โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 29ส.ค. “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 29ส.ค.2568ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 32.35 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าแนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ใกล้ระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ ไปก่อนได้ ในช่วงก่อนตลาดทยอยรับรู้ ผลการวินัจฉัยคดีนายกฯ โดยศาลรัฐธรรมนูญ

โดยเราประเมินว่า เงินบาทเสี่ยงผันผวนสูงในช่วงตลาดทยอยรับรู้ผลการวินิจฉัยคดีนายกฯ ได้ ซึ่งหากผลการวินิจฉัยดังกล่าวสะท้อนถึงแนวโน้มความวุ่นวายของการเมืองไทยที่สูงขึ้น ก็อาจกดดันให้ เงินบาทอ่อนค่าลงได้บ้าง สอดคล้องกับแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ

แต่หากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เพิ่มความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองไทย เรามองว่า เงินบาทก็อาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways เพื่อรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ (รับรู้ในช่วงราว 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย)

ซึ่งรายงานข้อมูลดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดได้บ้าง (เราคงมุมมองเดิมว่า หากผู้เล่นในตลาดจะมีการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดได้อย่างมีนัยสำคัญ อาจต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคม)

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างวัน ก่อนที่ผู้เล่นในตลาดจะรับรู้ทั้งผลการวินิจฉัยคดีนายกฯ และรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ เรามองว่า เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง จากทั้งแรงซื้อเงินดอลลาร์และบรรดาสกุลเงินต่างประเทศจากฝั่งผู้นำเข้า (Month-end Flows) และอาจมีแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะในส่วนของหุ้นไทย ทำให้ เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็อาจเป็นไปอย่างจำกัด

นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในช่วงคืนที่ผ่านมา แม้จะพอช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท ทว่า ราคาทองคำก็ยังขาดปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม เว้นว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคาดว่าต้องรอลุ้นข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ทำให้ ราคาทองคำก็อาจแกว่งตัว Sideways ไปก่อน และมีโอกาสย่อตัวลงบ้าง ตามแรงขายทำกำไรของผู้เล่นในตลาด

อย่างไรก็ดี เงินบาทเสี่ยงผันผวนแบบ Two-way risk ในช่วงรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ โดยหากอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องและออกมาสูงกว่าคาด โดยเฉพาะในส่วนของโมเมนตัม (%m/m) ก็อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง หนุนให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ รีบาวด์สูงขึ้น กดดันทั้งราคาทองคำและเงินบาทได้ โดยเงินบาทก็อาจพอมีลุ้น อ่อนค่าทะลุโซน 32.30 บาทต่อดอลลาร์ เข้าใกล้โซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แต่เชื่อว่า จะยังไม่สามารถอ่อนค่าทะลุโซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้)

แต่หากอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด เรามองว่า ภาพดังกล่าว อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดมีความมั่นใจมากขึ้นต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ทว่า ผู้เล่นในตลาดก็อาจไม่ได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดมากนัก

ทำให้ การปรับตัวลดลงต่อของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ก็อาจเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งคงช่วยหนุนการปรับตัวขึ้นต่อของราคาทองคำบ้าง แต่ก็อาจติดโซนแนวต้าน 3,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนเงินบาทก็อาจไม่สามารถแข็งค่าทะลุโซนแนวรับ 32.10 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจน

เรายังคงมีความกังวลเดิม คือ ความผันผวนของเงินบาทที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในส่วนของ Transshipment Tariffs และสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.15-32.50 บาท/ดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ยังคงทยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down ทดสอบโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.25-32.39 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดบ้าง ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟด โดยฝั่งการเมืองสหรัฐฯ

ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดได้ประเมินโอกาสราว 17% ที่เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง ในปีนี้ และโอกาสราว 30% ที่เฟดจะเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 4 ครั้ง ในปีหน้า แม้ว่าโดยรวมรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะออกมาดีกว่าคาดก็ตาม ทั้งอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ซึ่งโต +3.3% จากไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเทียบเป็นรายปี และยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims)

นอกจากนี้ เงินบาทได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นทะลุโซนแนวต้านของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ได้อานิสงส์จากการปรับตัวลงของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทั้งนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็เป็นไปอย่างจำกัด หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์และสกุลเงินต่างประเทศในช่วงปลายเดือน

บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้แรงหนุนจากความหวังว่าธีม AI จะยังสามารถเติบโตได้ดีต่อเนื่อง สอดคล้องกับรายงานผลประกอบการล่าสุดของ Nvidia ที่ยังเติบโตได้ดี แม้ว่าคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทจะน่าผิดหวังบ้าง ส่งผลให้บรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor สามารถปรับตัวขึ้น อาทิ Broadcom +2.8%, Alphabet +2.0% ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.32%

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 พลิกกลับมาย่อตัวลงเล็กน้อย -0.20% ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองของฝรั่งเศสทำให้ผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังเผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มบริษัทยา แม้ว่าบรรดาหุ้นกลุ่มยานยนต์จะปรับตัวสูงขึ้น ตามรายงานยอดขายรถใหม่ในยุโรปที่ขยายตัวดีขึ้นและความหวังต่อแนวโน้มการปรับลดภาษีนำเข้าย้อนหลังของสหรัฐฯ ต่อรถยนต์จากยุโรป

