ตาย 21 ศพ! รวม "เด็ก" 4 ราย หลัง "รัสเซีย" เปิดฉากโจมตีทางอากาศ "ยูเครน" ครั้งใหญ่
เมื่อวันที่ 29 ส.ค.68 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กรุงเคียฟเผชิญการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่เป็นอันดับสองของรัสเซีย นับตั้งแต่เริ่มรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย รวมถึงเด็ก 4 ราย ตามรายงานจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
การโจมตีสร้างความเสียหายต่ออาคารของสหภาพยุโรปและสภาอังกฤษในกรุงเคียฟ ทำให้ทั้งสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรต้องเรียกตัวนักการทูตรัสเซียประจำกรุงกลับประเทศทันที
ทิมูร์ ทคาเชนโก หัวหน้าฝ่ายบริหารการทหารกรุงเคียฟ ระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเด็กอายุ 2 ปี, 14 ปี และ 17 ปี ขณะที่กองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยว่า เครมลินได้ปล่อยอาวุธโจมตีทางอากาศรวม 629 ชิ้น ประกอบด้วยโดรน 598 ลำ และขีปนาวุธ 31 ลูก ถือเป็น “หนึ่งในการโจมตีผสมขนาดใหญ่ที่สุด” ต่อยูเครน
กระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปที่ “บริษัทอุตสาหกรรมการทหารและฐานทัพอากาศ” โดยใช้อาวุธความแม่นยำสูง ขณะที่ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน ยืนยันว่ามอสโกยังสนใจการเจรจาสันติภาพ แต่ปฏิบัติการทางทหารพิเศษยังดำเนินต่อไป
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การสังหารพลเรือนอย่างโหดร้ายและจงใจ” พร้อมชี้ว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้เสียงเรียกร้องจากประชาคมโลกที่ต้องการให้เกิดการหยุดยิง
เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายร้อยนายถูกส่งไปยังจุดเกิดเหตุ รวมถึงอาคารที่ทำการคณะผู้แทนสหภาพยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเคียฟมาตั้งแต่ปี 1993 เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจกับยูเครน
เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่ารู้สึก “โกรธแค้น” ต่อเหตุการณ์ พร้อมย้ำว่า “รัสเซียจะไม่หยุดยั้งในการสร้างความหวาดกลัวและสังหารพลเรือน” โดยเธอได้พูดคุยกับเซเลนสกี และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ หลังเหตุโจมตี
ทั้งนี้ สหภาพยุโรปประกาศเรียกตัวทูตรัสเซียประจำกรุงบรัสเซลส์เพื่อตอบโต้ ขณะที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ “ไม่พอใจแต่ไม่แปลกใจ” ต่อการโจมตี และกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเรียกร้องให้สงครามยุติโดยเร็ว