สื่อใหญ่ระดับโลกตีข่าว ศาล รธน. ชี้ชะตา 'แพทองธาร' ปมคลิปเสียงหลุด 'ฮุน เซน'
สื่อใหญ่ระดับโลก เดอะนิวยอร์กไทมส์ สหรัฐฯ และ เดอะการ์เดียน ของอังกฤษ รายงานตรงกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญไทยจะมีคำตัดสินสำคัญในวันนี้ (29 ส.ค.68) เพื่อตัดสินอนาคตของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนล่าสุดและอายุน้อยที่สุดของไทย ที่กำลังเผชิญวิกฤติทางการเมืองครั้งรุนแรง หลังถูกสั่งพักงานเมื่อเกือบสองเดือนก่อน จากกรณีบทสนทนาส่วนตัวกับสมเด็จฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา หลุดสู่สาธารณะและกลายเป็นชนวนการท้าทายความชอบธรรมของรัฐบาล
กรณีดังกล่าวเริ่มจากคลิปเสียงการสนทนาที่ แพทองธาร เรียก ฮุน เซน ว่า “ลุง” พร้อมบอกว่าจะ “ดูแลทุกอย่างให้” หากเขาต้องการ อีกทั้งยังมีการวิจารณ์ผู้บัญชาการทหารไทยระดับสูงในเชิงลบ เนื้อหาที่เผยแพร่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งเรื่องความสามารถในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และความจงรักภักดีต่อประเทศ จนกระทั่งวุฒิสมาชิกกลุ่มหนึ่งได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหานายกฯ ขาดคุณธรรมและฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง
แม้ แพทองธาร จะออกมาขออภัย โดยอธิบายว่าเป็น “กลยุทธ์การเจรจา” แต่คำชี้แจงไม่เพียงพอที่จะคลี่คลายวิกฤติ รอยร้าวขยายตัวเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลหนึ่งพรรคถอนตัวออกจากรัฐบาล ทำให้รัฐบาลเหลือเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อย ขณะเดียวกันประชาชนหลายพันคนออกมาชุมนุมบนถนนกรุงเทพฯ เรียกร้องให้นายกฯ ลาออกทันที
สื่อใหญ่ระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล แต่ยังส่งผลร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เพราะหลังเสียงสนทนารั่วไหล ไม่นานก็เกิดการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ยืดเยื้อถึง 5 วัน มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนและประชาชนหลายแสนต้องอพยพ ทำให้ประเด็นความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างครอบครัว ชินวัตร กับ ฮุน เซน ถูกวิพากษ์ว่ากำลังบั่นทอนผลประโยชน์ของชาติไทยโดยตรง
ยิ่งไปกว่านั้น ฮุน เซน ยังเผยแพร่บทสนทนาฉบับเต็มลงสาธารณะ และขู่ว่าจะปล่อยข้อมูลที่อาจสร้างความเสียหายต่อ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและบิดาของ แพทองธาร เพิ่มเติมอีกด้วย ทั้งที่ในอดีต ทักษิณ เคยมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ ฮุน เซน แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นความขัดแย้งที่ร้าวลึก
หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยถอดถอน แพทองธาร ออกจากตำแหน่ง จะนับเป็นครั้งที่ 4 ที่สมาชิกตระกูล ชินวัตร ถูกตัดตอนจากอำนาจกลางคัน ไม่ว่าจะโดยการรัฐประหารหรือคำตัดสินของศาล เริ่มตั้งแต่ ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกรัฐประหารในปี 2549 สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พี่เขยที่ถูกศาลสั่งพ้นตำแหน่งในปี 2551 และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกศาลตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งก่อนตามมาด้วยการรัฐประหารในปี 2557
สื่อต่างประเทศชี้ว่า หากศาลตัดสินถอดถอน แพทองธาร จะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับการเมืองไทย เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะก้าวขึ้นมาแทนที่ ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญความตึงเครียดทั้งจากปัญหาภายในและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