โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“เขื่อนอู่ทอง” อายุ 1,000 ปี สมัยทวารวดี ยาวสุดในบรรดาเขื่อนโบราณของไทย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพประกอบบทความ - ภาพถ่ายทางอากาศของเมืองโบราณอู่ทอง

“เขื่อนอู่ทอง”เขื่อนดินโบราณที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองโบราณอู่ทอง จ. สุพรรณบุรี ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร มีความยาว 1,660 เมตร กว้างประมาณ 35 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10-12 เมตร สูงประมาณ 4-5 เมตร มีอายุอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12-16 อันเป็นช่วงเวลาที่อู่ทองเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าและศาสนาของเมืองในกลุ่มวัฒนธรรมทวารวดี

(ดูตำแหน่งเขื่อนคลิก)

การศึกษา “เขื่อนอู่ทอง”

เขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนโบราณลำดับที่ 6 ที่มีการค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2535 ว่าที่ร้อยตรีพิทยา ดำเด่นงามผู้ค้นพบและศึกษาพบว่าตัวเขื่อนวางอยู่ในแนวเหนือใต้ ค่อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือเล็กน้อย ตั้งอยู่ระหว่างเขา 2 ลูก คือเขาโกปิดทองกับเขาตาแก้ว (ตาเก้า) กั้นแอ่งที่ราบระหว่างหุบเขาเป็นลักษณะแอกวัว (Oxbow) ที่ราบลุ่มทางตะวันตกของเขื่อนซึ่งเป็นพื้นที่สูงกว่าคือพื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อน ส่วนทิศตะวันออกเป็นพื้นที่รับน้ำใต้เขื่อน

จะเห็นว่าตัวเขื่อนนั้นอยู่ระหว่างภูเขา แหล่งกำเนิดน้ำตามธรรมชาติ เพราะฝนที่ตกลงมาบนภูเขาซึ่งเป็นพื้นที่ลาดเท แถมมีสันเขาเป็นรูปแอกวัวจะรับน้ำได้มาก ระหว่างเขาโกปิดทองและเขาตาแก้วจึงเป็นทำเลเหมาะสมสำหรับสร้างเขื่อนโบราณเมืองอู่ทอง

ว่าที่ รต. พิทยา ได้จัดทำแผนผังรายละเอียดเมื่อ พ.ศ. 2541 ก่อนจะถูกประกาศขึ้นทะเบียนกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2545 ครอบคลุมพื้นที่ 265 ไร่ 2 งาม 31 ตารางวา รวมแนวคันดินตั้งแต่เชิงเขาโกปิดทองทางเหนือไปถึงเจดีย์บนยอดเขาตาแก้ว

จากการศึกษาพบว่า เขื่อนดินโบราณแห่งนี้เป็นเขื่อนกั้นน้ำที่มีปริมาณน้ำมากที่สุด ในอดีต น้ำจากเขื่อนใช้ทำนาในที่ราบลุ่มทางทิศตะวันออก ปัจจุบันแม้ตัวเขื่อนไม่ได้ถูกใช้กักเก็บน้ำอีกต่อไปแล้ว แต่มรดกที่หลงเหลือยังใช้ประโยชน์ได้ ดังจะเห็นลำคลองชลประทานที่ขุดลอกเพิ่มเติมจากแนวคลองโบราณไปยังทิศตะวันออกของเมืองโบราณอู่ทอง ห่างออกไปราว 5 กิโลเมตร

ส่วนสันเขื่อนได้กลายเป็นถนนทางเข้าบ้านตาแก้ว มีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่ประปรายตลอดแนวเขื่อน และทั้งสองฝั่งของเขื่อนกลายเป็นพื้นที่ทำการเกษตรปลูกพืชไร่ไปแล้ว

ภูมิปัญญาการจัดการน้ำของเมืองโบราณอู่ทอง

บริเวณเมืองโบราณอู่ทองเป็นพื้นที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยมาแต่โบราณ ตัวเมืองอยู่ทางตะวันตกของลำน้ำจระเข้สามพัน ตั้งอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ ห่างจากตัวเมืองราว 1 กิโลเมตร เป็นแนวทิวเขายาวจากทิศเหนือจรดใต้ เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและต้นกำเนิดลำน้ำหลายสายที่ไหลมาสู่คูเมือง

นอกจากอู่ทองจะมีระบบสาธารณูปโภคและการจัดการน้ำที่มีระบบแล้ว ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองยังมีแนวคันดินที่เรียก “ถนนท้าวอู่ทอง” ซึ่งเป็นคันดินกั้นน้ำหรือบังคับให้น้ำไหลออกสู่ลำน้ำเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก หรือกันน้ำให้ไหลเข้าเมืองในหน้าแล้ง รวมถึงแนวคันดินที่เรียกว่า “คอกช้างดิน” สิ่งก่อสร้างประเภทหินที่คล้ายอ่างเก็บน้ำมาเก็บกักไว้ และกระจายอยู่ตามลำห้วยในพื้นที่ต่างระดับ

