ใครว่าไม่มีรวยเกิน 3 รุ่น แต่ตระกูลนี้ร่ำรวยถึง 15 รุ่น เผยคำสอน "ข้อเดียว" ส่งต่อลูกหลาน!
บ้านไหนว่าไม่มีใครรวยเกิน 3 รุ่น แต่ "ตระกูลนี้" ร่ำรวยถึง 15 รุ่น เพราะสอนลูกหลานว่า "เงินคือสิ่งช่วยได้น้อยที่สุด"
สุภาษิตโบราณที่ว่า “ไม่มีใครรวยเกินสามรุ่น” มักถูกยกมาเตือนใจผู้ที่มีทรัพย์สิน ว่าการรักษาความมั่งคั่งให้ยาวนานไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ตระกูล “แซ่เป้ย” จากจีน กลับเป็นข้อยกเว้นที่หายาก เพราะสามารถรักษาความมั่งคั่งและอิทธิพลไว้ได้นานถึง 15 รุ่น นานกว่าครึ่งสหัสวรรษ
เริ่มจากหมอแผนโบราณ สู่เจ้าของพันอสังหาริมทรัพย์
ตำนานของตระกูลเริ่มจาก เป้ย หลานถัง แพทย์แผนจีนในสมัยราชวงศ์หมิง ที่ริเริ่มเปิดคลินิกของตัวเองและต่อยอดสู่กิจการขนาดใหญ่ ด้วยวิสัยทัศน์ทางธุรกิจที่แหลมคม ในยุคราชวงศ์ชิง สมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ครอบครัวเป้ยก็กลายเป็นหนึ่งใน 4 ตระกูลร่ำรวยที่สุดในซูโจว
จากธุรกิจยาสมุนไพร พวกเขาขยายกิจการไปหลากหลายอุตสาหกรรม แต่ยังคงยึดถือคุณค่าดั้งเดิม นั่นคือ การศึกษา ความมีคุณธรรม และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ทรัพย์สินของตระกูลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และไม่ถูกแบ่งแยกจนสูญสิ้นเหมือนหลายตระกูลอื่น
ร่ำรวยจริง ไม่ใช่แค่คำร่ำลือ
ตระกูลนี้มีอสังหาริมทรัพย์นับพันแห่งในเซี่ยงไฮ้ เมืองที่ราคาบ้านติดอันดับแพงที่สุดในเอเชีย ยิ่งไปกว่านั้น รุ่นที่ 13 อย่าง เป้ย ไท่อัน ยังเป็นผู้ก่อตั้ง ธนาคารเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นธนาคารแรกในจีนที่รับฝากเงินสกุลต่างประเทศ
ขณะที่น้องชายของเขา เป้ย หน่วนเซิง ได้รับฉายาว่า “ราชาสี” จากการสร้างอาณาจักรธุรกิจสีทาอาคาร และกล้าเข้าซื้อกิจการต่างชาติในช่วงปี 1950 ซึ่งเป็นยุคที่ยังไม่มีใครกล้าคิดถึงการลงทุนระดับโลกแบบนั้น
หัวใจของความยั่งยืน: การศึกษา
สิ่งที่ทำให้ตระกูลนี้คงความรุ่งเรืองได้อย่างแท้จริง คือ การลงทุนกับการศึกษา ลูกหลานเป้ยจำนวนมากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยระดับโลก โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งกลายเป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น
หนึ่งในบุคคลสำคัญของตระกูล คือ เป้ย อี้หมิง (Ieoh Ming Pei) สถาปนิกระดับโลก ผู้ออกแบบพีระมิดกระจกของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ และเจ้าของรางวัล Pritzker อันทรงเกียรติ
รุ่นต่อๆ มาก็ไม่ธรรมดา
ลูกชายคนโตของเป้ย อี้หมิง จบฮาร์วาร์ดและกลายเป็นนักวางผังเมืองชื่อดัง ลูกชายคนที่สองและสามก็เรียนจบปริญญาโทด้านสถาปัตย์จากฮาร์วาร์ด และร่วมกันก่อตั้งบริษัทสถาปนิก “Pei Partners” ส่วนลูกสาวเป็นนักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
แม้จะย้ายไปใช้ชีวิตในหลายประเทศ แต่ลูกหลานเป้ยยังรักษาค่านิยมดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
ค่านิยมที่ถ่ายทอดข้ามรุ่น
ความมั่งคั่งของตระกูลนี้ไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจาก ค่านิยมครอบครัวที่ชัดเจน 2 ข้อ ได้แก่ “ต้องส่งต่อความรู้” และ “ต้องทำความดี”
แม้จะเกิดในบ้านที่มั่งคั่ง แต่ลูกหลานเป้ยถูกเลี้ยงดูด้วยวินัยเข้มงวด เชื่อว่าเงินไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง แต่ การศึกษาและคุณธรรม คือกุญแจที่แท้จริงของความมั่งคั่งที่ยั่งยืน
บทสรุปจากครอบครัวที่รวยเกิน 3 รุ่น
ตระกูลเป้ยพิสูจน์ให้เห็นว่า “ความร่ำรวยที่แท้จริง” ไม่ได้วัดกันที่ทรัพย์สิน แต่เป็นการสร้าง คนที่มีความรู้ มีจิตสำนึก และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ที่จะพาตระกูลไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
พวกเขาไม่เพียงส่งต่อทรัพย์สิน แต่ยังส่งต่อความคิด วิธีการใช้ชีวิต และจิตวิญญาณของความเป็นผู้นำจากรุ่นสู่รุ่น — สิ่งที่หลายครอบครัวพยายามทำ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำสำเร็จ