สื่อนอกตีข่าว ศาลรธน. ฟันผิด 'อุ๊งอิ๊ง' เซ่นคลิปฉาว 'ฮุน เซน' ชี้จุดความปั่นป่วนการเมืองไทยครั้งใหม่
สื่อนอกตีข่าว ศาลรธน. ฟันผิด ‘อุ๊งอิ๊ง’ เซ่นคลิปฉาว ‘ฮุน เซน’ ชี้จุดความปั่นป่วนการเมืองไทยครั้งใหม่
สื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์ เอพี และซีเอ็นเอ็น ต่างรายงานข่าวที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตัดสินให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย สิ้นสุดลงเฉพาะตัว เนื่องจากการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง กรณีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เผยแพร่ไปทั่วโลก
โดยรอยเตอร์ระบุว่า คำตัดสินดังกล่าวอีกหนึ่งความเสียหายอย่างหนักต่อตระกูลการเมืองชินวัตร ที่อาจนำไปสู่ความปั่นป่วนครั้งใหม่ทางการเมืองของไทย โดย น.ส.แพทองธาร ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของไทย กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 จากตระกูลชินวัตร หรือได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวชินวัตรที่ถูกทำให้ออกจากตำแหน่งโดยอำนาจกองทัพหรือฝ่ายตุลาการ ท่ามกลางการต่อสู้ทางอำนาจอย่างดุเดือดระหว่างชนชั้นนำที่ขัดแย้งกันในประเทศซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี
รอยเตอร์ระบุว่า คำตัดสินนี้เป็นการปูทางสู่การเลือกตั้งใหม่และนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่อาจยืดเยื้อ โดยพรรคเพื่อไทยของ น.ส.แพทองธารจะสูญเสียอำนาจในการต่อรอง และต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาพันธมิตรที่มีความเปราะบางด้วยเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อย ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาต่อไปคือใครจะมาแทนที่ น.ส.แพทองธาร โดยคาดกันว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบิดาของ น.ส.แพทองธาร จะเป็นศูนย์กลางของการต่อรองทางอำนาจที่เข้มข้นระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ และผู้มีอิทธิพลอื่นๆ ในความพยายามที่จะให้พรรคเพื่อไทยยังคงคุมอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป
ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ น.ส.แพทองธารสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับผู้นำกัมพูชา ส่งผลให้ น.ส.แพทองธารพ้นจากตำแหน่งในทันที
ขณะที่ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกระแสของความวุ่นวายทางการเมืองไทย ซึ่งผู้ที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมักเผชิญกับความยุ่งยากจากฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่ทรงอิทธิพลที่ประกอบด้วยกองทัพและกลุ่มทุนชั้นนำ โดยกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา มี ส.ส.หลายสิบคนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง พรรคการเมืองหลายพรรคถูกยุบและนายกรัฐมนตรีหลายคนถูกโค่นล้มโดยการรัฐประหารหรือคำตัดสินของศาล
ซีเอ็นเอ็นระบุว่า คำตัดสินต่อ น.ส.แพทองธาร อาจสร้างปัญหาให้กับสถานะทางการเมืองของตระกูลชินวัตร ที่ครองอำนาจทางการเมืองมานานกว่า 20 ปีได้ ขณะนี้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยตกอยู่ในภาวะที่สั่นคลอน มีความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล และความล่าช้าในการดำเนินนโยบายสำคัญต่างๆ ได้บั่นทอนความสามารถในการบริหารประเทศของพรรคเพื่อไทยในยามที่เศรษฐกิจกำลังถดถอย กรณีคลิปเสียงฮุน เซน ก็ยิ่งทำให้ความนิยมของพรรคเพื่อไทยที่กำลังลดลงอยู่แล้วยิ่งลดลงไปอีก
ซีเอ็นเอ็นระบุว่า จากนี้พรรคเพื่อไทยต้องเสนอชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งตัวเลือกสุดท้ายที่เหลืออยู่คือ นายชัยเกษม นิติสิริ แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าเขาจะได้รับคะแนนเสียงที่จำเป็นจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ขณะที่นักวิเคราะห์บางคนมองว่ากลุ่มผู้มีอำนาจยังคงสนับสนุนพรรคการเมืองที่มีนายทักษิณสนับสนุน เนื่องจากพรรคดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นกำแพงป้องกันพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักที่ถูกมองว่าเป็นผู้ก่อกวนกลุ่มผู้มีอำนาจของไทยด้วยการชูวาระการปฏิรูปและมีคะแนนนิยมอยู่สูง
เช่นเดียวกับสื่อกัมพูชา อย่างสำนักข่าวเฟรชนิวส์ และ ขแมร์ไทม์ส ต่างตีข่าวคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไทยที่ชี้ขาดให้ความเป็นรัฐมนตรีของน.ส.แพทองธารสิ้นสุดลง เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างน.ส.แพทองธารกับสมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ที่หลุดสู่สาธารณะ
โดยขแมร์ไทม์สชี้ว่าคำตัดสินนี้ถือเป็นจุดตกต่ำอย่างน่าตกตะลึงของผู้นำไทยวัย 38 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเล็กของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มหาเศรษฐีผู้ก้าวขึ้นสู่อำนาจเมื่อไม่ถึงหนึ่งปีก่อน และว่า ในช่วงเวลาสั้นๆ ของการบริหารประเทศ น.ส.แพทองธารถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการจัดการข้อพิพาทกับกัมพูชา ก่อนปัญหาจะลุกลามกลายเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรงในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สื่อนอกตีข่าว ศาลรธน. ฟันผิด ‘อุ๊งอิ๊ง’ เซ่นคลิปฉาว ‘ฮุน เซน’ ชี้จุดความปั่นป่วนการเมืองไทยครั้งใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th