TREND TALK : AURA
#AURA#ทันหุ้น-ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานฟื้นตัวในระยะสั้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,255-1,260 หลังจากปรับตัวลดลงเกิดสัญญาณขายทางเทคนิคหลุดแนวรับที่ 1,260 ลงไป ทำให้แนวโน้มในระยะสั้นยังมีโอกาสปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับที่ 1,230 แต่ถ้าสามารถฟื้นตัวไปเคลื่อนไหวเหนือระดับ 1,260 จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,280 และ 1,300
สำหรับหุ้นที่น่าสนใจวันนี้ คือ AURA หรือ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน)
ดำเนินธุรกิจค้าปลีกทองรูปพรรณ เครื่องประดับเพชรและอัญมณี และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นที่มีบริการแบบครบวงจร (One Stop Service)
AURA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2568 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 8,827.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3% ขณะที่ กำไรสุทธิอยู่ที่ 362.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8 ล้านบาท หรือ 5.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 เติบโตเด่นทั้งรายได้และกำไร มีรายได้รวม 17,690.4 ล้านบาท เติบโต 12.8% มีกำไรขั้นต้น 2,206.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% โดยอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยครึ่งปีแรกของปีนี้เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 12.5% และ 11.9% ตามลำดับ ขณะที่ กำไรสุทธิอยู่ที่ 760.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในครั้งนี้ มาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจาก 451 แห่งในช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นเป็น 547 แห่งในไตรมาสล่าสุด หรือขยายตัวกว่า 21.3% โดยเฉพาะสาขาภายใต้แบรนด์ “ทองมาเงินไป” ที่ขยายเพิ่มถึง 67 แห่งในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่สาขาอื่นๆ ภายใต้ AURORA, เซ่งเฮง, AURORA Diamond และของขวัญ by AURORA ขยายตัวรวมกันอีก 29 แห่ง ตอกย้ำกลยุทธ์ของบริษัทในการครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ในตลาด
ทั้งนี้ ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2568 AURA มีกำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 2,206.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.8% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.5% เพิ่มขึ้นจาก 11.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนควบคู่กับการเติบโตของรายได้จากธุรกิจ Modern Gold และธุรกิจสินเชื่อ “ทองมาเงินไป” ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ตอกย้ำความสามารถของ AURA ในการรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกทองคำและภาวะราคาทองที่ผันผวน
ในครึ่งปีแรก AURA ยังได้ ลองการระดมทุนรูปแบบใหม่จากธนาคารระหว่างประเทศ โดยเป็นการกู้เงินผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า “สินเชื่อทองคำ” (Gold Loan) ประมาณ 200 ล้านบาท โดยสินเชื่อประเภทนี้ เป็น Structured Loan ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง สินเชื่อการกู้เงินแบบปกติผนวกกับ Put Forward Contract บนราคาทอง แม้ช่วงเริ่มต้นจะได้รับผลกระทบจากราคาทองคำโลกที่ผันผวนสูงจาก 2,800 ดอลลาร์ฯ เป็นกว่า 3,300 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ จนรับรู้ขาดทุนทางบัญชีจากสินเชื่อทองคำราว 28.3 ล้านบาท แต่บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีระบบ ด้วยกลยุทธ์ Natural Hedge โดยนำเงินกู้ไปซื้อทองคำทันทีเมื่อเบิกใช้ ส่งผลให้กำไรจากการถือทองคำได้หักกลบกับขาดทุนจากสัญญาสินเชื่อทองคำ ส่งผลให้บริษัทไม่มีกำไร/ขาดทุนจากความผันผวนของราคาทองคำ แต่ได้กำไรจากค่ากำเหน็จในการขายทองคำรูปพรรณ เท่านั้น
นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า บริษัท ได้ปรับเพิ่มพอร์ตธุรกิจสินเชื่อทองคำ (Gold Financing) ภายใต้แบรนด์ “ทองมาเงินไป” พอร์ตบัญชีลูกหนี้ขายฝาก (AR balance) ปีนี้ อยู่ที่ 8,000 ล้านบาท จากเดิมคาด 7,500 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกพอร์ตบัญชีลูกหนี้ขายฝาก อยู่ที่ 6,575 ล้านบาท มากกว่าแผนที่วางไว้
นอกจากนี้ บริษัท ยังเดินหน้าขยายสาขารวมต่อเนื่อง โดยสิ้นปี 2568 จะมีสาขารวมที่ 644 สาขา จากครึ่งปีแรก อยู่ที่ 547 สาขา
บริษัท มีแผนออกหุ้นกู้ มูลค่า 2,500 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เงินทุนที่ได้จากการออกหุ้นกู้จะใช้รองรับการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อทองมาเงินไป
ปัจจุบัน บริษัท มีส่วนแบ่งตลาดทองคำในประเทศ จำแนกตามรายได้ อยู่ที่ 1-2% และ มีส่วนแบ่งตลาดจำแนกตามจำนวนสาขา ณ สิ้นไตรมาส 2/68 อยู่ที่ 9,996 สาขา คิดเป็น 5.6%
ราคาหุ้นปรับตัวลดลงไปสร้างฐานที่บริเวณ 15.00 หลังจากฟื้นตัวเหนือจุดต่ำสุดเดิม ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 16.00 และมีแนวต้านสำคัญที่ 18.00 ตามโครงสร้างขาขึ้น แต่ถ้าราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่ำกว่า 14.30 ลงไป จะมีแนวรับถัดไปที่ 13.00 และ 12.00