ทั้งถนนท้าวอู่ทอง คอกช้างดิน และเขื่อนโบราณเมืองอู่ทอง จึงเป็นระบบจัดการน้ำของคนโบราณตามแนวเหนือ-ใต้ของทิศตะวันตกเมืองอู่ทอง โดยเฉพาะเขื่อนดินที่ช่วยชะลอน้ำที่จะไหลลงสู่เมืองในฤดูน้ำหลาก และเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในฤดูแล้ง

ถือเป็นการสร้างระบบชลประทานขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำของคนเมืองอู่ทอง ในวัฒนธรรมทวารวดี แสดงถึงภูมิปัญญาของคนเมื่อ 1,000 ปีก่อน และทำให้เขื่อนอู่ทองเป็นเขื่อนโบราณที่ยาวที่สุดเท่าที่มีการค้นพบในประเทศไทย

เมืองโบราณอู่ทอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พิทยา ดำเด่นงาม. (ไม่ระบุปีพิมพ์). เขื่อนกั้นน้ำโบราณในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.

พยุง วงษ์น้อย. เขื่อนอู่ทอง : เขื่อนสมัยทวารวดีที่ยาวที่สุดในบรรดาเขื่อนโบราณที่พบในประเทศไทย.นิตยสาร ศิลปากร ฉบับเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2559.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 สิงหาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เขื่อนอู่ทอง” อายุ 1,000 ปี สมัยทวารวดี ยาวสุดในบรรดาเขื่อนโบราณของไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก ศิลปวัฒนธรรม

จริงหรือไม่? "สนามหลวง" เคยเป็น "สนามกอล์ฟ" ของฝรั่งและไฮโซไทย สมัย ร.5

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รู้หรือไม่? “ชักเย่อ” เคยเป็นกีฬาชิงเหรียญทองใน “โอลิมปิก” เมื่อ 100 กว่าปีก่อน

11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทำไม “แมลงสาบ” ถึงมีชีวิตอยู่ได้ในทุกยุคสมัย หน้าตาดั้งเดิมของแมลงสาบเป็นอย่างไร?

11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รวมสถาปัตย์ "อาร์ต เดกอ" รูปทรงเรขาคณิตแบบยุโรป ซึ่งจอมพล ป. สร้างที่ลพบุรี

11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความไลฟ์สไตล์อื่น ๆ

Backstreet Boys ทำรายได้ 129.5 ล้านบาทต่อคืนที่ Sphere ลาสเวกัส

THE STANDARD

"คอแลน" ผลไม้ป่ารสเปรี้ยวอมหวานคล้ายลิ้นจี่ ที่อุดมด้วยประโยชน์

sanook.com

SOCIETY: เสพสุขท่าไหนเบิร์นแคลได้ดีที่สุด?! รู้จัก ‘Sexercise Calculator’ แพลตฟอร์มคำนวณการเผาผลาญแคลอรี จากการมีเพศสัมพันธ์

BrandThink

BE@RBRICK x PlayStation เตรียมวางขายกุมภาพันธ์ปี 2026

THE STANDARD

จริงหรือไม่? "สนามหลวง" เคยเป็น "สนามกอล์ฟ" ของฝรั่งและไฮโซไทย สมัย ร.5

ศิลปวัฒนธรรม

“มึงรู้หรือเปล่าว่ากูลูกใคร” เบื้องหลังจิตวิทยาการ ‘เบ่งอำนาจ’ เมื่อการอ้างอำนาจ สะท้อนความกลัวในใจ

The Momentum

เปลี่ยนฉี่ให้เป็นปุ๋ย ด้วย ‘โซลาร์เซลล์’ ลดต้นทุน แก้ปัญหาน้ำเสีย

กรุงเทพธุรกิจ

‘พระอลงกต วัดพระบาทน้ำพุ และการเสื่อมสลายทางศรัทธาของสังคมไทย’

GM Live

ข่าวและบทความยอดนิยม

เอลี โคเฮน สุดยอดสายลับ “มอสสาด” แห่งอิสราเอล ผู้ล้วงความลับซีเรียนานเกือบ 5 ปี

ศิลปวัฒนธรรม

รู้หรือไม่? “ชักเย่อ” เคยเป็นกีฬาชิงเหรียญทองใน “โอลิมปิก” เมื่อ 100 กว่าปีก่อน

ศิลปวัฒนธรรม

ทำไม “แมลงสาบ” ถึงมีชีวิตอยู่ได้ในทุกยุคสมัย หน้าตาดั้งเดิมของแมลงสาบเป็นอย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม
ดูเพิ่ม
Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...