หมดปัญหากล้วยน้ำว้าสุกกินไม่ทัน ทำง่ายใช้แค่ 2 สิ่ง กะละมังกับน้ำเปล่า
วิธีทำให้กล้วยน้ำว้าสุกช้า หมดปัญหาสุกจนกินไม่ทัน ไม่ง้อตู้เย็น แค่ใช้กะละมังกับน้ำ
ต้องบอกว่าคนที่ชอบรับประทาน กล้วยน้ำว้า เพราะรู้ถึงประโยชน์มากมาย การซื้อมาหนึ่งหวีบางทีกล้วยสุกจนเรากินไม่ทัน และกล้วยสุกมีน้ำตาลเยอะจึงไม่เหมาะกับการกินเพื่อสุขภาพที่ดี
ทำไมกล้วยถึงสุกเร็ว
ต้นเหตุหลัก มาจากก๊าซเอทิลีน (ethylene) ซึ่งกล้วยปล่อยออกมาจากปลายขั้ว (stem) เมื่อก๊าซนี้แพร่สะสมมากๆ มันจะเร่งให้กล้วยสุกเร็วจนเกินพอดี การห่อหุ้มขั้วกล้วยไว้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลายคนคุ้นเคย
แต่มีอีกหนึ่งวิธีการเก็บรักษา กล้วยน้ำว้า ไม่ให้สุกเร็ว และสามารถค่อยๆ รับประทานได้จนหมดหวีอย่างที่สามารถกำหนดเองได้ และวิธีนี้ไม่ต้องง้อตู้เย็นแต่อย่างใด
วิธีทำง่ายๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ใช้กะละมังกับน้ำเปล่าเท่านั้น
1. นำกล้วยดิบ ให้ล้างน้ำให้สะอาด
2. เตรียมน้ำใส่กะละมัง
3. นำกล้วยไปแช่น้ำ โดยให้น้ำท่วมหวีกล้วย
ต้องบอกว่าวิธีนี้สามารถเก็บกล้วยได้นานเกิน 10 วัน แนะนำว่ากล้วยที่แช่ควรเป็นกล้วยดิบ เปลือกยังเป็นสีเขียว เพราะการแช่กล้วยในน้ำช่วยป้องกันไม่ให้กล้วยถูกกระตุ้นเรื่องการสุกจากก๊าซเอทิลีนและการสัมผัสอากาศ จึงยืดอายุให้กล้วยสุกช้าลง
นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายวิธี
1. แช่น้ำอุ่น 50°C ใช้กับกล้วยน้ำว้าได้ดีมาก ให้นำกล้วยทั้งหวีไปแช่ในน้ำอุ่นๆ เป็นเวลา 10 นาที แล้วนำไปแขวนให้แห้ง ผลคือ…สามารถยืดอายุกล้วยได้ถึง 8–10 วัน
2. ห่างไกลแสงและความร้อน เก็บกล้วยไว้ในที่อุณหภูมิห้อง แต่พ้นแดดและความร้อน เช่น ใต้ชั้นครัวหรือตู้ รักษาคุณภาพให้นานขึ้น
3. แยกกล้วยจากกันและใช้แรปหุ้มขั้ว กล้วยแต่ละลูกเมื่ออยู่ใกล้กันมักจะสุกไวขึ้น แยกกล้วยแต่ละลูกออกจากกัน คราวนี้แรปขั้วด้วยพลาสติกหรือฟอยล์ เพื่อกั้นก๊าซเอทิลีนไว้ ทำให้สุกช้าลงได้หลายวัน
4. แขวนกล้วยแทนวางในถาด การแขวนกล้วยช่วยให้ลมไหลผ่าน ลดการกระแทกที่ทำให้ช้ำเร็ว และช่วยให้กล้วยสุกอย่างสม่ำเสมอ
5. อย่าวางให้ใกล้ผลไม้ที่ผลิตก๊าซเอทิลีน เช่น แอปเปิ้ล, อะโวคาโด ฯลฯ เพราะผลไม้เหล่านี้ปล่อยก๊าซเอทิลีนเช่นกัน หากวางใกล้กล้วยจะทำให้กล้วยสุกเร็วขึ้น
6. ถ้ากล้วยสุกกำลังพอดีแล้ว สามารถแช่ตู้เย็นได้เพื่อยืดเวลาอีก 2–3 วัน (แม้อาจทำให้เปลือกคล้ำ แต่เนื้อยังคงดี) แต่หากยังดิบอยู่ หลีกเลี่ยงการเอาเข้าตู้จนกว่าจะสุกระดับต้องการ