูคอนเสิร์ตของเขา
ทัวร์คอนเสิร์ต “Love On Tour” ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ใช่แค่การแสดงดนตรี แต่มันกลายเป็นคอมมูนิตี้ของความอ่อนโยนและการยอมรับ ผู้คนแต่งตัวจัดเต็มตามธีมสีสันสดใส มีธง Pride โบกสะบัด และ Harry เองก็มักจะหยิบป้ายข้อความจากแฟนๆ มาพูดบนเวที ไม่ว่าจะเป็นข้อความกำลังใจ การเปิดตัวเพศสภาพ หรือการเล่าเรื่องราวส่วนตัว ทำให้บรรยากาศในคอนเสิร์ตของเขาไม่ใช่แค่ฟังเพลง แต่เป็นการเฉลิมฉลองความเป็นตัวเองไปพร้อมกัน
เพลง “Treat People With Kindness” จากอัลบั้ม Fine Line อาจเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพราะไม่ได้เป็นเพียงเพลงที่ฟังง่ายและสนุก แต่คือการส่งสารตรงไปยังแฟนคลับว่า “ความอ่อนโยนไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย” แต่เป็นพลังความเมตตาที่เปลี่ยนโลกได้ แฟนๆ นำประโยคนี้ไปเพนต์บนเสื้อผ้า ป้าย ตั้งแฮชแท็ก และใช้เป็นคติประจำใจในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นอัตลักษณ์ที่แยกไม่ออกจาก Harry Styles เลยสักครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ “ความอ่อนโยน” ของ Harry ไม่ใช่การสร้างภาพ แต่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ในเชิงวัฒนธรรมที่ทำงานได้จริง เพราะมันเป็นภาษาสากลที่ทุกคนเข้าใจได้ แฟนๆ จากหลากหลายชาติ ศาสนา และเพศสภาพรู้สึกเชื่อมโยงกันผ่านคำๆ เดียว สิ่งนี้เองทำให้ Harry กลายเป็นมากกว่านักร้อง แต่เป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัย ความรัก และความเป็นมนุษย์ในยุคที่ผู้คนโหยหาความอบอุ่น
นอกจากนี้ในวงการแฟชั่นที่เขาเป็นมิวส์ให้กับแบรนด์ Gucci หรือการเป็นโมเดลบนปกนิตยสารที่สร้างบทสนทนาเรื่องแฟชั่นไร้เพศ แต่แก่นกลางของ Harry Styles ก็ยังใช้พื้นที่ของตัวเองเพื่อบอกผู้คนว่า “คุณควรได้รับการยอมรับในแบบที่คุณเป็น” นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากเหล่าคนดังทั่วไป และทำให้แบรนด์ รวมถึงวงการแฟชั่น ยินดีที่จะเชื่อมโยงภาพลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับเขาอย่างแท้จริง
ดังนั้นซอฟต์พาวเวอร์ของ Harry Styles ไม่ได้มาจากยอดสตรีมเพลงหรือยอดขายตั๋วทัวร์คอนเสิร์ตเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการที่เขาทำให้คำและความหมายของ “Kindness” กลายเป็นเทรนด์ วัฒนธรรม และภาษาสากลที่ทุกคนอยากมีส่วนร่วม และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ Harry ไม่ใช่แค่ศิลปินแห่งทศวรรษ แต่เป็นตัวแทนของความอ่อนโยนที่โลกยุคนี้ต้องการ
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.