ส่วนในฝั่งตลาดบอนด์ ความกังวลการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งหนุนให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงบ้างสู่ระดับ 4.20%

ทั้งนี้ ในช่วงระยะสั้น เราคงมุมมองเดิมว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มผันผวนไปตามการมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด โดยยังพอมีโอกาสที่จะเห็นบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นได้บ้าง หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงหลังจากนี้ (ควรรอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 5 กันยายน)

ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง เราจึงมองว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะบอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ในการทยอยเข้าซื้อ ส่วนผู้ที่มีสถานะลงทุนในบอนด์ระยะยาว ก็สามารถ Let Profits Run ได้ เนื่องจากเราคงคาดการณ์ว่า บอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มทยอยปรับตัวลดลง ตามการเดินหน้าลดดอกเบี้ยของเฟด (คาดว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยจนถึงระดับ 3.00-3.25%)

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ตามการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด แม้ว่าจะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้างจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด

นอกจากนี้ ส่วนต่างบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นที่ปรับตัวลดลง กอปรกับถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ส่งสัญญาณว่า BOJ ยังมีแนวโน้มเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย ได้หนุนให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ทยอยแข็งค่าขึ้น เพิ่มแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ ส่งผลให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อตัวลงสู่โซน 97.9 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 97.7-98.1 จุด)

ในส่วนของราคาทองคำ จังหวะปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ท่ามกลาง ความกังวลการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งยังคงหนุนการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2025) ทยอยปรับตัวสูงขึ้นสู่โซน 3,475 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นข้อมูลชี้วัดแนวโน้มเงินเฟ้อที่เฟดจับตาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) ในเดือนสิงหาคม

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น ผลการวินิจฉัยคดีนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร โดยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจสร้างนำไปสู่ความวุ่นวายของการเมืองไทยในระยะสั้น โดยเฉพาะในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของนายกฯ แพทองธาร สิ้นสุดลง เนื่องจากจะต้องมีการลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯ คนใหม่

พร้อมกันนั้นก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดการยุบสภาและการเลือกตั้งใหม่ได้ โดยเรามองว่ามีโอกาสราว 60% ที่พรรคเพื่อไทยยังสามารถรวบรวมเสียงจากบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย (คุณชัยเกษม นิติสิริ) เป็นนายกฯ คนถัดไป และมีโอกาสราว 25% ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจกลับมาเป็นนายกฯ ส่วนอีก 15% นั้น เราประเมินเป็นโอกาสที่จะเกิดการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับ 32.27-32.29 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.43 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 32.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ

โดยค่าเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ ขณะที่ Sentiment ของค่าเงินดอลลาร์ฯ ยังคงอ่อนแอลง ท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุม FOMC เดือนกันยายน นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกที่กลับมายืนเหนือนระดับ 3,4000 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ อีกครั้ง อย่างไรก็ดี คงต้องติดตามการเคลื่อนไหวของเงินบาทในระหว่างวัน เนื่องจากตลาดยังรอติดตตามปัจจัยทางการเมืองในประเทศในช่วงบ่ายวันนี้อย่างใกล้ชิด

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 32.10-32.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ อัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Indices เดือนก.ค. ตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก ฐานเศรษฐกิจ

สื่อใหญ่ระดับโลกตีข่าว ศาล รธน. ชี้ชะตา 'แพทองธาร' ปมคลิปเสียงหลุด 'ฮุน เซน'

16 นาทีที่แล้ว

ออมสินชี้แจงข้อเท็จจริง! ปมคิดดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่ม พักหนี้โควิด

34 นาทีที่แล้ว

เริ่มแล้ว ศาล รธน.ประชุมลงมติชี้ชะตา "แพทองธาร"ปมคลิปเสียงฮุนเซน

51 นาทีที่แล้ว

เอกชน จับตาเศรษฐกิจ Q 4 ของจริง! หวังมีทีมเศรษฐกิจ ขี่ม้าขาว

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความธุรกิจ-เศรษฐกิจอื่นๆ

ประกันสังคมประกาศแล้ว! ปรับเพดานค่าจ้างใหม่ปี 2569 เกษียณแล้วรับเงินบำนาญเพิ่ม

News In Thailand

สภาฯผ่านร่างพ.ร.บ.การท่าเรือฯฉบับใหม่ ปลดล็อก “ออกพันธบัตร-ตั้งบริษัทลูก-พัฒนาอสังหาฯ” พัฒนาท่าเรือสู่ระดับโลก

สยามรัฐ

ครึ่งแรกปี 2025 อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นจีนโตต่อเนื่อง

China Media Group

ลุ้นรถไฟเชื่อม 3 สนามบินเกิดปีนี้ ซาวเสียงขยาย EEC ปราจีนฯ จบสิงหาคม

ประชาชาติธุรกิจ

หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 1.95 จุด คาดตลาดแกว่งตัวรอศาลฯตัดสินนายกฯ

เดลินิวส์

การท่องเที่ยวยามค่ำรูปแบบใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจทั่วประเทศจีน

China Media Group

Smart Women เลือก PASEO ดูแลตัวเองครบทุกมิติ ผ่านกิจกรรมสุขภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

Manager Online

EEC ขยายต่อ ปราจีนบุรีมาแรง! หุ้นไหนติดโผ – เช็กเลย

หุ้นวิชั่น

ข่าวและบทความยอดนิยม

Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...